176 – หัวใจตื่นรู้ Part 3

หัวใจตื่นรู้ Part 3

พาร์ทที่แล้ว เล่าถึงระดับจิตของมนุษย์ว่ามันสัมพันธ์กับการตื่นรู้ไปแล้ว วันนี้จะพามาดูกระบวนการเปลี่ยนแปลงภายใน คนที่เค้าตื่นรู้แล้ว มีประสบการณ์ยังไงในเส้นทางนี้บ้าง

การตื่นรู้เป็น Personal Transformation คือกระบวนการเปลี่ยนแปลงภายในอย่างลึกซึ้งที่รื้อถอนทัศนคติ มุมมอง ความเชื่อเดิมๆ สู่การสร้างจิตสำนึกใหม่ขึ้นมา เปลี่ยนมุมมองด้านความหมายของการมีชีวิตอยู่ หรือ ที่เรียกว่า การตื่นรู้ไปสู่เส้นทางการค้นพบความจริงแท้ที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรม

#ตื่นทั้งที่ยังลืมตาเกิดจากอะไร

การตื่นรู้สามารถเกิดขึ้นได้จาก

1. การตั้งคำถามสำคัญเปลี่ยนชีวิต

เช่น ลาออกดีไหม แต่งงานดีไหม มีลูกไหม อะไรคือเป้าหมายชีวิตในอีก 3 ปีข้างหน้า สิ่งที่ดีที่สุดของชีวิตคืออะไร เราเกิดมาทำไม

2. พบคำตอบ เจอคำสอน พบสัจธรรมกลางถนน หรือบังเอิญได้ยินอะไรบางอย่างที่เข้าหูมาแล้ว จิตเกิดการตื่นรู้

มีตัวอย่างที่น่าสนใจเรื่องหนึ่ง ‘เว่ยหลาง’ ได้ยินชายคนหนึ่งกำลังสวดมนต์มาถึงถ้อยคำที่ว่า ‘พึงทำจิตมิให้มีความยึดถือผูกพันในทุกสภาวะ’ ก็เกิดอาการสว่างโพลงตื่นขึ้นมา จึงถามชายคนนั้นว่าไปเรียนจากที่ไหน ชายคนนั้นบอกว่าเรียนจากท่านหงเหริ่น วัดตงซานที่มีศิษย์เป็นพันๆคนสอนให้ศิษย์บริกรรมพระสูตรนี้เพื่อค้นพบธรรมญาณแห่งตนและเข้าถึงความเป็นพุทธะ

เว่ยหลางจึงเดินทางไปอยู่วัดตงซานทันที

หลายปีผ่านไป ที่วัดตงซาน ท่านหงเหริ่น เป็นสังฆปริณายกองค์ที่ 5 ของจีน ขณะที่เว่ยหลางกำลังผ่าฝืนที่วัด ก็ได้ยินศิษย์อาวุโสแต่งโศลกว่า

“กายนี้เหมือนต้นโพธิ์ ใจนี้เหมือนกระจกใส

หมั่นเช็ดหมั่นปัดไป อย่าให้ฝุ่นละอองจับคลุมได้”

เว่ยหลางเห็นว่ายังไม่ถูกต้องจึงแต่งใหม่ว่า

“ไม่มีทั้งต้นโพธิ์  ไม่มีทั้งกระจกใส สรรพสิ่งหามีไม่ ฝุ่นคราบไคลลงจับอะไรกัน”

พอท่านหงเหริ่นได้อ่านโศลกนี้ก็รู้ว่าผู้แต่งรู้ธรรมอย่างแจ่มแจ้ง เพราะ กาย (ต้นโพธิ์) ไม่ใช่สิ่งจริงแท้ จิต (กระจกเงา) ก็ไม่มีอยู่จริง กิเลสทั้งหลายซึ่งรวมทั้งความทุกข์และสิ่งปรุงแต่งทั้งปวง (ฝุ่นละออง) จึงเป็นเพียงมายา

ท่านหงเหริ่นจึงมอบตำแหน่งสังฆปริณายกองค์ที่ 6 ให้เว่นหลางโดยที่ยังไม่บวชและอ่านเขียนไม่ได้ด้วยซ้ำ

ซึ่งภายหลัง เว่ยหลางได้กลายเป็นปรมาจารย์องค์สำคัญของพุทธศาสนาในจีน ได้รับการยกย่องในญี่ปุ่น เป็นอาจารย์องค์สำคัญในแนว zen ที่ข้ามพ้นการยึดติดในตัวคัมภีร์ หรือการปฏิบัติตามรูปแบบ แต่มุ่งสู่การบรรลุธรรมแบบฉับพลัน

3. เผชิญประสบการณ์ใหม่ที่ตื่นที่ตาจึงตื่นที่ใจ

Edgar Dean Mitchell เป็นนักบินอวกาศชาวอเมริกัน เดินทางไปดวงจันทร์ด้วยยานอพอลโล 14 เมื่อปี 1971 ขณะที่ยืนอยู่ยนดวงจันทร์และมองกลับมาเห็นโลกทั้งดวงด้วยตาตัวเอง จึงเห็นความเป็นหนึ่งเดียวของโลกทั้งหมด ไม่เห็นเส้นแบ่งดขตแดนของประเทศ หัวใจสัมผัสได้ถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชีวิต นั่นทำให้จิตใจของเขาเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เกิดความรักต่อเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติทั้งหมด

4. สัมผัสประสบการณ์จากความทุกข์

การประสบเหตุการณ์ในชีวิตที่พบเจอความทุกข์ สามารถทำให้ผู้คนตาสว่าง ทำใหัคนเกิดการเปลี่ยนแปลง และหลุดจากความหลงได้

Eckhart Tolle ผู้เขียน The Power of Now : A guide to spiritual enlightenment กลายเป็นผู้นำด้านจิตวิญญาณทั้งๆที่ไม่เคยได้รับการฝึกอบรมด้านนี้จากศาสนาไหนมาก่อน แต่เป็นเพราะความทุกข์จากโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรงจนอยากฆ่าตัวตายหลายครั้ง จนคืนหนึ่งเขาตื่นมาด้วยความรู้สึกชิงชังตัวเองมากจนไม่อยากทนอยู่กับตัวเองอีกต่อไปแล้ว

แล้วก็คิดขึ้นมาได้ว่า ถ้าฉันทนอยู่กับตัวเองไม่ได้ ก็แสดงว่า ‘ตัวฉัน’ นั้นมีสองคนเหรอ (ฉัน กับ ตัวตนที่ฉันทนอยู่ด้วยไม่ได้) ก็เลยสงสัยว่า มันคงมีเพียง 1 เดียวที่เป็นตัวจริงรึเปล่า

ระหว่างที่กำลังงงกับความคิดนี้จนจิตใจไม่มีความคิดใดๆ มีแต่ความรู้สึกตัวเต็มที่ ก่อนที่จะรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกดูดไปในที่ว่างในตัว เหมือนถอดปลั๊กออกจากตุ๊กตาพองลงจนแฟบ

เหลือแต่ธรรมชาติที่แท้จริงที่เป็นปัจจุบันขณะ

เมื่อตื่นขึ้นมา เขาจึงพบกับความรู้สึกใหม่เหมือนว่าเพิ่งลืมตาตื่นมาดูโลกเป็นวันแรก และได้พบกับความสงบที่ยังอยู่จนถึงปัจจุบัน

เช่นเดียวกับ Neale Donald Walsch ที่ผิดหวังในชีวิตที่ล้มเหลวทั้งเรื่องงานและความรัก สุขภาพก็ย่ำแย่ แถมเจออุบัติเหตุทำให้ต้องใช้เวลารักษาตัวนานจนตกงาน เป็นคนไร้บ้าน คนเก็บขยะ นอนตามข้างถนน เกือบจะฆ่าตัวตาย แต่ก่อนจะลาโลกก็ขอเขียนระบายเป็นครั้งสุดท้าย ต่อว่าพระเจ้าลงกระดาษว่า ทำไมชีวิตต้องเป็นแบบนี้ ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงที่ไร้เสียงบอกให้เขียนบางสิ่งลงไป “เธออยากรู้จริงๆหรือแค่อยากระบาย” และนี่คือจุดเริ่มต้นของหนังสือ Conversations with God : An uncommon dialogue ที่เปลี่ยนชีวิตเขาและผู้คนมากมายไปตลอดกาล

สัตยา นารายัน โกเอนก้า อดีตนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงตั้งแต่อายุยังหนุ่ม ที่แบกความเครียดทางใจ ไมเกรนรุนแรง จากการงานติดตัว พยายามหาทางรักษาจากหมอหลายประเทศ มีแต่จะได้รับยาหลายขนานมากขึ้น

จนเจอท่านอูชันตุน เพื่อนที่แนะนำให้ไปวิปัสสนากับท่านซายาจี อูบาขิ่น ท่านบอกว่า ‘ถ้าต้องการรักษาโรคทางกายก็ควรไปโรงพยาบาล แต่ธรรมะจะช่วยชำระจิตให้บริสุทธิ์ หลุดพ้นจากความทุกข์ จงปฏิบัติเพื่อให้จิตหลุดพ้น มิใช่เพื่อรักษาโรคทางกาย เมื่อปฏิบัติแล้วโรคที่เป็นส่วนหนึ่งของความทุกข์มันย่อมหายไปเอง

แต่หากมาปฏิบัติเพื่อรักษาโรคนั่นเป็นการประเมินคุณค่าของธรรมะต่ำไป’

หลังจากท่านโกเอนก้าเข้ารับการอบรมวิปัสสนา 10 วัน ก็หันมาอยู่ในเส้นทางสายธรรมตลอดช่วงชีวิตที่เหลือ

#อะไรทำให้คนไม่อยากตื่น

ในชีวิตคนเราได้เกิดการตระหนักรู้ขึ้นมาหลายรอบ หลายคนแวบคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แต่น่าเสียดายที่คนมากมายหมกมุ่นอยู่กับตัวเองมากเกินกว่าจะสนใจพิจารณาสภาวะเหล่านั้น

บางคนก็มองว่ามีความสุขดีอยู่แล้ว จะไปแสวงหาความจริงอะไรอีกทำไมกัน

บางคนก็อยากหนี ไม่อยากพิจารณาให้ทุกข์ไปเสียเปล่า จนละเลยเหตุการณ์ที่อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงทั้งชีวิตให้กับตัวเองได้

ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติ ว่าทุกไม่มีอะไรคงอยู่สภาพเดิมได้ ทุกสิ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลง เราจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงนั้น

#แล้วอะไรที่ทำให้คนเริ่มอยากตื่น

เพราะตระหนักว่า ‘ไม่รู้’ จึงเริ่ม ‘เรียนรู้’

เพราะรู้ว่า ‘หลง’ จึงออก ‘ค้นหาความจริง’

เพราะปรารถนา ‘การเปลี่ยนแปลง’ จึง ’ลงมือทำ’ ทันที

มุ่งสู่เส้นทางสายใหม่ เดินทางกลับสู่ภายใน

เพื่อตื่นจากความไม่รู้ ไปสู่การตื่นรู้

ตื่นจากความหลง ไปสู่ความจริง

ตื่นจากอัตตา ไปสู่จิตเดิมแท้

เหมือนที่อริสโตเติล นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกบอกว่า การรู้จักตัวเอง เป็นจุดเริ่มต้นแห่งปัญญาทั้งปวง

รอบหน้าจะมาต่อที่การปฏิบัติเพื่อพัฒนาให้จิตใจของเราสูงขึ้น หรือกลับสู่จิตเดิมแท้ ทำอย่างไร มีแบบไหนบ้าง

ด้วยรักจากเจ้

เผยแพร่โดย Fromyoursis

A Gift from your sis - my personal output, hope some of them could inspire you to live a better life.

ใส่ความเห็น