อารียา เมตายา 1 Part 4
(ต่อจากพาร์ทที่แล้วที่เล่าเกี่ยวกับรูปธรรมชั้นสูง การรู้ การเป็น)

วันนี้จะมาดูเรื่องโลกต้นแบบที่พระเจ้าสร้างขึ้นกัน
ในเริ่มต้น การสร้างจักรวาล ดาวทึงร่าเป็นเพียงระบบสุริยะจักรวาลเดียวที่โคจรรอบแกนกลางกาแลกซี่ทางช้างเผือก ดาวทึงร่ามีความสมบูรณ์แบบจนได้ชื่อว่าเป็นโลกต้นแบบ
แม้ว่าโลกที่สมบูรณ์แบบจะดำรงอยู่ที่ตำแหน่งแกนกลางกาแลกซี่ทางช้างเผือก แต่ก็ยังมีลักษณะการหมุนที่ไม่สมดุลอยู่ดี ภายหลังจึงสร้างระบบสุริยะจักรวาลที่มีสภาพภูมิประเทศ สภาพอากาศเหมือนกันขึ้นมาและเอาไปติดตั้ง ที่ตำแหน่งตรงข้ามเพื่อถ่วงดุลให้แกนกลางมีความสมมาตร มีการพามนุษย์กลุ่มแรกที่มีความต่างทางกายภาพไปอยู่อาศัยกระจายกันไป 4 มุมโลก
ที่นี่ได้ชื่อว่า โลกแห่งความไม่รู้ หรือโลกเสมือน ด้วยการกำหนดโครงข่ายสนามแม่เหล็กไฟฟ้าให้ต่ำกว่าดาวทึงร่า ผู้คนจึงลืมทุกอย่างที่ตนเคยเป็น ลืมว่าเคยเป็นใคร ลืมแผนการที่วางกันมา ลืมบ้านเกิดตัวเอง ไม่สามารถเข้าถึงความรู้แห่งจักรวาล ถูกตัดขาดจากความรู้สากล
สนามแม่เหล็กโลกคือสื่อหรือตัวนำที่จะทำให้กระแสความคิดเดินทางได้ การมีสนามแม่เหล็กต่ำจึงไม่สามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายอื่นๆที่เป็นสากลได้ ถูกตัดขาดจากพระเจ้าไป
ส่วนคนที่ฝึกในจนมีกระแสความคิดเข้มข้น แม้จะไม่มีสนามแม่เหล็กเป็นสื่อกลางก็จะสามารถส่งกระแสความคิดทะลุทะลวงไปเชื่อมต่อกับความรู้สากลได้
#สิ่งวิเศษ
ผลไม้ คือเครื่องจักรวิเศษที่ผลิตอาหาร เปลี่ยนถ่ายพลังชีวิต เมื่อเอาเมล็ดไปวาง เดี๋ยวก็งอกออกมาใหม่ได้ ลอกนึกๆดูแล้วก็ไม่มีสิ่งใดในโลกที่จะสามารถมีคุณสมบัติแบบนี้แล้ว ส่วนมาก เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป แต่ผลไม้นั้นเกิดขึ้น เป็นผลผลิตให้ได้รับประทานแล้วก็คืนสู่ผืนดิน แล้วก็เกิดใหม่ วนไปซ้ำๆไม่จบสิ้น
#สัตว์ต่างจากคนอย่างไร
สัตว์ไม่รู้จักคิด ไม่สามารถตั้งคำถาม และชื่นชมใครก็ไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ต่างจากคน สัตว์เป็นสิ่งที่ถูกชื่นชม ไม่ใช่เป็นผู้ชื่นชม
เมื่อพระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมาครั้งแรก จึงใส่คุณสมบัติชื่นชม ซึ่งเป็นคุณสมบัติเดียวกันกับพระองค์เข้าไปด้วย เพื่อให้เราชื่นชมสิ่งต่างๆที่พระองค์สร้างขึ้น ทำให้มนุษย์รู้จักคิด ตั้งคำถาม และชื่นชม ทำให้เกิดความอิสระที่หมายถึงความสามารถในการตัดสินใจอะไก็ได้ตามอำเภอใจ
แต่สัตว์ทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ เพราะมีรหัสของผู้สร้างคอยกำกับอยู่ การกระทำของสัตว์ไม่ได้ทำผ่านจิตสำนึก แต่เป็นสัญชาติญาณ ทำให้ดำเนินชีวิตด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป ว่าถูกกำหนดให้ทำอะไร รู้สึกอย่างไร เมื่อเจอสถานการณ์ใดๆ มันก็จะทำตามที่ถูกกำหนดไว้ไม่เปลี่ยนแปลง
เวลาสัตว์ล่าสัตว์ มันทำด้วยจิตที่ถูกโปรแกรมว่าสิ่งนี้คืออาหารของมัน ทำด้วยจิตปกติ ในทางพลังงานจึงไม่มีความผิดใดๆ ต่อกลไลของโลกเพราะไม่ได้ปล่อยความถี่ลบออกมา
และกระบวนการของสัญชาติญาณนี้เองที่ทำให้สัตว์ไม่มีการคิด ไม่มีการตั้งคำถาม และไม่มีการชื่นชม
#เชื่องช้ากับเร่งรีบ
การใช้ชีวิตเชื่องช้าจะทำให้เราอายุยืน การใช้ชีวิตเร่งรีบทำให้อายุสั้นลง
คนที่ดาวทึงร่าจึงไม่รีบ ไม่ต้องทำอะไรให้ทันเวลา เพราะไม่มีใครต้องการให้มันรวดเร็ว ที่นี่ทุกคนสามารถทำสิ่งที่ตัวเองรัก ไม่มีสถานการณ์ใดมาบีบบังคับให้ทำ พวกเขาจึงทำด้วยความสมัครใจ
#ห้องเครื่องแห่งจักรวาล
ดาวไกอาเป็นต้นกำเนิดแหล่งพลังงานของจักรวาลทั้งระบบ เป็นพื้นที่ๆมีเงื่อนไขยากและท้าทาย เปรียบเหมือนห้องเครื่องแห่งจักรวาล
ทุกคนที่อาสาลงไปทำงานที่ห้องเครื่องนับว่ากล้าหาญและน่ายกย่องเพราะไม่มีหลักประกันใดๆว่าจะไม่หลงติดอยู่ในนั้น จะกลับออกมาได้หรือเปล่าก็ไม่มีใครรู้
ปัจจัยหลักของการเป็นผู้มีจิตใจสูงคือ การแสดงออกซึ่งความรักอันบริสุทธิ์ ไม่ใช่ที่ได้จากการงดเว้น เก็บกด หรือฝืนความเป็นปกติวิสัยของความเป็นมนุษย์
#ให้มากกว่ารับ
ที่ดาวทึงร่า ทุกคนมีทัศนคติที่ นิยมการให้ มากกว่าการรับ ทุกคนสมัครใจทำงานเพื่ออุทิศให้คนอื่น ไม่ใช่ทำเพราะมีใครบังคับ รางวัลที่ได้คือความปิติยินดีที่คนอื่นได้รับและนำผลผลิตของเขาไปใช้ประโยชน์ ไม่ใช่เงิน ถ้าทำสิ่งใดออกมาแล้วไม่มีคนเอาไปใช้ประโยชน์ สิ่งที่ทำก็จะไม่บรรลุผลตามที่ตั้งใจไว้ จึงต้องค้นหางานอื่นๆให้ตรงกับความต้องการ
ตลาดในเมืองที่ดาวทึงร่า จึงไม่ใช้คำว่า ‘แลกเปลี่ยน’ แต่ใช้คำว่า ‘ให้’ จึงไม่มีการเสียเปรียบหรือมีการมาตัดสินว่ายุติธรรมหรือไม่ และผู้คนก็ไม่มีความคิดเห็นแก่ตัว มาเอาของให้ตัวเอง ต้องให้เยอะกว่าคนอื่น ต้องไม่เสียเปรียบคนอื่น ไม่มีแบบนั้นเลย
มีแต่เอาของที่ผลิตไว้มาวาง ใครจำเป็นต้องใช้ก็หยิบเอาไปใช้ได้เลยไม่ต้องขออนุญาตกันด้วย
#รูปธรรมชั้นสูงกินอะไร
อาหารของรูปธรรมชั้นสูง คือ แสง อากาศ เสียง (คลื่นความถี่) เสียงที่ผ่านการเรียบเรียงมาอย่างดีคืออนุภาคคลื่นความถี่ที่สามารถปรับค่าการเรียงตัวของอณูเซลล์ละเอียดที่อยู่ในร่างกายให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
อากาศเป็นวัตถุธาตุที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสสารและพลังงาน คือมีความละเอียดสุดในบรรดาสสาร แต่ก็หยาบที่สุดในบรรดาพลังงาน
เมื่อรูปธรรมชั้นสูงไม่ได้กินอาหารหยาบก็ไม่จำเป็นต้องขับถ่าย
อ่านมาถึงตรงนี้ เราอาจรู้สึกว่ามันมีด้วยเหรอคนที่ใช้ชีวิตแบบนี้ แต่จริงๆแล้ว ถ้าเรามีโอกาสจำตัวเองได้ หรือได้ไปเที่ยวในที่ๆรูปธรรมชั้นสูงอยู่กัน เราอาจสงสัยว่าทำไมโลกเราถึงยังใช้ชีวิตกันแบบนี้ต่างหาก
พาร์ทหน้าจะมาต่อเรื่องการเดินทางไปมาระหว่างดาวทั้งสอง
ด้วยรักจากเจ้
