หัวใจตื่นรู้ Part 2

พาร์ทที่แล้วปูพื้นว่าการตื่นรู้คืออะไร เพราะอะไรทำไมคนจึงไม่ตื่น และทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ รอบนี้จะมาเล่าถึงระดับจิตของมนุษย์ และวิธีการเข้าถึงการตื่นรู้ทำได้อย่างไรบ้าง
#ตอนนี้โลกเราประสบกับวิกฤติใหญ่
ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติมนุษย์ ที่คนจำนวนมากทั่วโลกขาดคุณธรรมทำให้มีศีลธรรมอยู่ในระดับต่ำ
วิกฤติสังคม อันเกิดจากความเหลื่อมล้ำ เพราะผู้คนขาดมโนสำนึก ทำร้ายกันได้เพียงแค่ขอให้ตัวเองรอดปลอดภัย
วิกฤติโลก สิ่งที่ต้องเผชิญร่วมกัน เช่น ภัยธรรมชาติ ฯลฯ
ทั้งหมดนี่เกิดจากวิกฤติที่จิตใจของมนุษย์ที่คว่ำอยู่ ไม่เปิดออก มีความคิดแบบแยกส่วนเห็นแต่เฉพาะประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องของจิตสำนึก
#แล้วจะแก้ไขวิกฤตินี้ได้อย่างไร
เพราะสิ่งแวดล้อม ธรรมเนียมปฏิบัติต่างๆ ที่สืบต่อกันมา ทำให้การใช้ชีวิตของคนเราทุกวันนี้เหมือนหลงอยู่ในสภาวะซ้อนฝัน ยึดติดกับสิ่งต่างๆ อินกันจนเกิดความแตกแยก แบ่งแยก ทำให้เป็นต้นตอการเกิดวิกฤติต่างๆตามมา
การแก้ไขวิกฤติ คือต้องมนุษย์ต้องปรับจิตใจให้อยู่ในสภาวะหงายเปิดรับ เปลี่ยนจิตใจคับแคบให้กว้างขวาง จนกระทั่งทุกคนเห็นความเชื่อมโยงระหว่างตัวเองกับคนอื่น ธรรมชาติ และโลกของเรา ซึ่งทำได้โดยการ ‘เดินทางสู่โลกภายใน’ เพื่อตระหนักว่า เราไม่รู้ เพื่อที่จะเข้าสู่การเรียนรู้ความจริงของทุกสรรพสิ่ง
#ระดับของจิตมนุษย์
ไม่ใช่ทุกคนจะพร้อมเดินทางเข้าสู่ภายโลกในได้ ขึ้นอยู่กับระดับของจิตใจมนุษย์ ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ได้แบ่งระดับจิตของมนุษย์ออกเป็น 9 ระดับ โดยแบ่งได้เป็น 2 Tier ซึ่งไม่ได้หมายความว่าระดับล่างๆคือคนไม่ดี ระดับบนๆถึงจะดี เมื่อศึกษาด้านนี้จนถึงแก่น จะเข้าใจว่า ไม่มีการแบ่งแยกคนดีคนชั่ว คนโง่คนฉลาด มีแต่คนที่รู้ กับ ไม่รู้ เท่านั้นเอง ดังนั้นขอให้อ่านอย่างเป็นกลาง และลองพิจารณาเอาเองว่าจริงหรือไม่
Tier ที่ 1 คือ ระดับของจิตที่ยังคิดแต่ ‘เรื่องของตัวเอง’ (ระดับจิตที่ 1-6)
ระดับที่ 1 Instinctive Self จิตของสัญชาติญาณดั้งเดิม (ฝูงชนอดอยากหรือคนที่อยู่ในภาวะสงคราม) มีจำนวนประชากรที่อยู่ในระดับนี้อยู่ที่ 0.1%
ระดับที่ 2 Magic Self จิตเชื่อมโยงไสยศาสตร์ ยึดติดพิธีกรรมขั้นสุด ไม่สนใจใช้ชีวิตแบบคนปกติทั่วไป กลุ่มนี้มีอยู่ 1%
ระดับที่ 3 Power Self จิตที่เชื่อในอำนาจนิยม แสวงหาความเป็นใหญ่ เป็นกลุ่มคนที่อยากมีอิทธิพล อยากอยู่เหนือคนทั่วไป กลุ่มนี้มีอยู่ 20%
ระดับที่ 4 Rule Role Self จิตที่เชื่อในกฎหมาย ระเบียบวินัย รักชาติ ลัทธิ ศาสนา 40% สังเกตว่าประชากรส่วนใหญ่บนโลกจะอยู่ในระดับนี้มากที่สุด เพราะได้รับการอบรมสั่งสอนจากครอบครัว สังคมหล่อหลอมมา
ระดับที่ 5 Rational Self จิตที่เชื่อในวิทยาศาสตร์ และทุนนิยมภาคเอกชน กลุ่มอุตสหกรรม การตลาด 30%
ระดับที่ 6 Sensitive Self จิตที่ใส่ใจธรรมชาติ ชอบเรียกร้องความเป็นธรรมในสังคม ชอบทำงานอาสาสมัครโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน 5%
Tier ที่ 2 คือ ระดับของจิตที่เริ่มข้ามพ้นความยึดติดในตัวตน (ระดับจิตที่ 7-9)
ระดับที่ 7 Integral Self จิตบูรณาการ ตื่นรู้ ไม่เป็นทาสวัตถุ สนใจด้านพัฒนาจิตใจ มีอยู่ 1% ของจำนวนประชากรโลก ทำให้นี่เป็นสาเหตุที่คนตื่นรู้แล้วมักจะถูกมองว่าเป็นพวกประหลาด แปลกแยก มีชุดความคิดไม่เหมือนคนอื่นๆนั่นเอง
ระดับที่ 8 Holistic Self จิตองค์รวมเข้าถึงความจริง สมานฉันท์ทุกระดับจิตได้อย่างสร้างสรรค์ 0.1% ตัวอย่างของกลุ่มนี้ คือบรรดานักปฏิบัติ นักบวช ผู้นำทางจิตวิญญาณทั้งหลายที่นำพาผู้คนให้เดินไปในทางที่ถูกต้อง
ระดับที่ 9 Unitive Self จิตแห่งหนึ่งเดียวก้าวข้ามความยึดติดในตัวตน 0.1% ส่วนใหญ่คนที่อยู่ระดับนี้มักหาตัวจับได้ยาก เพราะพวกเขาไม่อยากมีตัวตน ไม่ต้องการชื่อเสียง ไม่ยึดติดกับสิ่งใดอีกแล้ว เป็นหนึ่งเดียวกับทุกสรรพสิ่ง
#กำแพงห้าขั้นขวางการตื่นรู้
สิ่งที่ทำให้มนุษย์เราไม่สามารถเข้าถึงการตื่นรู้ได้ เพราะมีกิเลสทั้ง 5 เป็นกำแพงขวางกั้นการตื่นรู้
1. ความไม่รู้ ไม่รู้ว่าความจริงของสรรพสิ่งคืออะไร ไม่รู้ว่าสัจธรรมคืออะไร ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเราเป็นใคร
2. ความเย่อหยิ่ง ถือดี ในตัวเองว่ารู้แล้ว รู้ดีที่สุดแล้ว
3. ความหลงยึดมั่นถือมั่น ความอยาก ความโลภ ในทรัพย์สินเงินทองสิ่งของนอกกายทั้งหลาย
4. ความเกลียด การไม่มีความรักให้แก่กัน หรือมีก็มีแค่เฉพาะพวกพ้องตัวเอง ใครไม่เกี่ยวคือแบ่งแยกหมด
5. ความกลัวตาย การยึดติดกับชีวิตที่มีตอนนี้ โดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วตัวตนที่แท้จริงเราเป็นนิรันดร์
ตอนนี้ที่เราเจอวิกฤติ เพราะมนุษย์เราหลับใหลทั้งที่ยังลืมตาอยู่ และก็ไม่รู้ว่าตัวเองหลับ เนื่องจากกิเลสทั้ง 5 สามัคคี
จนกว่าจะเข้าถึงการตื่นรู้ รู้ และเห็นตามความเป็นจริง เมื่อนั้นเราจะตื่น เพราะเข้าใจและเห็นถึงความไม่มีตัวตนที่แท้
แล้วเราก็จะเบิกบาน เป็นสุขเพราะเข้าถึงอิสรภาพที่อยู่เหนือการเกิดและตาย
พาร์ทต่อไป จะมาเล่าถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลงภายใน ทำยังไงที่จะเข้าสู่เส้นทางตื่นรู้ได้
ด้วยรักจากเจ้
