193 – Eyes Wide Open

Eyes Wide Open – กะเทาะเปลือกเส้นทางจิตวิญญาณ


หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ชวนเราตื่นแบบสวยงาม
แต่ชวนให้เราลืมตาทั้งที่ยังมีฝุ่นในตาอยู่นั่นแหละ

อ่านจบแล้ว รู้สึกเหมือนมีใครค่อย ๆ ลอกเปลือกบางอย่างออก
เปลือกของความคิดว่าฉันกำลังพัฒนาจิตวิญญาณ
ทั้งที่บางที อัตตาแค่เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ให้ดูขาวสะอาดขึ้นเท่านั้นเอง

เล่มนี้มีเพื่อนแนะนำให้อ่าน เลยพกไปตอนเที่ยวด้วย แต่กลับไทยมาก็ต้องมาอ่านซ้ำอีกรอบ

เพราะพบว่าไม่ใช่หนังสือที่อ่านง่าย คล่องคอนัก

ต้องใคร่ครวญระหว่างอ่านเยอะมาก จึงใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าเล่มอื่น

เล่มนี้ชื่อเต็มๆคือ Eyes Wide Open, cultivating discernment on the spiritual path

เขียนโดย Mariana Caplan แปลโดย คุณกรรณิการ์ พรมเสาร์ ต้องชมว่า หน้าปกไทยสวยกว่าของต้นฉบับมาก เป็นอีกเล่มที่ตอกย้ำว่า จิตวิญญาณ และ จิตวิทยา ไม่ควรถูกมองแยกจากกัน จิตวิทยาตะวันตกสมัยใหม่ มักจะแยกจิตใจออกจากจิตวิญญาณ เพราะต้องการแยกวิญญาณ ออกจากสสารและยอมรับแต่เฉพาะสิ่งที่บอกปริมาณได้ วัดค่าได้เท่านั้น

และนี่คือการถอดบทเรียนที่ได้จากการอ่านเล่มนี้

#เส้นทางจิตวิญญาณไม่ใช่บันไดแต่เป็นถนนลูกรังทางวันเวย์
มันไม่เรียบ ไม่ตรง และไม่พาเรากลับไปเป็นคนเดิม
มีทั้งช่วงสว่าง ช่วงมืด และช่วงที่รู้สึกว่าถอยหลัง
ถ้าเราไม่ฝึกความยืดหยุ่นและไม่ยอมตอบสนองต่อความจริงที่เปลี่ยนไป
เราจะติดอยู่ตรงหลุมนั้นเอง

#ฝึกยืดหยุ่นเข้าไว้

การเดินทางในการดำเนินชีวิตของเราแต่ละคนมีเอกลักษณ์ และอาจคาดเดาไม่ได้

ถ้าเราไม่บ่มเพาะความยืดหยุ่นและความเต็มใจในการตอบสนอง ต่อสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เราจะไปต่อได้ลำบาก เพราะนิสัยของเราอาจจะกลายเป็นความเคร่งจนขาดความยืดหยุ่น

แม้แต่การปฏิบัติธรรม ฝึกจิต สมาธิ ภาวนาเอง ก็อาจกลายเป็นข้ออ้าง

ในการจำกัดตัวเองให้อยู่อย่างคับแคบและปลอดภัย

แต่จริงๆแล้วเราควรปฏิบัติให้แน่ใจว่าเรามีความยืดหยุ่นขึ้นต่างหาก

#สิ่งที่เราไม่กล้ารู้จักมันจะไปโผล่ข้างนอกในนามของโชคชะตา
Carl Jung บอกไว้ว่า เมื่อสถานการณ์ภายในไม่ได้ถูกสำนึกรู้ มันจะปรากฏภายนอกเป็น “โชคชะตา”
หลายครั้งเราบอกว่าชีวิตไม่ยุติธรรม ทั้งที่จริงเราแค่ยังไม่กล้ามองเงาของตัวเอง
หนังสือเล่มนี้ส่งสัญญาณบอกเราว่า งานภายใน หรือ Inner Work ที่เราหลีกเลี่ยง
จะกลับมาเคาะประตูชีวิตเราเสมอ ในรูปของผู้คน เหตุการณ์ และความรู้สึกเดิม ๆ
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อไหร่ที่เผชิญหน้ากับมัน เราจะรู้ว่าทุกสิ่งมีที่มาที่ไป และมันสะท้อนจากสภาวะภายในใจเราเอง

#เรารู้มากแต่เรายังไม่รู้จักตัวเอง
นี่คือประโยคที่อ่านแล้วเจ็บอยู่นะ
คนจำนวนมากมีความรู้เต็มหัว มีคำสอนเต็มปาก
แต่ไม่รู้จักแรงขับ ความกลัว และบาดแผลของตัวเอง
และที่น่ากลัวกว่านั้น คือ เรา “เชื่อจริง ๆ” ว่าเรารู้จักตัวเองแล้ว
ความอ่อนน้อมถ่อมตน คือจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้
เพราะการยอมรับว่า “ฉันไม่รู้”
คือประตูที่เปิดกว้างที่สุด

#อัตตาไม่ได้หายไปมันแค่พูดด้วยภาษาธรรม
อัตตาถูกออกแบบมาเพื่อไม่ให้เราเห็นตัวเอง
มันชอบบอกว่า “ฉันคิด ฉันรู้ ฉันเข้าใจ”
และในเส้นทางจิตวิญญาณ อัตตาจะยิ่งแนบเนียน
มันอาจมาในรูปของความเหนือกว่า ความถ่อมตนปลอม ๆ
หรือการติดกลุ่ม ติดครู ติดบทบาทผู้รู้
หนังสือเล่มนี้เรียกสิ่งนี้ตรง ๆ ว่า วัตถุนิยมทางจิตวิญญาณ หรือ โซ่ทองที่สวยงาม

ซึ่งเป้าหมายของการฝึกจิตไม่ใช่การสร้างคุกที่ดูดีขึ้น แต่คืออิสรภาพต่างหาก

#ตันตระไม่ได้สอนให้หนีสิ่งใดแต่สอนให้ถักทุกอย่างเข้าด้วยกัน

ตันตระสอนให้เรานำ ทุกประสบการณ์
ทั้งสุข ทุกข์ ความใคร่ ความกลัว ความสับสน
มาถักทอเป็นผืนผ้าแห่งความตื่นรู้ที่ต่อเนื่อง
ไม่ตัด ไม่ปฏิเสธ ไม่เลือกเฉพาะสิ่งที่ดูดี
เพราะทันทีที่เราต่อต้านบางสิ่ง
เราจะหันไปหาสิ่งที่เป็นพวกของมัน
แม้แต่ “ความไม่โลภ” ก็อาจเป็นความโลภชนิดประณีต
เมื่ออัตตาไม่พบศัตรู อัตตาก็ไม่มีที่ยืน

#อทวิภาวะคือการเลิกแยกโลกออกจากหัวใจของเรา

อทวิภาวะไม่ได้แปลว่าโลกนี้ไม่มีคู่ตรงข้าม
แต่คือการไม่แยกผู้รู้กับสิ่งที่ถูกรู้
รูปไม่ต่างจากความว่าง
ความว่างก็ไม่ต่างจากรูป
พระผู้เป็นเจ้ามีจักรวาลเป็นกาย
ถ้าเราทรยศโลกในตัวเอง
เราจะไม่มีวันเข้าถึงสวรรค์ภายใน
เส้นทางจิตวิญญาณจึงไม่ใช่การหนีโลก
แต่คือการยอมรับโลกนี้ทั้งหมดโดยไม่หดตัว ไม่แบ่งแยก

#บางครั้งการรู้แจ้งคือการไม่ต้องรู้ทุกอย่าง
เรามักคิดว่าการตื่นรู้คือการเห็นทุกคำตอบ
แต่ผู้เขียนเล่มนี้ชวนให้ “ไม่รู้”
ปล่อยให้กำแพงแห่งความโอหังทางจิตวิญญาณค่อย ๆ สึกกร่อน
จนปัญญาของชีวิตซึมผ่านเข้ามาได้เอง
แสงจะเล็ดลอดเข้ามาได้ ก็ตรงรอยร้าวนั่นแหละ

#อย่าใช้การปฏิบัติเพื่อหนีชีวิต
คำถามสำคัญที่เล่มนี้โยนมา คือ
เราทำสมาธิเพื่อเข้าใกล้ชีวิต หรือเพื่อหลบหนีมัน
อันที่จริง การปฏิบัติที่ไม่ได้ทำให้เราปลอดภัยจากความเจ็บ
แต่มันทำให้เราพบ “ผู้เยียวยาภายใน”
คนที่รู้ว่าจะดูแลร่างกาย หัวใจ และจิตวิญญาณอย่างซื่อสัตย์
กฎในการเยียวยาตัวเองนั้นมันเรียบง่ายมาก คือ
เราจะหาย เมื่อเราทำตามหัวใจ

#วุฒิภาวะทางจิตวิญญาณคือการตอบสนองอย่างเหมาะสมต่อชีวิตจริง
การรู้แจ้ง ไม่ใช่การลอยเหนือโลก
แต่คือความสามารถในการอยู่กับความทุกข์ ความผิดหวัง
และยังมองเห็นความงามของชีวิตได้พร้อมกัน
คนที่เติบโตทางจิตวิญญาณ
ไม่ใช่คนที่ไม่มีบาดแผล
แต่คือคนที่รู้ว่าจะใช้บาดแผลนั้นรับใช้อะไร

Eyes Wide Open ไม่ได้ชี้แนะให้เราหนีโลก
แต่กลับทำให้เรากลับมาอยู่ในโลก อย่างคนที่ลืมตาแล้วจริง ๆ

นึกขอบคุณเพื่อนอยู่เสมอ ที่บอกว่าอ่านเล่มนี้แล้วนึกถึงเจ้

ถ้าถึงวันที่พวกเธอเริ่มสนใจทำงานภายในตัวเอง

เล่มนี้เป็นอีกเล่มที่เป็นเหมือนพี่เลี้ยงที่อาบน้ำร้อนมาก่อน มาแบ่งปันประสบการณ์

เราไม่จำเป็นต้องรอคอยให้หาตัวเองเจอก่อนถึงจะสนุกกับชีวิตได้

เราสามารถเลือกที่จะเฉลิมฉลองชีวิตขณะที่แสวงหาไปด้วยว่าเราเป็นใคร

ขอให้สนุกกับทุกเส้นทางที่เลือกเดินนะ

ด้วยรักจากเจ้

เผยแพร่โดย Fromyoursis

A Gift from your sis - my personal output, hope some of them could inspire you to live a better life.

ใส่ความเห็น