151 – ร้านขายเวลา

151

ร้านขายเวลา

ก่อนหน้านี้เคยอ่านวรรณกรรมเยาวชนของประเทศแถบเอเชียตะวันออก (ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน) แล้วรู้สึกชอบคือ ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ  ศูนย์รับฝากความเสียใจ ปาฏิหาริย์แมวลายส้มผู้พิทักษ์หนังสือ ฯลฯ รู้สึกว่าอ่านง่าย ไม่ต้องคิดเยอะ เพลินๆดี แถมได้ข้อคิดดีๆให้อบอุ่นหัวใจหลังอ่านจบ

พอเห็นหน้าปกเล่มนี้ และชื่อหนังสือที่สะดุดหู คือ “ร้านขายเวลา” หรือในชื่อภาษาเกาหลี “ชีกานึล พานึน ซังจอม” ก็เลยหยิบมาอ่านด้วยความคาดหวังเหมือนตอนอ่านเล่มก่อนๆ

ร้านขายเวลา เป็นเรื่องของ “อนโจ” เด็กสาววัยรุ่นคนหนึ่งที่เปิดร้านขายเวลาขึ้นมาในอินเตอร์เน็ต เพราะคิดว่าใครๆก็ชอบบอกว่า เวลาเป็นเงินเป็นทอง ดังนั้น เราก็น่าจะขายเวลาได้

อันที่จริงการที่อนโจเปิดร้านขายเวลา มาจากการที่อยากทำตามความตั้งใจของพ่อที่เป็นนักดับเพลิงที่เสียชีวิตไปแล้ว พ่อเคยบอกเสมอว่า เราควรใช้ชีวิตด้วยการทำดี หากเราสามารถช่วยชีวิตใครสักคน หรือช่วยให้เขาหลุดพ้นจากสถานการณ์ยากลำบากได้ หากเราทำสิ่งที่มีประโยชน์ต่อผู้อื่น และเราภาคภูมิใจกับมัน ก็ไม่มีงานใดที่ไร้ค่า อนโจจึงได้ไอเดียเปิดร้านขายเวลาขึ้นมา

อนโจ ตั้งกฎของการขายเวลาไว้ คือ

จะไม่ทำงานที่เกินกำลังความสามารถของตัวเอง

ไม่รับงานที่ไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

เลือกรับเฉพาะงานที่ช่วยเยียวยาจิตใจลูกค้าได้ไม่มากก็น้อย

และที่สำคัญ เป็นงานที่สามารถเปลี่ยนเวลาให้เป็นเงินได้

งานทุกชิ้นที่อนโจได้รับคือการขายเวลากายภาพ (โครนอส) ซึ่งอนโจก็ใช้นามแฝงว่า โครนอสในร้านขายเวลาในการพูดคุยตกลงงานกับลูกค้าด้วย โครนอส เป็นภาษากรีก หมายถึง ลำดับของเวลา ที่ผ่านเข้ามาและผ่านไปเป็นเส้นตรง มีหน่วยเป็นวินาที นาที ชั่วโมง สามารถนับจำนวนเชิงปริมาณได้

มีหลายคนเข้ามาขอให้โครนอส (อนโจ) ช่วยทำภารกิจต่างๆ ทั้งการเอาของที่โดนขโมยมาไปวางที่เดิม การไปพบคุณปู่ของลูกค้าเพื่อพูดคุยทานข้าว ฯลฯ

เมื่อทำงานแต่ละครั้งเสร็จ แม้จะตื่นเต้น และหวาดเสียวไปบ้าง แต่อนโจกลับได้ค้นพบความหมายของเวลาที่แท้จริง (ไครอส) ที่เป็นเวลาชั่วขณะหนึ่ง บอกไม่ได้ว่าเป็นตอนไหน จำได้เพียงความรู้สึกชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น มีลักษณะเป็นเวลาเชิงคุณภาพและถาวร คือไม่ได้แค่ผ่านมาและผ่านไป

ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่ไปพบกับคุณปู่ของลูกค้าที่ชื่อคังโท อนโจไม่เคยเจอหน้าลูกค้า และไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริง แต่รับภารกิจที่ลูกค้าได้ฝากฝังไว้ให้ไปทานอาหารกับคุณปู่ และภารกิจนี้เองที่ทำให้อนโจได้รู้จักกับเวลาไครอส การกินข้าวกับคุณปู่ ช่างเป็นเวลาที่มีคุณภาพจริงๆ กินข้าวก็คือตั้งใจกิน ไม่คุย ไม่ถาม

คุณปู่ได้เผยการใช้ชีวิตเรียบง่ายปราศจากการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่นมือถือ โทรทัศน์  คอมพิวเตอร์ โดยบอกว่าการไม่มีของพวกนี้ทำให้เรามีความเชื่อมั่นในตัวบุคคลเพิ่มขึ้น คุณงามความดีที่คนเคยมีก็ฟื้นคืนชีพกลับมา เหมือนว่าเวลาขยับเดินเพื่อเรา เวลาก้าวถอยไปอยู่ด้านหลัง ไม่ได้กำลังครอบงำเราอยู่

ถ้าอนโจเปรียบตัวเองเป็นโครนอส คุณปู่ก็เป็นเสมือนเทพไครอสที่ควบคุมคุณค่าและความหมายที่อยู่เหนือกาลเวลานั่นเอง

เรื่องราวในหนังสือมีทั้งจุดที่อิ่มเอมใจ และ จุดที่ไม่ค่อยประทับใจ โดยรวมๆ ออกจะเป็นแนวปรัชญา นามธรรม ต้องตีความเองหน่อยๆ นับว่าไม่ใช่หนังสือที่อ่านง่ายสำหรับเด็ก เพราะอ่านแล้วน่าจะมีงง มีสับสนกันบ้าง และตอนจบก็ไม่มีการขมวดปม ให้คลี่คลายความสงสัย ขาดความเชื่อมโยงของตัวละครต่างๆในเรื่อง มีการฝากการพบเจอตัวละครหนึ่งไว้ในอนาคต ให้ผู้อ่านไปจินตนาการต่อเอาเอง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าหรือนี่เป็นแนวทางที่ผู้เขียน คิมซ็อนย็องตั้งใจให้เป็นแบบนี้หรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้

แต่ก็ใช่ว่าจะมีแต่ข้อติเสียทีเดียว สิ่งที่น่าชื่นชม คือ เล่มนี้ใช้เทคนิคการเล่าเรื่องแนวสืบสวน เดาทางเนื้อเรื่องไม่ออก มาด้วยคอนเซปต์ว่า เวลามีมาก่อนมนุษย์จะเกิด  และถึงไม่มีโลกใบนี้ เวลาก็ยังคงมีอยู่ตลอดไป เวลาที่เรารู้จักเป็นเพียงสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เพื่อความสะดวกในการดำรงชีวิต บางที แท้จริงแล้ว วันนึง อาจไม่ได้มีแค่ 24 ชั่วโมง เราอาจมีชั่วโมงที่ 25 ก็เป็นไปได้ แล้วก็เอามาผูกกับตัวละครที่ทำภารกิจขายเวลากับลูกค้าต่างๆ เนื้อเรื่องแปลกใหม่ น่าสนใจดี เพียงแค่รู้สึกว่ามันยังไปไม่สุด น่าจะจบได้ดีกว่านี้เท่านั้นเอง

เห็นว่าเล่มนี้ได้รางวัลผลงานวรรณกรรมเยาวชน Jaeum & Moeum ของเกาหลีด้วย เท่าที่อ่านคำนิยม น่าจะเป็นเพราะทักษะการเขียน การถ่ายทอดภาษาเกาหลีอย่างชำนาญ ใช้สำนวนภาษาที่มีความเป็นกวี ใช้คำโบราณที่นับวันจะหาอ่านได้ยากในเกาหลี ซึ่งตรงนี้พอมาอ่านงานแปลไทยแล้วเราไม่ได้รู้สึกอะไร อาจเป็นเพราะเลเวลการใช้ภาษาไม่เหมือนกัน เลยทำให้เข้าไม่ถึงจุดเด่นของวรรณกรรมแปลเล่มนี้

ทิ้งท้ายไว้ สิ่งที่ได้จากเล่มนี้ คือการมองย้อนมาที่ตัวเรา ถ้าเป็นไปได้ เราอยากเลือกเวลาแบบไหน เวลาแบบไหนคือช่วงเวลาที่มีความสุขของเรา ต้องลองไปค้นหาโดยการใช้เวลาแบบนั้นกันเอาเอง

ด้วยรักจากเจ้

#FromYourSis

#ร้านขายเวลา

เผยแพร่โดย Fromyoursis

A Gift from your sis - my personal output, hope some of them could inspire you to live a better life.

ใส่ความเห็น