
สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ไปงาน Read to Success
ที่จัดโดยแม่อ้อย เจ้าของเพจมนุษย์ป้าท้าเปลี่ยนโลก
แล้วบังเอิญเจอ นักเขียนหนังสือเล่มนี้ คือ อาจารย์ทศ ศุภกฤต อังก์วราปิติกร
มาร่วมงาน และก็มาสอนหัวข้อ Critical Thinking ด้วยพอดี
ซึ่งอาจารย์สอนดีมาก เข้าใจง่าย กระตุ้นสมองซีกซ้ายให้ทำงานรัวๆ
ใช้เวลาไม่นาน แต่รู้สึกว่าเหมือนได้เปิดโหมดลับคมความคิด ที่เจ้ไม่ค่อยถนัดนัก
เพราะปกติจะชินกับการว่างจากความคิดเสียมากกว่า
แต่ก็พบว่า การเรียนรู้ด้านนี้ทำให้เราคมขึ้นในแง่การกรองข้อมูลไปใช้ต่อและการตัดสินใจ
ก็เลยซื้อหนังสือมาศึกษาเพิ่มเติมซะเลย
ตอนเปิดอ่านครั้งแรก คิดในใจว่า น่าจะเป็นหนังสือ “ใช้สมองหนัก”
แล้วก็ใช่จริง ๆ แต่เป็นการใช้สมองแบบที่ไม่ทำให้เหนื่อย
กลับรู้สึกโล่งขึ้นเพราะเหมือนได้จัดระบบความคิดให้เป็นระเบียบมากขึ้น
ทั้งเล่มพูดเรื่องการคิดเกือบทั้งหมด
ตั้งแต่การแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
การไม่ด่วนสรุปว่าอะไรจริงเพราะเราเห็นมันบ่อย
การมองโชคว่าคือการสุ่ม
การคิดย้อนกลับ ซึ่งเทคนิคนี้มันเรียบง่ายแต่ทรงพลังมาก
การคิดให้ถึงแก่น
จนบางครั้ง ความคิดใหม่ก็โผล่ขึ้นมา
ทั้งที่ก่อนหน้านี้เรามองไม่เห็นเลย
อ่านไปเรื่อย ๆ แล้วรู้สึกว่า
หลายปัญหาในชีวิต ไม่ได้ยากเพราะมันซับซ้อน
แต่มันยากเพราะเราคิดแบบเดิมมานานเกินไป
อาจารย์ไม่ได้บอกว่า คิดแบบนี้สิถึงจะฉลาด
แต่ชวนให้เห็นว่า ถ้าเราไม่รู้ทันวิธีคิดของตัวเอง
เราจะเชื่อสิ่งที่ไม่จริง และตัดสินใจบนฐานที่ไม่มั่นคงโดยไม่รู้ตัว
แต่สิ่งที่เจ้ชอบที่สุด
ไม่ใช่บทที่เทคนิคแน่น ๆ
ไม่ใช่กระบวนการคิดเป็นขั้นเป็นตอน
แต่ชอบ Bonus Chapter มาก
บทที่พูดถึง “สมดุลของเสาหลักทั้งสาม”
– ฐานคิด
– ฐานใจ
– ฐานกาย
ว่าถ้าปล่อยให้เสาใดเสาหนึ่งโตเกินไป โครงสร้างชีวิตอาจล้มครืนได้
ซึ่งอาจารย์ทศเป็นหนึ่งในคนที่เล่นจริง เจ็บจริง
และกล้ามาแชร์ในฐานะของมนุษย์คนหนึ่งที่ผ่านการคิด ผ่านการพัง
ผ่านการเรียนรู้ และยอมรับความไม่สมบูรณ์ของตัวเอง จนมาถึงวันที่ทุกอย่างลงตัว
พาร์ทนี้จึงสำคัญมากและเป็นเหมือนของขวัญให้ผู้อ่านกลับมาดูแลทั้งสามเสาให้ดี
อ่านแล้วรู้สึกว่าต่อให้เราคิดเก่งแค่ไหน
ถ้าใจพังหรือร่างกายอ่อนแรงมาก การตัดสินใจก็จะเพี้ยนอยู่ดี
และต่อให้เรามีใจที่ดีแค่ไหน
ถ้าไม่ฝึกคิด เราก็อาจหลงเชื่อสิ่งที่ไม่จริง
จนติดกับดักความคิดตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ได้
Critical Thinking ของจริงนั้น
ห่างไกลจากการเป็นคนฉลาด คิดเยอะๆ คิดทั้งวันไม่หยุดพัก
แต่เป็นการที่รู้จักตัวเองมากพอ
ทั้งในหัวใจ ร่างกาย และความคิด
หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคนที่
รู้สึกว่าตัวเองคิดเยอะ แต่ยังหลงทาง
อยากตัดสินใจให้ดีขึ้น โดยไม่ต้องฝืนตัวเอง
หรือแค่อยากเข้าใจโลก และเข้าใจตัวเองให้ลึกขึ้นอีกนิด
อ่านจบแล้วไม่ได้รู้สึกว่า
เก่งขึ้น แต่รู้สึกว่าเราระวังความคิดของตัวเองมากขึ้น
และบางที แค่นั้น ก็เปลี่ยนชีวิตได้แล้ว
แนะนำสำหรับคนที่อยากรู้ทันความคิด และยืดศักยภาพสมองตัวเองอย่างยิ่ง
ด้วยรักจากเจ้
