อารียา เมตายา 1 Part 5
ต่อจากพาร์ทที่แล้วที่เล่าถึง โลกต้นแบบที่พระเจ้าสร้างขึ้นคือดาวทึงร่า

วันนี้จะพามาดูเรื่องการเดินทางไปมาระหว่างดาวทึงร่า (โลกต้นแบบที่สมบูรณ์แบบ) และดาวไกอา (โลกแห่งการลืม โลกแห่งความไม่รู้)
#วิธีเดินทางไปมาระหว่างดาวทั้งสอง
แรกเริ่มเดิมทีมีแค่ดาวทึงร่า แต่เพื่อให้การหมุนของกาแลกซี่ทางช้างเผือกสมดุล พระผู้สร้างจึงต้องสร้างดาวไกอาไปติดตั้งอยู่อีกฝั่ง และได้กำหนดให้มีประตูทางเชื่อมแค่ประตูเดียว เหมือนภูเขาหินขนาดใหญ่มีสัณฐานคล้ายปิรามิด ไว้ใช้ขนย้ายเมล็ดพันธุ์ พืชพันธุ์ธัญญาหารต่างๆรวมทั้งสัตว์ให้ไปเจริญงอกงามที่ดาวไกอา
แต่ประตูจะเปิดทุกๆ 3600 ปี การลำเลียงสิ่งต่างๆจึงต้องแบ่งออกเป็นช่วงๆตามบันทึกในคัมภีร์แบ่งออกเป็น 7 ช่วง แต่ละครั้งห่างกัน 3600 ปี แต่คัมภีร์บันทึกไว้ว่า ใช้เวลา 7 วันบนโลก เพราะ 1 วันของจักรวาล = 3600 ปี มันคือวัฎจักรการโคจรของระบบสุริยะจักรวาลของทั้ง 2 ดาวที่หมุนวนกลับมาเริ่มต้นใหม่พอดี
#ความลับของปิรามิด
ปิรามิดทำให้เราเดินทางได้ เพราะคุณสมบัติภายในที่เกิดจากเหลี่ยมมุมทั้ง 4 ด้านของปิรามิด ทำให้เกิดอนุภาคเหนี่ยวนำที่มีสภาวะแรงเหนี่ยวนำซึ่งกันและกันถ้ามันอยู่ในพิกัดที่ตรงกัน โดยมีสภาวะรูหนอนหรือหลุมดำอยู่ตรงกลาง ก็จะทำให้เกิดการย้ายที่กันได้ เพราะมันตัดผ่านพื้นที่กึ่งกลางกาแลกซี่ที่ไม่สามารถมีสิ่งใดอยู่ได้แม้กระทั่งเวลา ประตูลักษณะนี้มีเฉพาะพิกัดรอบขอบโค้งด้านในรูหนอน และต้องเป็นแกนกลางของกาแลกซี่ทางช้างเผือกเท่านั้น กาแลกซี่อื่นๆในออกภพไม่มี
ซึ่งจังหวะที่ปิรามิดที่ตั้งบนโลกทั้ง 2 หันหัวมาอยู่ในพิกัดที่ตัดผ่านรูหนอนพอดี ประตูถึงจะเปิดออก ซึ่งจะเกิดทุกๆ 3600 ปี
ทำให้รูปธรรมจากดาวทึงร่าที่อาสาไปเฝ้าสังเกตการณ์ที่ดาวไกอา หากไปแล้วแว่าจะได้กลับมาต้องรอนานถึง 3600 ปีจึงมีการสร้างประตูเพิ่มอีก 1 ประตูเพื่อซอยช่วงเวลาให้สั้นลงครึ่งหนึ่ง
#จุดเริ่มต้นความหายนะที่ดาวไกอา
‘เดอกูร่า’ เป็นรูปธรรมที่ถูกฝึกการใช้พลังจิตต่างๆ รวมถึงขับยานได้ เหมือนกับรูปธรรมอื่นๆที่อาสาไปช่วยมนุษย์ที่ดาวไกอา เดอกูร่าไปประจำอยู่ที่มหาสมุทรแอตแลนติกที่สมัยนั้นยังมีแผ่นดินชื่อว่า’ทวีปเลมูเรีย’ (Lemuria) เขามีปฏิสัมพันธ์กับคนบนโลกจนผู้คนยกย่องว่าเป็นเทพเจ้า เป็นพระราชา
ภายใน 200 ปี เดอกูร่าก็สามารถทำให้เมืองที่ดูแลกลายเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ เนื่องจากมีรหัสอายุยืนยาวจึงปกครองมาได้ยาวนาน จนไม่ยอมกลับดาวทึงร่าเมื่อถึงเวลาต้องกลับ จึงเกิดสงครามทวยเทพ ทำให้บางอารยธรรมบนโลกบันทึกว่าเป็นช่วงกำเนิดซาตาน หรือฝ่ายมาร จนจุดจบคือเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำให้ทั้งทวีปเลมูเรียหักโค่นจมลงใต้มหาสมุทร และหายสาปสูญไปจากประวัติศาสตร์โลก
#หลังทวีปเลมูเรียหายไปจากประวัติศาสตร์
แต่เดอกูร่าไม่ตายเลยอพยพผู้คนชนชั้นสูง นักปราชญ์ ทายาทของเขาหลายพันคนไปตั้งรกรากที่เมโสโปเตเมีย หรือทวีปยุโรปในปัจจุบัน และได้จัดตั้งองค์กรลับที่อยู่เบื้องหลังการแสดงบทบาทบนโลก ทั้งการเมือง การปกครอง การเงิน ธนาคาร ทหาร ทุกส่วนล้วนมีทายาทของเดอกูร่าควบคุมอยู่
องค์กรลับถูกตั้งขึ้นเพื่อถ่ายทอดวิชาทักษะพิเศษต่างๆสืบต่อกันมารุ่นสู่รุ่น ชื่อว่า บ้านอิสระ Free Maison เพื่อประกาศความเป็นเจ้าของโลกไกอาและต้องการเป็นอิสระจากการควบคุมของพระเจ้า
#ชายชราได้แต่นั่งมองผลกรรมที่ทำไว้อย่างเดียวดาย
เดอกูร่ามีรหัสอายุยืนยาวไม่เหมือนมนุษย์ แต่คุณภาพสิ่งแวดล้อมและอำนาจสนามแม่เหล็กโลกที่ไม่เหมาะกับการมีชีวิตนิรันดร์เหมือนรูปธรรมที่ดาวทึงร่า ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน ร่างกายทรุดโทรมมาก ขาวซีดเหมือนศพ สิ่งที่พอจะทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้างคือการได้ดื่มเลือดสัตว์หรือมนุษย์สดๆเพราะมีเซลล์ชีวิตที่ทำให้ร่างกายชุ่มชื้นขึ้นมาได้ชั่วคราว ซึ่งสัตว์หรือมนุษย์ที่ตายก็จะถูกเอาเข้าเตาเผาในปราสาทไปเสิร์ฟให้เดอกูร่า
แม้ว่าวันนี้เขาจะรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป แต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว เพราะลูกหลานของเขาได้แผ่กระจายอำนาจไปทั่วโลกแล้ว เดอกูร่าจึงเปรียบเหมือนชายชราที่อยู่อย่างเดียวดายที่ปราสาท แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใคร และเขาอยู่ที่ไหนกันแน่
#เมื่อหายนะขยายตัว
ทายาทของเดอกูร่ามีแผนการมากมาย มีสงครามที่เหล่าทายาทเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเกิดขึ้น ทำให้ดาวทึงร่าต้องส่งกองกำลังไปดาวไกอามากขึ้น จึงต้องสร้างประตูเพิ่มขึ้นเฉลี่ยระยะห่างที่เหมาะสมทุกๆ 10 ปี รวม 360 ประตู
รูปธรรมที่ถูกส่งไปเป็นผู้ปกครองมนุษย์โลกตอนนั้นคือ โอซิริส เพื่อให้มนุษย์ช่วยสร้างปิรามิด โดยออกอุบายว่าเป็นสุสานฟาโรห์ จะได้ป้องกันไม่ให้คนไปใช้งาน หรือไปเที่ยวเล่น โดยไม่ได้รับอนุญาต
#จุดกำเนิดการบูชาเทพเจ้า
เมื่อสร้างประตูเสร็จแล้ว ซึ่งมีการแบ่งช่วงเวลาตามที่แต่ละคนรับผิดชอบ คนนั้นจะต้องทำเหมือนตาย เพื่อจะกลับดาวทึงร่า จึงต้องมีการนำศพอื่นมาคงสภาพด้วยกรรมวิธีพิเศษมาเป็นวัตถุดิบในการตบตาประชาชน
แต่ก็มีคนสงสัยว่ากษัตริย์เป็นอะไรตาย ร่างกายยังหนุ่มสาว หรือไม่ก็เริ่มสังเกตว่าเหตุใดร่างกายกษัตริย์ไม่เปลี่ยนไปเลย จึงใช้วิธีครอบศรีษะเป็นรูปสัตว์ต่างๆแทนจะได้ไม่เห็นโฉมที่แท้จริงว่าอายุเท่าไหร่
วิธีนี้เลยทำให้ไม่มีใครสงสัยในเหตุผลการสร้างปีรามิด แต่กลับทำให้คนหันมาบูชาเทพเจ้าแทน ด้วยความเข้าใจผิด
#วันสิ้นโลกเก่าเรากำลังเข้าสู่โลกใหม่
การเปิดประตูระหว่างดาวเพิ่งสิ้นสุดไป เมื่อวันที่ 21.12.2012 ตามปฏิทินของชาวชนเผ่ามายัน ที่ลือกันว่าเป็นวันสิ้นโลกนั่นเอง แม้ในความเป็นจริง โลกเราไม่ได้สูญสลายหายวับไปก็จริง แต่ในทางพลังงาน นับว่าเป็นการปิดศักราชของโลกเก่า เพราะโลกใหม่ New Earth กำลังเลื่อนระดับขึ้นสู่มิติที่สูงกว่า
พออ่านแล้วเลยเข้าใจว่า สาเหตุที่อียิปต์ถูกเลือกเป็นที่สร้างปีรามิด หรือในหลายๆประเทศที่มีปิรามิดมักจะเป็นที่โล่งแจ้ง ไม่มีป่าปกคลุม เพราะไม่ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังสามารถเห็นประตูชัดเจนนั่นเอง
ด้วยรักจากเจ้
