
ได้เจอนักเขียน ก็ต้องรีบเขียนรีวิวไว้เลย
เล่มนี้เป็นหนังสือของอาจารย์มาโนช เลิศสาคาสิริ หรือโค้ชเอ็ม ที่เจ้ได้มีโอกาสพบเจอกันหลายครั้งตามงานต่างๆ พอรู้ว่าแกเขียนหนังสือ เลยขอแซงคิวเล่มอื่นมาอ่านก่อน และถือโอกาสนี้สรุปเก็บไว้ด้วยเลย พี่โค้ชมาโนชใจดีมาก เห็นเจ้นั่งอ่านอยู่ ก็ขอถ่ายรูปและเอาไปให้ AI Gen รูปการ์ตูนให้ด้วยเป็นของฝากอีกด้วย

เล่มนี้เป็นหนังสือที่ใช้ทักษะการเล่านิทานแบบ Story Telling และทักษะการตั้งคำถามของโค้ชผู้บริหาร ตอบด้วยเรื่องเล่า ใช้การเปรียบเปรยให้นึกภาพตามออก แต่แท้จริงแล้วเป็นการสกัดเอาแก่นธรรมะของพระพุทธเจ้ามาย่อยให้เด็กๆ หรือคนทั่วไปเข้าใจได้ง่ายขึ้น
ในเล่มแบ่งออกเป็น 28 บท อ่านง่าย ตัวหนังสือใหญ่ไม่ต้องเพ่ง เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ที่จะเอาไปสอนเด็กๆต่อได้ เนื้อหานิทานสอดคล้องกับหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าหลักธรรมที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เช่น
#อริยสัจ4 (รู้ทุกข์ – เห็นเหตุ – แก้ที่เหตุ – ปฏิบัติเพื่อพ้นทุกข์)
o รู้ปัญหาให้ชัด ค้นหาเหตุที่แท้จริง แล้วแก้ไขที่ต้นเหตุด้วยการปฏิบัติอย่างถูกต้อง
#สติปัฏฐาน4 (ฝึกสติในทุกอิริยาบถ)
o มีสติรู้กาย รู้เวทนา รู้จิต และรู้ธรรม ให้จิตอยู่กับปัจจุบัน ไม่ฟุ้งซ่าน
#อนัตตา (ปล่อยวาง – ไม่ยึดมั่นถือมั่น)
o ปล่อยวางสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ ไม่ยึดติดกับความคิดหรือความคาดหวัง
#สมถะ – วิปัสสนา (ทำใจให้สงบ และพิจารณาเหตุปัจจัยด้วยปัญญา)
o ฝึกจิตให้สงบ เพื่อให้เห็นความจริงตามธรรมชาติอย่างแจ่มชัด
#วิริยะ ความเพียรพยายามฝึกฝน (สัมมาวายามะ)
o ความพยายามอย่างต่อเนื่องในการฝึกฝนตนเอง
#อุเบกขา (วางใจเป็นกลาง)
o ไม่หวั่นไหวต่อคำชม คำติ หรือสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา รักษาจิตให้มั่นคง เน้นการพิจารณาด้วยปัญญา ไม่ยึดติดกับคำพูดของใคร แต่ให้พิจารณาด้วยตนเองตามหลัก กาลามสูตร
#โยนิโสมนสิการ (คิดอย่างแยบคาย)
o ใช้ปัญญาพิจารณาให้รอบคอบ แก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
#ปฏิจจสมุปบาท (หลักการพิจารณาเหตุและผล)
o เน้นการปรับเปลี่ยนนิสัยและการปฏิบัติ ซึ่งสอดคล้องกับการเข้าใจเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดทุกข์และพยายามเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้น
#สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ)
o คือการเรียนรู้และปรับปรุงจากข้อผิดพลาด ไม่ติดอยู่กับความผิดพลาดนั้น
ซึ่งธรรมะเหล่านี้ เป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนคงได้ยินผ่านหูกันมาทั้งชีวิต แต่เข้าใจจริงๆไหมอีกเรื่องนึง แต่เล่มนี้จะช่วยให้เราอ่านธรรมะอย่างสนุกแบบวางไม่ลง (หนังสืออ่านง่ายด้วย ไม่ท้อแท้เสียก่อน) ทำให้เราสามารถโยงเรื่องใกล้ตัวเข้ากับธรรมะ และสอนคนใกล้ชิดได้แบบเนียนๆ ไม่เป็นการสอนโจ่งแจ้ง หรือยัดเยียดธรรมะให้จนเกินไป
ถ้าอ่านพระไตรปิฎก คู่มือมนุษย์ หรือ หนังสือของท่านพุทธทาสไม่ไหว ลองเล่มเล็กๆย่อยง่ายเล่มนี้ชิมลางธรรมะของพระพุทธเจ้าในแบบอาหารเด็กอ่อนดูก่อนก็ได้นะ
ด้วยรักจากเจ้
