164 – Areeya Metaya (Book 1 Part 1)

อารียา เมตายา 1 Part 1

อารียา เมตายา เล่ม 1 เป็นหนังสือเกี่ยวกับจักรวาลทั้งภายนอกและภายใน ที่อธิบายด้วยหลักวิทยาศาสตร์จิตวิญญาณ เขียนโดย คุณดอย ธาตรี โภควนิช จิตรกร กราฟฟิก ที่ไม่ได้เป็นนักเขียนมืออาชีพ แต่กลับเขียนผลงาน Masterpiece นี้ออกมาได้งดงามและทรงคุณค่าเพราะทำตามเสียงภายในตัวเอง

อารียา เมตายา เล่าเรื่องราวของต้นกำเนิดจักรวาล ต้นกำเนิดทุกสิ่ง จนเชื่อมโยงมาถึงโลกมนุษย์ ให้เราได้เข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร เหมือนได้ค้นพบความลับที่มนุษย์โลกส่วนใหญ่เข้าไม่ถึง

ที่เข้าไม่ถึง ไม่เข้าใจ เพราะเรามักใช้หลักการค้นหาความจริงจากความสามารถที่มี เช่น เห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู ได้กลิ่นด้วยจมูก สัมผัสจับต้อง การประมวลเหตุผลจากสมองซีกซ้าย แต่เพียงเท่านี้ยังไม่อาจทำให้เข้าถึง ‘ความจริงขั้นสูงสุด’ ได้

โดยสรุปคือ เป็นหนังสือที่ทำให้เรา ((รู้)) ถึงความเชื่อมโยงของทุกสิ่ง  

เมื่อรู้แล้ว เข้าใจแล้ว เราจะอยากลงมือ ((ทำ))

เพื่อที่จะ ((เป็น)) เป็นหนึ่งเดียวกับจิตจักรวาลผู้สร้าง เป็นความรัก

หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือสอนศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ไม่ใช่ลัทธิอะไรใดๆ แต่จุดประสงค์ของการเขียนเล่มนี้คือให้คนอ่านสามารถเข้าถึงปัญญาด้วยตัวเอง ไม่พึ่งสิ่งใด นอกจากตัวเอง เพราะตัวเองก็คือ ‘ผู้สร้าง’ นั่นเอง

หากตัดสินใจหยิบมาอ่าน อย่าให้ความกลัวตัวใหญ่กว่าความรักที่จะได้รับหลังจากอ่านจบ ไม่ได้ให้เชื่อหนังสือเล่มนี้

แต่ให้เชื่อความสามารถในการคิดของเราเอง ดังนั้นหากจะเชื่อ นั่นไม่ใช่เพราะหนังสือเขียนไว้ หรือใครบอก แต่เพราะเราเชื่อความคิดของเราเอง ต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง

เจ้อ่านแล้ว บอกเลยว่า เป็นหนังสือที่ทุกคนควรมีโอกาสได้อ่านสักครั้งในชีวิต จริงๆ

สรุปสั้นๆ ไปแล้ว ต่อไปจะเข้าสู่การสรุปโดยละเอียด ซึ่งด้วยความที่หนังสือเล่มหนามาก จะขอแบ่งเป็นพาร์ท เพราะอยากจะเก็บเนื้อหาสำคัญๆให้ครบ

Part 1

#จุดเริ่มต้นเอกภพ

ทุกสิ่งทุกอย่างในเอกภพนี้ อยู่ในรูปแบบของ ‘ความสัมพัทธ์’ ที่อยู่ภายใต้กฎของ ‘พื้นที่’ และ ‘เวลา’

ความสัมพัทธ์ หมายถึง การที่สิ่งหนึ่งจะดำรงอยู่ได้ก็เพราะมีอีกสิ่งดำรงอยู่ เช่น มีความสว่าง เพราะมีความมืด หากทุกที่มีแค่ความสว่าง เราจะไม่คิดถึงมัน ไม่มีการกำหนดคุณสมบัติของมัน ไม่รู้จัก เหมือนไม่มีตัวตน เพราะเราจะไม่เรียกมันว่าความสว่าง และเราก็จะไม่เรียกมันว่าอย่างอื่นด้วย ซึ่งเท่ากับว่า มันไม่มี เพราะไม่มีตัวเปรียบเทียบนั่นเอง

ซึ่งนี่คือ กฎจักรวาล ไม่มีอะไรในเอกภพนี้ที่จะเป็นอะไรๆขึ้นมาโดยไม่มีสิ่งอื่นเข้าไปกระทำ

พูดง่ายๆคือ ทุกสิ่งล้วนเกิดจากเหตุและปัจจัย

เมื่อปรากฎว่ามี ‘สิ่งนั้น’ และ ‘สิ่งนี้’ แล้ว จึงเกิดกระบวนการความเป็น ‘ระหว่าง’ สิ่งนั้นและสิ่งนี้

ทำให้เกิด ‘ระยะทาง’ หรือการมี ‘จุดเริ่มต้น’ และ ‘จุดสิ้นสุด’ ซึ่งเราเรียกว่า ‘พื้นที่’ และ ‘เวลา’ จึงเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

ดังนั้นภายใต้เอกภพ จึงต้องมีการเริ่มต้น การดำรงอยู่ การเปลี่ยนแปลง การสิ้นสุด และกลับมาเริ่มต้นใหม่ เราเรียกสิ่งนี้ว่า’วัฏจักร’ ซึ่งเป็นกลไกของระบบเวลา นับตั้งแต่ระดับที่เล็กที่สุด ไปจนถึงใหญ่สุดคือระดับจักรวาลและเอกภพ

#ขยายความเรื่องของพื้นที่และเวลา

นึกภาพว่าเรากำลังจะวิ่งแข่ง จุดออกตัวและจุดเส้นชัย คือ ‘พื้นที่’ ‘ระยะทาง’ และขณะที่เราวิ่งจากจุดแรกไปอีกจุดนั้น คือ ‘เวลา’ สิ่งที่จะเคลื่อนที่ได้ ก็ต้องมีอะไรไป ‘ขับเคลื่อน’ มัน

สมมติว่าจุดสตาร์ทในลู่วิ่งมีก้อนหิน มันจะต้องมีอะไรซักอย่างไปกระทำก้อนหินให้เคลื่อนที่ ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดการขับเคลื่อน สิ่งนั้นคือ ‘พลังงาน’ นั่นเอง

#ว่าด้วยเรื่องของพลังงาน

1. พลังงานระดับเล็ก (อนุภาค)

พลังงานที่เคลื่อนที่ในระดับอนุภาพที่เล็กละเอียดที่สุด เรียกว่า ‘สสารเริ่มต้น’ ซึ่งไม่หยุดนิ่ง

โครงสร้างภายในประกอบด้วยอณูแม่เหล็กไฟฟ้าบวกและลบจำนวนหนึ่งยึดเกาะจุดศูนย์กลางกันอยู่ (เหมือนที่นักวิทยาศาสตร์เรียกกันว่า โปรตอน นิวตรอน อิเลกตรอน)

ซึ่งในบรรดาสสารเริ่มต้น แต่ละตัวจะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปริมาณของอณูบวกหรือลบที่เกาะกันอยู่

และทุกสิ่งทุกอย่าง ก้อนหิน ต้นไม้ วัตถุทุกชิ้น สัตว์ คน ของเหลว ของแข็ง มีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ประกอบด้วยสสารเริ่มต้นนี้ทั้งสิ้น

ซึ่งความต่างอยู่ที่ปริมาณ ‘ความเข้มข้นของคลื่นความถี่’ ที่ปล่อยออกมาระหว่างที่มีการสั่นสะเทือนในตัวมันเท่านั้น

ซึ่งปริมาณความเข้มข้นของความถี่จะเป็นตัวกำหนดคุณสมบัติของวัตถุนั้นๆ

#กระบวนการก่อรูปของทุกสิ่ง

ถ้าเปรียบสสารเริ่มต้นเหมือนลูกบอล เมื่อมารวมกันในปริมาณๆหนึ่ง จะได้เป็นลูกบอลสีหนึ่ง แตกต่างกันไป เช่น ฟ้า แดง เขียว เหลือง และเมื่อเอาลูกบอลแต่ละสีมารวมกันในปริมาณที่เหมาะสมอีกที เช่น เอาสีน้ำเงิน 4 ลูก สีฟ้า 10 ลูก สีเขียว 30 ลูกมารวมกัน มันจะเกิดการสั่นสะเทือนและปลดปล่อยคลื่นความถี่ ‘ใหม่’ ขึ้นมา

เมื่อถอยออกมามอง เราจะเห็นลูกบอลสีเขียวลูกใหญ่ขึ้น และถ้าทำกระบวนการเดิมซ้ำๆ มันก็จะปล่อยคลื่นความถี่ใหม่ขึ้นมา จนกว่าจะได้คุณสมบัติของสิ่งนั้นตามที่ต้องการ

นี่คือกระบวนการก่อรูปของทุกสิ่ง ทั้งรูปธรรมชั้นต่ำ (วัตถุ) หรือ ชั้นสูง (สิ่งมีชีวิต)

ซึ่งความซับซ้อนอยู่ที่การคัดสรรปริมาณของสสารเริ่มต้น ลูกบอลแต่ละสี ในแต่ละลำดับชั้น เพื่อให้เกิดคลื่นความถี่ในรูปแบบเฉพาะตัวที่จะทำให้อุบัติเป็นประดิษฐกรรมปลายทางว่าจะมีคุณสมบัติอย่างไร

2. พลังงานระดับใหญ่ (ระดับจักรวาล)

สสารเริ่มต้น ‘เล็กที่สุด’ ในพลังงานระดับความเล็ก โลกคู่ขนานคือส่วนที่เล็กที่สุดในระดับของความใหญ่

ซึ่งทั้งสองสิ่งต่างมีความสำคัญที่สุดเพราะเป็น ‘ต้นกำเนิดพลังงาน’ ทั้งสองระบบ

#เรื่องของคลื่นความถี่

เนื่องจากทุกสิ่งเริ่มต้นจากพลังงาน ซึ่งพลังงานจะสั่นสะเทือนเป็นคลื่นความถี่ต่างๆกัน

มนุษย์เป็นปลายทางที่เยี่ยมยอดที่สุดของกระบวนการสั่นสะเทือนของสสารเริ่มต้น เพราะมีความสามารถในการปลดปล่อยคลื่นความถี่ได้เข้มข้นที่สุด ในขณะที่สัตว์ปล่อยได้น้อยกว่ามาก (1:98) หากเป็นพืชก็ยังได้แค่ (1:673) ของมนุษย์

แต่ข้อดีของพืชและสัตว์คือคลื่นที่ปล่อยออกมาจะ ‘คงที่และสม่ำเสมอ’ ตลอดช่วงเวลาที่สะเทือน (ทำในช่วงที่สัตว์ตื่น และพืชสังเคราะห์แสง) แม้แต่วัตถุสิ่งของ ก็ยังสามารถปล่อยคลื่นได้ แม้จะน้อยมาก (1:72171)

ส่วนมนุษย์ สามารถปล่อยคลื่นได้มหาศาลแต่ไม่สามารถปล่อยได้ตลอดเวลา แต่ที่ต่างกับรูปธรรมชั้นต่ำคือ เรายังสามารถปล่อยคลื่นตรงข้ามได้อีกด้วย หมายถึงว่า คลื่นความถี่บวกปล่อยออกมาจากพืช สัตว์ มนุษย์ แต่คลื่นความถี่ลบ จะสามารถปล่อยอออกมาโดยมนุษย์เท่านั้น

#เรื่องของระบบสุริยะจักรวาล

มนุษย์ทำให้โลกหมุนรอบตัวเอง แล้วยังทำให้ระบบสุริยะจักรวาลเหวี่ยงหมุนอีกด้วย เพราะเมื่อโลกมีแรงขับเคลื่อน ก็เกิดการเหนี่ยวรั้ง ให้ดาวอีก 8-9 ดวงที่ใกล้กันเคลื่อนที่ จนเกิดการโคจรรอบวัตถุที่ใหญ่ที่สุดบริเวณนั้น คือดวงอาทิตย์

ซึ่งพื้นผิวบนโลกอยู่ภายใต้เงื่อนไขของแรงต่างๆมากมาย เช่น แรงปะทะระหว่างมวล แรงลม คลื่นสนามแม่เหล็กต่างๆ แต่บนอวกาศ เป็นสภาวะไร้น้ำหนัก

จุดศูนย์กลางของกาแลกซี่ทางช้างเผือก มีความพิเศษกว่ากาแลกซี่อื่นๆ คือมีรูอยู่ตรงกลาง ซึ่งเปรียบเหมือนแกนกลางของกาแลกซี่ และนี่ก็เป็นจุดกึ่งกลางเอกภพ

บริเวณตรงนี้จะนี้จะไม่มีการหมุนใดๆ เหมือนกลับเวลาที่เอาน้ำใส่ลงอ่างแล้วคนให้น้ำวน จะพบว่าตรงกลางจะเป็นช่องว่าง สิ่งนี้คือ ‘หลุมดำ’

อ่านถึงตรงนี้ อาจจะดูคล้ายกำลังอ่านนิยาย Sci-Fi ที่มีเค้าโครงความจริง แต่ก็อย่าเพิ่งรีบตัดสิน รออ่านให้จบเล่มก่อนค่อยพิจารณาใหม่ว่าคิดเห็นอย่างไรกับเล่มนี้

พาร์ทหน้าจะมาต่อเรื่อง ‘รูปธรรม’ หรือสิ่งมีชีวิตในจักรวาล

ด้วยรักจากเจ้

เผยแพร่โดย Fromyoursis

A Gift from your sis - my personal output, hope some of them could inspire you to live a better life.

ใส่ความเห็น