149
39 จิตวิทยาเหนือเมฆที่จะเสกให้คุณเหนือคน

ในช่วงชีวิตหนึ่งของคนเราจะมีทั้งขาขึ้น จุดพีค และ ขาลง ไม่มีใครที่จะอยู่ค้างฟ้าเป็นขาขึ้นตลอดไป ด้วยเหตุนี้จึงต้องพยายามยืดช่วงชีวิตที่เป็นขาขึ้นให้ยาวนานกว่าทุกช่วง โดยรวมแล้วชีวิตเราถึงจะเป็นชีวิตที่ดี น่าพอใจ เล่มนี้ไปเจอมาโดยบังเอิญ แต่สนใจหามาอ่าน เพราะว่าผู้เขียนใช้เรื่องราวจากสามก๊กในการขยายความเทคนิคการใช้ชีวิตแบบผู้ชนะ ซึ่งถ้าใครอ่านสามก๊กมาก่อน ก็น่าจะนึกออกเข้าใจได้ไม่ยาก
ตามตำราพิชัยสงครามซุนวูกล่าวไว้ว่า คุณสมบัติของผู้นำ จะต้องมี 5 สิ่งนี้ คือ ปัญญา สัจจะ เมตตา กล้าหาญ เข้มงวด เราอาจจไม่ได้อยากเป็นผู้นำใคร แต่เชื่อเถอะว่า เราทุกคนมีความเป็นผู้นำอยู่ในตัว อย่างน้อยก็กับตัวเราเอง เนื้อหาในเล่มจึงเหมาะสำหรับการเป็นผู้นำที่ดีขึ้นกว่าเดิม
—
#การพูด
*ถ้าไม่สามารถอธิบายสิ่งใดให้ผู้อื่นเข้าใจได้โดยง่าย นั่นแปลว่าเรายังเข้าใจมันไม่ดีพอ – พูดอะไรที่เข้าใจง่ายๆ ฟังแล้วเอาไปใช้ได้จริง ไม่ต้องซับซ้อน ทำให้คนเก่งและไม่เก่ง ไปพร้อมๆกันได้ย่อมดีกว่ามุ่งแต่ความเป็นเลิศแต่เพียงผู้เดียว
*พูดให้ฟัง ดังแค่หู ทำให้ดู รู้ถึงใจ – เลี่ยงการโต้แย้งที่ไม่มีประโยชน์ และการอธิบายตัวตนให้คนที่ตัดสินเราไปแล้ว เพราะเสียเวลาเปล่า สู้ดำเนินชีวิตต่อไปด้วยการทำดีต่อไปดีกว่า เพราะความน่าเชื่อถือมักเกิดจากการกระทำไม่ใช่คำพูด
*พูดให้น้อยกว่าที่จำเป็น – อย่าด่วนพูดอะไรไปโดยไม่สังเกตท่าทีของอีกฝ่ายก่อน ยิ่งเวลาเมา ยิ่งต้องเงียบเข้าไว้ การพูดน้อยกว่าที่จำเป็นอาจทำให้เราได้สิ่งที่ดีกว่า หากเราเอ่ยปากเสนออะไรไปก่อน
—
#การวางตัว
*ทำดีได้ แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย – จากการจับความถี่ภายในสมองเบื้องลึกของมนุษย์ทุกคน จะมีความรู้สึกอิจฉาไม่ว่าน้อยหรือมาก เมื่อเห็นคนอื่นได้ดี ดังนั้นควรเลี่ยงการทำตัวเด่น เกินหน้าเกินตา เหนือคนเป็นเจ้านาย เจ้าของงาน หรือผู้ใหญ่จะดีกว่า ปากไม่พูดอะไร แต่ในใจอาจปะทุอยู่กรุ่นๆ เหมือนไม้เด่นสง่าสูงเหนือป่า เมื่อมีลาพายุพัดมามักหักโค่น
*ใจแลกใจ ใช้ไม่ได้กับทุกคน – มีคำกล่าวว่า ให้คบบัณฑิต หลีกเลี่ยงคนพาล แต่ไม่ใช่มิตรทุกคนจะจริงใจ แต่จงเรียนรู้ที่จะเอาศัตรูมาใช้งานให้ได้ บ่อยครั้งที่คนเราแตกคอกันเพราะผลประโยชน์ไม่ลงตัว กับ ทุกส่วนไม่ win-win ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร เพราะใจคนยากแท้หยั่งถึง
*ฉลาดแต่แกล้งโง่ หัวเราะทีหลังดังกว่าเสมอ – สุมาอี้บอกไว้ว่า คนโง่มักตกเป็นเหยื่อของคนฉลาด ส่วนคนฉลาดมักแพ้ทางคนฉลาดแกล้งโง่ ดังนั้นให้ แกล้งโง่แล้วรับฟัง ดีกว่าอวดฉลาดมัวแต่พูด แกล้งโง่นอบน้อมถ่อมตนดีกว่าหยิ่งผยอง แกล้งโง่ถามไถ่ข้อมูล ดีกว่าอวดฉลาดเอาแต่พล่ามไม่หยุด แกล้งโง่ไม่โกรธ ควบคุมอารมณ์ไม่แสดงออกทางสีหน้า ดีกว่าชักสีหน้า ต่อให้สถานการณ์จะวิกฤติขนาดไหนหน้ายังนิ่งอยู่ คนมองจะไม่รู้ว่าเรากำลังคิดอะไร
*จะครองใจคน ต้องถึงไหนถึงกัน – จงให้ก่อนที่จะรับ ไม่จำเป็นต้องเป็นเงิน หรือสิ่งของเสมอไป เราสามารถให้ใจ ให้รางวัล ให้ความรู้ ให้วิชา ให้ความเป็นกันเอง ให้ความช่วยเหลือเกื้อกูล มีความสม่ำเสมอต่อกัน แม้ลำบากก็ไม่จากไปไหน และมีปิยวาจา คือพูดอย่างจริงใจ ไม่ทำร้ายกัน
*ปฏิเสธไม่เป็น ชีวิตลำเค็ญแน่นอน – การปฏิเสธไม่ใช่เรื่องยากหรือง่าย ขึ้นอยู่กับความชัดเจนของเป้าหมาย ถ้าเรามีเป้าหมายชัดเจนมากเท่าไหร่ จะทำให้เราปฏิเสธได้ง่ายขึ้นเท่านั้น ยิ่งถ้าเป็นการตอบตกลงทั้งๆที่ในใจไม่เห็นด้วย จะทำให้เครียดคิดไม่ตก ไม่มีความสุข ให้นึกว่าสุขภาพจิตของเราสำคัญกว่าความรู้สึกของผู้อื่น เพราะคนเรามีอายุไม่เกิน 100 ปีเท่านั้น
*เมื่อสถานการณ์ไม่ชัดเจน อย่าเพิ่งออกตัวแรง – ถ้าต้องเป็นคนกลาง ระหว่างสองฝั่ง ระหว่างที่สถานการณ์ยังไม่ชัดเจน ให้เป็นมิตรกับทุกฝ่าย แต่ต้องมีไพ่ตาย (รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง) ไว้ในมือ มิเช่นนั้น เราอาจกลายเป็น “แพะ” หรือโดนคนอื่นยืมมือได้ เมื่อทุกอย่างฟันธงแล้วจึงออกตัวได้
*อยากได้ก็ต้องกล้าแลก – ไม่มีอะไรในโลกได้มาฟรีๆ ทุกอย่างต้องแลกด้วยอะไรบางอย่างเสมอ แม้กระทั่ง เวลา สุขภาพ ความสงบ ความเป็นส่วนตัว อยากเป็นสุดยอดในเรื่องอะไร ก็ต้องยอมแลกเวลา ความทุ่มให้เรื่องนั้นๆ มากกว่าหมื่นชั่วโมง ผู้ที่กล้าแลกย่อมได้ในสิ่งที่น้อยคนมักจะได้เพราะไม่กล้าแลก
*เจอบันได ถ้าขึ้นได้ก็ต้องลงเป็น – ตำราพิชัยสงครามซุนวูบอกไว้ว่า ชนะไม่ได้ ก็รอคอยได้ อดทนได้ การไม่ทำอะไรเลยยังพอเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เพราะถ้าหากว่าลงมือผิดพลาดไป อาจกลายเป็นรนหาที่ตายได้ ต้องรูหยุดในเวลาที่ควรหยุด
*อ่อนน้อมถ่อมตนคือเวทมนตร์สู่ความสำเร็จ – การมีเมตตา ไมตรีจิตย่อมสบายใจกว่าการคิดเอาชนะ เขม่นกันเป็นไหนๆ เพราะทำให้ร่างกายเข้าสู่โหมด “สู้หรือหนี” ที่สิ้นเปลืองพลังงานของร่างกายน้อยลง หากร่างกายอยู่ในโหมดนี้มากๆ จะทำให้ไม่ฟื้นฟูตัวเองและภูมิต้านทานลดลง ทำให้เวลาออกศึกสงครามมีพลังงานเหลือใช้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น
—
#การควบคุมอารมณ์ความรู้สึก
*อารมณ์ของเราคืออนาคตของเรา –การอารมณ์ดีจะเป็นผลกับร่างกายเรามากกว่า เพราะความฉลาดทางปัญญาจะมาคู่กับความฉลาดทางอารมณ์เสมอ ถามตัวเองว่าวันนี้เราอารมณ์ดีแล้วหรือยัง
*ผู้ชนะอดทนกันยังไง – สุมาอี้บอกไว้ว่า คนเรานั้นสามารถมีความรู้สติปัญญาเทียบเท่ากันได้ แต่ความอดทนจะทำให้คนเหนือคน และคนต่างจากคน แต่ก็ต้องมีความสมดุลกันกับการอดทนต่อตัวเอง และ อดทนต่อผู้อื่น
*เก็บความอิจฉาให้ลึกสุดใจ – ผู้มีปัญญาจะแสวงหาจุดร่วม ผู้ไร้ปัญญาจะมองหาแต่จุดต่าง ไม่ต้องไปเปรียบเทียบตัวเองกับใครเพราะทุกคนมีจุดอ่อน จุดแข็งต่างกัน ต่างเวลาของชีวิต (บางคนอยู่ในช่วงขาขึ้น บางคนขาลง) ดังนั้นอย่าไปอิจฉาสิ่งที่ผู้อื่นมี บางทีเราอาจมีดียิ่งกว่า เพียงแค่ยังไม่ถึงเวลาปล่อยของเท่านั้นเอง และการที่คนอื่นเค้าอิจฉา คอยแทงข้างหลังเรา ให้คิดเสียว่าเพราะเขาเอาชนะเราข้างหน้าไม่ได้ เลยต้องเล่นลับหลังกัน
*ยิ้มวันละนิด จิตแจ่มใส – เมื่อเรายิ้มสมองจะหลั่งฮอร์โมนเอนดอร์ฟิน (ฮอร์โมนแห่งความสุข) ออกมา การยิ้มช่วยให้สมองปลอดโปร่ง เลือดไหลเวียนดีขึ้น เป็นการเปิดสมองซีกขวา ทำให้ความคิดความอ่านจะดีกว่าตอนหน้าบึ้ง ศาสตร์การยิ้มของคนจีนโบราณมี 5 ระดับ คือ ยิ้มในใจ ยิ้มมุมปาก ยิ้มกว้างเห็นฟัน หัวเราะ และ ขำกลิ้ง คนที่ยิ้มได้ในวันที่ล้ม หัวใจของเขาย่อมไม่ธรรมดา ถ้าเห็นอนิจจัง เมื่อผิดหวัง จึงจะขำออกได้ คนจริง เขาจึงวัดกันตอนที่ขาลง ใครล้มแล้วลุกได้ไวกว่ากัน
*บางครั้ง การรอคอย คือยุทธศาสตร์ที่ดีทีสุด – ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ขึ้นสว่างสุดก็ยังมีตอนที่ลับของฟ้า ถ้ามันยังไม่ใช่วันของเรา ก็แค่หมั่นลับคมไว้เสมอและรอคอยอย่างรู้เท่าทัน ไม่ใช่กินๆนอนๆ ไปวันๆ แบบนี้ไม่เรียกยุทธศาสตร์การรอคอย แต่เรียกว่า “ขี้เกียจ”
*โฟกัสที่ไหน พลังงานจะไหลไปที่นั่น – อย่าประมาทพลังของการโฟกัสที่ไม่ยอมละจากเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น คู่รักกันแม้ว่าอยู่ไกลกันแค่ไหน แต่ถ้าโฟกัสถึงกัน ตัวและพลังก็จะตามไปที่นั่นเอง การโฟกัสของเรามีราคาที่ต้องจ่าย การโฟกัสที่พลังบวก สมองก็จะได้พลังบวก แต่ถ้าสิ่งใดที่เกินกำลังจะควบคุมก็วางเฉยเสีย
*ผู้ที่รู้ว่ามีชีวิตอยู่ไปทำไม จะอดทนได้กับทุกอย่าง – สาเหตที่ทำให้สุมาอี้เป็นผู้ชนะในสามก๊ก ได้แผ่นดินไปครอง ก็เพราะความอดทนในสิ่งที่คนอื่นทนไม่ได้ แม้โดนยั่วยุให้โกรธ หรือ โดนหยามก็ตาม ความเก่งที่อยู่เหนือความเก่ง คือ ความเก่งในการดูแลอารมณ์ตนเอง
—
#การรู้เท่าทัน
*จังหวะของผู้ชนะ – โจโฉเคยบอกไว้ว่าผู้มีปัญญาคิดจะทำอะไร ก็รู้จักที่เบา ที่เสีย ที่ได้ และต้องไม่ให้ใครรู้ทันความคิดของเรา ต้องรู้จัก เร็ว ช้า หนัก เบา และ รู้ ตื้น ลึก หนา บาง ตัดสินใจอย่างทันท่วงทีเมื่อรู้ว่าจะได้ประโยชน์จากจังหวะใด
*มองคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็น – สุมาอี้เป็นคนที่มีสายตาเฉียบคม มองแววคนออก ค้นพบจุดแข็งของลูกน้อง และให้โอกาสต่อยอดจุดแข็ง เหมือนการค้นพบเพชรในตม การวิเคราะห์คน ต้องมองคนให้ถึงแก่น มองให้ออกว่าเขาจะเป็นอะไรได้บ้างในภายภาคหน้า ไม่ใช่มองแค่สิ่งที่เขามีอยู่ในปัจจุบัน หรือมองแค่เปลือกนอก
*บางครั้งก็ต้องรู้จักแสดงละคร – ผู้ฉลาดรู้สามารถแสดงพฤติกรรมและทัศนคติให้มันอยู่ในกรอบจารีตประเพณี ทำตัวแบบผู้รู้หมดแต่เงียบ รู้อีกเพียบแต่ไม่พูด แม้ว่าจะไม่เคยเชื่อในสิ่งนั้นหรือคิดต่างจากส่วนรวม แต่ก็สามารถทำตัวเหมือนผู้อื่นโดยที่ไม่ลืมจุดยืนของตัวเอง
*รู้ว่าใครคือคนที่เราควรใช้เวลาด้วย – กฏแห่งแรงดึงดูดบอกว่า เราคือค่าเฉลี่ยของคน 5 คนที่เราคบ คบคนเช่นไรก็จะเป็นคนเช่นนั้น คนฉลาดย่อมได้ประโยชน์จากศัตรูของตน มากกว่าประโยชน์ที่คนโง่ได้รับจากมิตรของเขา
*ความกล้าต้องมาเคียงคู่กับปัญญา – ตามที่เกริ่นไปตอนต้นว่า ผู้นำจะต้องประกอบด้วย ปัญญา สัจจะ เมตตา กล้าหาญ และ เข้มงวด เรียงลำดับตามนี้ โดยปัญญาต้องมาอันดับแรก
เพราะถ้าเราเข้มงวด ขาดปัญญา ลูกน้องเหนื่อยฟรี เนื่องจากเราไม่รู้จักจังหวะเร็วช้าหนักเบา
ถ้าเรากล้าหาญแต่ขาดปัญญา ก็ออกไปตายฟรี ได้ไม่คุ้มเสีย
ถ้าเรามีสัจจะแต่ขาดปัญญา ก็ไร้ประโยชน์ เพราะสัจจะไม่มีในหมู่โจรและคนพาล
ถ้าเรามีเมตตา ขาดปัญญาก็ไร้ประโยชน์ ถ้าไปมีสิ่งนี้ให้คนพาล และคนไม่ดี
เมื่อประเมินผลได้ผลเสีย ทางหนีทีไล่เรียบร้อยแล้ว ค่อยลงมือ โชคย่อมเข้าข้างคนกล้า ผู้ชนะรู้ว่าตนชนะจึงลงมือ ผู้แพ้ลงมือแล้วจึงคิดหาชัยชนะ
*เสือที่มันได้รับน้ำดับกระหายแล้ว ย่อมหันหลังให้กับบ่อน้ำ – ทำใจยอมรับให้ได้ว่า คนส่วนใหญ่เมื่อไม่ต้องการพึ่งพากันแล้ว หรือวันที่ต่างคนต่างมีอุดมการณ์ที่ต่างกัน มิตรไมตรีรวมถึงอัธยาศัย ความอ่อนน้อมสุภาพความเคารพนับถือก็อาจหายไป
*ยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี – การที่เห็นผู้อื่นประสบความสำเร็จ อย่าไปโฟกัสตอนที่เขามี แต่ให้ดูตอนที่เขาพยายาม ฝึกฝนมาตลอดทาง และรู้จักยินดีไม่ใช่มองหาจุดต่างเพื่อข่มผู้อื่น ต้องมีพรหมวิหาร 4 อยู่ในใจ (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)
—
อ่านจบแล้วอยากจะไปหาสามก๊กอ่านเลยทีเดียว คงจะสนุกมากถ้าได้รู้จัก โจโฉ กวนอู เล่าปี่ ขงเบ้ง เตียวหุย สุมาอี้ ฯลฯ อย่างลึกซึ้งกว่านี้ นี่ขนาดเจ้ไม่เคยอ่านสามก๊กฉบับเต็มมาก่อน ยังรู้สึกทึ่งในแต่ละเคล็ดลับวิชาของแต่ละคนในการบริหารคน บริหารกองทัพของตัวเองเพื่อให้ได้ชัยชนะมาครอง น่าสนใจจริงๆ
ด้วยรักจากเจ้
#FromYourSis
