159 – เก็บตกจากงาน สุขภาวะทางปัญญา Spiritual Influencer Talk

159

เก็บตกจากงาน สุขภาวะทางปัญญา Spiritual Influencer Talk

นี่เป็นบันทึกเก็บตกจากการที่ได้ไปเข้างาน Spiritual Influencer Talk ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา งานนี้จัดที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ ที่เรารู้จักกันดีในนาม สสส.

ส่วนใหญ่แล้วผลงานของ สสส.ที่ออกสู่สาธารณะและเข้าถึงประชาชนส่วนใหญ่ จะเป็นด้านสุขภาพกาย เช่นส่งเสริมให้คนออกกำลังกาย งดเหล้า ฯลฯ แต่จริงๆแล้วงานของ สสส. มีทั้งการส่งเสริมด้าน ร่างกาย จิตใจ สังคม และที่สำคัญ มีด้านจิตวิญญาณด้วย

.

ในงานมี Guest Speaker ผู้ที่ตื่นรู้ทางจิตวิญญาณ ทำงานด้านนี้ หลากหลายท่านมาร่วมเสวนา ทั้ง คุณอองซาน จากช่องบวกกันไหม คุณเฟรนดี้ ตื่นทอง คุณมาร์กี้ WisdomVibes คุณแพร และคุณพงศ์ We Oneness และ IDG (Inner Development Goal)

ทุกคนพลังงานดี และมาแชร์เรื่องราวเส้นทางการตื่นรู้แบบเปิดเผยมากๆ

#มองทุกอย่างด้วยความรักไม่ใช่อัตตา

ทุกอย่างที่ว่า หมายถึงทุกอย่างจริงๆ ทั้งด้านดีและไม่ดี ของเรา ถ้ามีด้านมืดของเรา ใส่ความรักให้มัน แล้วมันจะหายไป สิ่งไหนเรารู้สึก แปลว่าสิ่งนั้นมีอยู่ในเรา อย่าไปรังเกียจ แค่ยอมรับ ก็จะอยู่กับมันได้ ทางแก้ให้สบายใจขึ้นคือ ไม่ชอบอะไร ให้เขียนลงกระดาษ แล้วอฐิษฐานว่าฉันมีความสุข แล้วเอากระดาษไปลอยน้ำหรือเผา ให้มันหายไป

ให้เรามีสติรู้เท่าทันอัตตา โดยการ

Allow อนุญาตให้มันเกิดขึ้น Accept ยอมรับมัน และ Embrace โอบกอดอัตตา ว่ามันเกิดขึ้นมาเพื่อเรา มองว่ามันเป็นเพื่อนเรา

#รู้จักกับIDG

IDG ย่อมาจาก Inner Development Goal เป็นองค์กรที่ส่งเสริมให้มนุษย์ทุกคนเข้าถึงสุขภาวะทางปัญญา

สุขภาวะทางปัญญา  (Spiritual Health) =  คือ

1. สามารถ connect กับตัวเองได้ ทั้งด้านดีและไม่ดี

2. สามารถ connect คนอื่น

3. สามารถ connect สังคม

4. สามารถ connect ทั้งหมดที่ทำให้เราอยู่บนโลกนี้ (ธรรมชาติ) รวมถึง universal truth (สัจจะจักรวาล)

#ความสุขแปดประการ

ในเวปไซต์ ความสุขประเทศไทย HappinessisThailand.com  ได้บอกวิธีที่จะเข้าถึงความสุขไว้ 8 ข้อ คือ

1.การ connect กับธรรมชาติ

2.การภาวนา

3.การทำงานที่มีความหมาย

4.งานศิลปะ

5.งานจิตอาสา ทำงานเพื่อผู้อื่น

6. การเคลื่อนไหว

7. ความสัมพันธ์กับผู้อื่น

8. การเรียนรู้

#หัวใจตื่นรู้

โลกเราทุกวันนี้ ขับเคลื่อนด้วยบริโภคนิยม คือ การจะได้อะไรมา ต้องแลก เช่น อยากได้บ้าน รถ อยากผอม ต้องแลกด้วยบางสิ่ง เช่นการทำงานหนัก การอดอาหาร การเข้าฟิตเนส ฯลฯ แต่การตื่นรู้ไม่ต้องแลกอะไรทั้งนั้น แค่เราต้องทำให้ได้ด้วยตัวเอง

80-90% ที่มนุษย์เราตื่นรู้มาจากทุกข์ทั้งสิ้น เพราะทุกข์ จึงออกตามหา ถ้ามาถูกทาง จึงจะเจอทางออก

คนตื่นรู้ จริงๆแล้ว ก็คือมนุษย์ธรรมดา ที่สามารถเลวได้เหมือนคนทั่วไปนั่นแหละ ไม่ใช่ผู้วิเศษอะไร ไม่ว่าจะทางเทาๆ (ด้านมืด) หรือแบบขาวๆ (ติดดี) หลงคิดว่าเราพิเศษกว่าคนอื่น เพราะกับดักในเส้นทางการตื่นรู้ คือ อัตตา ต่อให้เราตื่นแล้ว แต่ยังมีอัตตาอยู่มาก เราก็ยังไม่สามารถกลับบ้านได้

#ประโยคเด็ดจากอินฟลู

คุณอองซานบอกว่า ‘ศักดิ์ศรีค้ำคอจนลืมเจตจำนงที่แท้จริง’ เรามาเกิดเพราะอยากลงมาเรียนรู้อะไรบางอย่าง ไม่งั้นก็ไม่ต้องลงมา อยู่เป็นแสงไปอย่างนั้นแหละ

Higher Self (ครูภายใน) คือตัวเราใน version ที่พัฒนาแล้ว ที่เข้าใกล้ค่ากลาง default ที่ source เซ็ทไว้ เป็นจิตเดิมแท้  ที่เค้าอยากสื่อสารกับเราเมื่อเราเชื่อมต่อได้ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน

ค่ากลางที่จักรวาลออกแบบมา คือ สร้างสรรค์ ความรัก เป็นหนึ่งเดียว

วิธีแยกแยะเสียงในหัวว่าอันไหนคือเสียงจากความคิด อันไหนคือเสียงจากตัวตนภายในคือ เสียงจากอัตตา มันจะบังคับเรา

แต่เสียงจาก Higher Self  จะอยู่บนพื้นฐานของความรัก ความเมตตา ความเท่าเทียมกัน

Higher Self  หรือที่บางคนเรียกว่าเทวดาประจำตัว (ซึ่งจริงๆแล้วเทวดาก็คือเราเองในมิติที่สูงกว่าที่เราอยู่ตอนนี้) ใช้ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้น เพราะอันต่อๆมา อาจจะมาจากสมอง จากความคิด ความจำ ความรู้สึกแล้ว เนื่องจากมนุษย์เราติดวัตถุมากไป ทำให้อะไรที่มองไม่เห็นก็จะไม่เชื่อ

คุณมาร์กี้บอกว่า Higher Self  ไม่จำเป็นต้องสื่อสารจากการหลับตา นั่งสมาธิเท่านั้น แต่มาจากสิ่งรอบๆตัวเราที่พบเจอ เช่นป้ายโฆษณาข้างทาง ตัวเลข หรือ คำพูดจากตัวละครในซีรีย์ ประโยคที่อ่านเจอในโพสเฟสบุ๊คก็เป็นได้

Higher Self เค้า connect กับเราตลอดเวลา แต่เราต้องลด noise เพื่อให้รู้สึกได้ ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือนั่งสมาธิ เพราะเป็นเวลาที่เงียบที่สุด

คุณพงศ์อธิบายไว้ว่า

ใจ = จิตวิญญาณ

จิต = ความคิด และ อารมณ์

ขันธ์ทั้ง 5 คือ ตัวทุกข์

อาตมัน ปรมาตมัน หาใจให้เจอก็เป็นสุข

เป็นอีกวันที่ดีมาก ได้เจอคนที่เข้าใจทางนี้เหมือนๆกัน คุยกันรู้เรื่อง ได้เพื่อนใหม่มาจากในงานด้วย ดีใจที่ได้ไปงานนี้

ด้วยรักจากเจ้

เผยแพร่โดย Fromyoursis

A Gift from your sis - my personal output, hope some of them could inspire you to live a better life.

ใส่ความเห็น