170 – อารียา เมตายา (Book 1 Part 7)

อารียา เมตายา 1 Part 7

ต่อจากพาร์ทที่แล้วที่เล่าถึงภาษาจิต และ การจำตัวเองให้ได้ วันนี้จะมาเล่าถึงนิยามของ ‘พระเจ้า’ ว่ามีจริงๆหรือ และพระเจ้าคืออะไรกันแน่

ในศาสนาพุทธเราอาจไม่คุ้นชินกับคำว่า ‘พระเจ้า’ เพราะเราอาจมองว่าเป็นความเชื่อของทางศาสนาคริสต์ หรือศาสนาอื่นๆ ทางพุทธไม่มีพระเจ้า แต่หากศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้าดั้งเดิม จะพบว่า พระเจ้ามีจริง แค่เราไม่ได้เรียกด้วยชื่อเดียวกัน

#ทุกสิ่งและทุกชีวิตในจักรวาลเกิดขึ้นได้อย่างไร

‘ชีวิต’ คือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างรูปธรรม (ร่างกาย) ที่เกิดจากธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ กับนามธรรม (จิตวิญญาณ) หากขาดส่วนหนึ่งส่วนใดไป ก็ไม่อาจเรียกว่า ‘ชีวิต’ ได้ นี่คือความต่างที่มนุษย์ใช้นิยามสิ่งมีชีวิต กับ สิ่งไม่มีชีวิต

คำถามคือ แล้วมนุษย์เกิดมาได้อย่างไรกันแน่ หากเป็นคำตอบทางวิทยาศาสตร์ ทฤษฎีที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือ การระเบิดครั้งใหญ่ของเอกภพ (Big Bang) แต่ก็ยังไม่มีใครหาคำตอบว่าแล้วสสารเริ่มต้นก่อนที่จะเกิด Big Bang คืออะไรได้เลย ยังคงเป็นปริศนาอยู่จนถึงทุกวันนี้

นั่นอาจเป็นเพราะว่า ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์ อาจจะไม่ล้ำพอที่ไขความลับจักรวาล ดังนั้น ผู้คนจึงละไว้ในฐานที่เข้าใจกันว่า ก็คงมีแต่ ‘พระเจ้า’ เท่านั้นแหละที่จะทำเรื่องยิ่งใหญ่แบบนี้ได้

ส่วนคำตอบที่หาได้จากหนังสืออารียาเมตายา กล่าวไว้ว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ ผู้สร้าง (Source) สร้างขึ้นมา และไม่ใช่แค่สร้างมนุษย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง ตั้งแต่สิ่งที่เล็กกว่าอะตอม โฟตอน นิวตรอน อิเลกตรอน ควาร์ก ไปจนถึงทุกสสารในจักรวาลเลย (และเข้าใจเอาเองว่าอาจรวมไปถึงสิ่งที่ไม่ใช่สสาร แต่เป็นพลังงานด้วย)

#พระเจ้าคืออะไร

พระเจ้าคือทุกสิ่ง แม้แต่ในสิ่งที่เล็กที่สุดที่ไม่สามารถแยกองค์ประกอบเป็นส่วนๆได้แล้ว นั่นคือ ‘สสารเริ่มต้น’ ซึ่งมีแกนกลางเป็นอณูบวกและลบยึดเกาะกัน มีอณูเล็กๆหมุนวนรอบๆ  ซึ่งพลังที่ขับเคลื่อนอณูเล็กๆเหล่านี้ ก็คือพระเจ้า ท่านอยู่ในทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นของแข็ง ของเหลว ก๊าซ สิ่งมีชีวิต ล้วนแต่ประกอบจากพระองค์ทั้งสิ้น การกำหนดสร้างทุกสรรพสิ่งจึงเกิดขึ้นจากการสั่นเทือนภายในตัวพระองค์เอง

เป้าหมายสูงสุดของรูปธรรมชั้นสูงคือ เราทุกคนจะต้องกลับไปเป็นหนึ่งเดียวกับแหล่งต้นกำเนิด ซึ่งบางคนเรียกว่า ฟ้าดิน สิ่งศักดิ์สิทธ์ พ่อซื้อแม่ซื้อ อาตมัน พระธรรม พระบิดา พระผู้สร้าง พระยูไล แต่ส่วนใหญ่จะเรียกว่า ‘พระเจ้า’ เพราะว่าเป็นสากล และฟังดูกลางๆดี เป็นที่เข้าใจได้ง่าย

#พระเจ้าคือความรัก

แรงสั่นสะเทือนที่ก่อให้เกิดเป็นคลื่นความถี่ชนิดหนึ่งที่ออกมาจากสสารเริ่มต้น  คลื่นที่ปลดปล่อยออกมามีรหัสภาษาพูดว่า ‘การยึดโยงเหนี่ยวรั้ง’ ซึ่งคือความหมายที่แท้จริงของ คลื่นรัก/ คลื่นบวก และมันก็มีค่าสั่นสะเทือนที่ไม่เท่ากันในการวิวัฒน์เป็นสสาร มันเป็นคลื่นที่ทำให้ปรากฏเป็นสิ่งที่หลากหลายและซับซ้อน พอพูดถึงการกำหนดค่าสิ่งต่างๆ สิ่งเหล่านี้จึงเกิดขึ้นอย่างจงใจ ไม่ใช่เกิดจากความบังเอิญ

การอุบัติหรือการเกิดขึ้น มีค่าที่ตายตัว ค่าที่ตายตัวคือสิ่งที่คนเรียกว่า ‘รหัสพันธุกรรม’ ทำให้ ‘ม้า’ ไม่อาจกลายเป็น ‘ปลา’ ได้ ซึ่งการกำหนดค่าหรือรหัสต่างๆเหล่านี้ไม่สามารถเกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่มาจากสิ่งทรงภูมิปัญญานั่นคือ ‘พระเจ้า’ ซึ่งการที่พระเจ้าสั่นสะเทือนสิ่งต่างๆให้อุบัติขึ้น ท่านตั้งใจรังสรรค์ทุกสิ่งทุกอย่าง จึงเรียกว่าความรัก หรือ ‘ความรักคือการสั่นสะเทือนของพระเจ้า’ นั่นเอง

#บทบาทของพระเจ้า

พระเจ้ามีหลายบทบาท ถ้าจะนิยามใยบทบาทของผู้ให้กำเนิดทุกสรรพสิ่ง ก็เรียกว่า ‘พระผู้สร้าง’

ถ้านิยามจากความเป็นองค์ความรู้ทั้งมวล ก็เรียกว่า ‘พระธรรม’

และถ้าจะนิยามจากการเป็นผู้ครอบครองจักรวาลและเอกภพทั้งหมด ก็เรียกว่า ‘ผู้ปกครอง’ ก็ได้

พระเจ้ามีจิตสำนึกรู้แห่งการมีตัวตน แต่ไม่มีรูปธรรมอะไรเลย และไม่มีที่อยู่ในจักรวาลเป็นหลักเป็นแหล่งเหมือนมนุษย์ เพราะพระเจ้าอยู่ในทุกที่นั่นเอง

ดังนั้น แม้แต่ตัวเราเองก็มีส่วนหนึ่งของพระเจ้าอยู่กับเรา จึงอาจพูดได้ว่า ‘ตัวเราเองก็คือพระเจ้าเช่นกัน’

หากอ่านแล้วรู้สึกตะขิดตะขวงใจ ก็ขอให้ปล่อยผ่านไป อ่านเพลินๆ คิดเสียว่าเป็นนิยายก็ได้

อย่าได้เก็บเอามาเป็นกังวลว่า คนเขียนหรือคนอ่านอารียาเมตายาจะลบหลู่พระเจ้า เทียบเคียงเสมอพระเจ้า ฯลฯ เพราะเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เราจะเข้าใจทั้งหมดเอง

ด้วยรักจากเจ้

เผยแพร่โดย Fromyoursis

A Gift from your sis - my personal output, hope some of them could inspire you to live a better life.

ใส่ความเห็น