141 – วิชาผู้นำแบบฉบับคุณโอม Cocktail

141 – วิชาผู้นำแบบฉบับคุณโอม Cocktail

เร็วๆนี้ ที่ออฟฟิศเจ้จัดงาน TownHall และมี guest speaker คือ คุณ ปัณฑพล ประสารราชกิจ หรือที่รู้จักกันในนาม “โอม Cocktail” มาบรรยายเรื่องภาวะผู้นำ ในเวลาเพียงชั่วโมงเศษๆ แต่คนฟังทั้งทางห้องส่ง (ถ่ายทอดสดจากออฟฟิศ) และผู้ฟังทางบ้าน (ใน Ms Teams) นั่งติดเก้าอี้ไม่ลุกไปไหนได้ตลอดการบรรยาย

ผู้ฟังน่าจะรู้สึกทึ่งกับโปรไฟล์คุณโอมที่ทำหลายบทบาท ทั้งศิลปิน ผู้บริหาร นักกฎหมาย นักธุรกิจ อาจารย์ ฯลฯ สรุปได้ว่า คุณโอมเป็นคนสมาร์ทที่มีวิธีคิด วิธีการมองโลกที่น่าสนใจ มีมุมมองการบริหารคน บริหารธุรกิจอย่างผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ อาจเพราะด้วยความเป็นคนรอบรู้ บุคลิกจริงจัง เคร่งขรึม แต่ทำงานในวงการบันเทิง และยังมีบริษัทกฎหมาย สอนนักศึกษามหาวิทยาลัย เป็นคนที่สามารถทำงานทั้งสองขั้ว ซ้ายสุดและขวาสุดได้อย่างลงตัว ทำให้คุณโอมเป็นบุคคลที่น่าสนใจมาก

เลยอยากสรุปข้อคิดที่ได้จากการฟังคุณโอมเอามาฝากกัน

วิชาผู้นำแบบฉบับคุณโอม Cocktail

ผู้นำที่ดี คือผู้ที่ “นำ” ได้ดี ไม่ได้หมายความว่าเค้า “ทำดี” (ผู้นำอาจจะทำเรื่องชั่วก็ได้ แต่เค้านำได้ดี คนเลยเชื่อและยอมทำ ยอมเดินตาม) เช่นอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ทำไมถึงสามารถนำคนให้ทำเรื่องไม่ดีต่อมนุษย์โลกได้ขนาดนั้น ก็เพราะเค้า “นำ” คนได้

#ผู้นำมาจากไหน

เราถูกปลูกฝังว่าคนเก่งคือผู้นำ คนที่มีอำนาจมากที่สุด มีพาวเวอร์ที่สุด หรืออาวุโสที่สุด คือผู้นำ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ เหมือนทีมบาสเกสบอล เราไม่ได้เลือก 12 คนที่เก่งที่สุดมาเข้าทีม แต่เราเลือก 12 คนที่อยู่ด้วยกันแล้วเข้ากันได้มากที่สุดมาเป็นทีมเดียวกัน และเลือก 1 คนที่นำได้ดีมาเป็นหัวหน้า คนเราจึงเป็นหัวหน้าด้วยหน้าที่ แต่จะเป็นผู้นำจริงๆหรือไม่ให้ดูที่ว่า ถ้าเราหมดหน้าที่แล้ว เราเท่ากัน ยังมีคนอยากตามเราอยู่ไหม ยังเคารพเราอยู่รึเปล่า

ภาวะผู้นำจึงไม่ได้มีตลอดเวลา แต่เกิดขึ้นเมื่อจำเป็นต้องมี และก็ไม่จำเป็นต้องนำถ้าไม่มีเรื่องจำเป็นอะไร

#การตัดสินใจของผู้นำ

ผู้นำต้องรู้ข้อดี ข้อเสียของเรื่องรอบๆตัว เห็นความจริงรอบตัว และสามารถชี้ให้ทีมเห็นได้ อาจจะไม่ได้ห้ามไม่ให้ทำ แต่ต้องชี้ให้เห็นข้อเสียได้ ยกตัวอย่างวงร็อคที่รับงานสินค้าความงามที่ได้เงินเยอะ นานๆไปภาพลักษณ์วงร็อคจะถูกทำลาย คนจะไม่เชื่อฝีมือการทำเพลง แต่ไปมองเรื่องภาพลักษณ์วงแทน ซึ่งรูปลักษณ์ร่วงโรยไปตามเวลา แต่เพลงจะอยู่เป็นตำนานตลอดไป

ซึ่งการจะรู้ข้อดีข้อเสียได้ ผู้นำต้องมองทุกอย่างอย่างที่มันเป็น เห็นความจริงรอบๆตัว มากกว่าเอาความเห็นของตัวเองเป็นที่ตั้ง หรือเอาตัวเองไปตัดสิน

ดังนั้น ทุกๆการตัดสินใจของผู้นำ ทำเพื่อให้องค์กรได้ประโยชน์ เพื่อเซฟองค์กรให้ไม่บาดเจ็บ และทุกๆการตัดสินใจของผู้นำ มีคนไม่พอใจเสมอ

#คนเราเท่ากันแต่ไม่เท่ากัน

คนเรา”เท่ากัน”ในสิทธ์ที่กฏหมายกำหนดไว้เรื่องความเป็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ แต่คนเรา “ไม่เท่ากัน” ใน กายภาพ สภาพความสามารถ และสิ่งแวดล้อม บางคนเกิดมาด้วย DNA ที่ทำให้มีความสามารถอะไรบางอย่าง แต่คนที่น่าชื่นชมจริงๆคือคนที่พยายาม พัฒนาไม่หยุด และเป็นธรรมดาที่คนเราจะชอบคนสวยคนหล่อ คนมีพรสวรรค์ คนที่มี Beauty Privilege แต่คนเหล่านี้ ก็ไม่ควรใช้สิทธ์ที่ได้มาทำตัวเหนือกว่าคนอื่น เราทุกคนก็แค่ต้องยอมรับความจริงว่าคนเราต่างกัน มนุษย์เป็นสัตว์สังคมเพราะเรา “ไม่เหมือนกัน”

#เราต้องไม่ยกตัวเองเป็นใหญ่เพียงเพราะเราอาวุโสกว่า

อาวุโสไม่ได้แปลว่าทำได้ ทำเป็นทุกอย่าง บางคนแก่เพราะเฒ่า เก่าเพราะอยู่นาน และอาจไม่รู้ทุกเรื่องเสมอไป อย่าสำคัญตัวเองขนาดนั้น ผู้นำห้ามอยากเป็น แต่ต้องเป็น เพราะถ้า “อยากเป็น” หมายความว่าเราแค่ต้องการอำนาจ แต่การ “ต้องเป็น” คือ การที่เรารู้ว่าเราถนัดสิ่งนี้เราเลยต้องทำมัน คนเก่าแก่ก็มีเรื่องให้เรียนรู้จากคนรุ่นใหม่เพื่อให้ตามโลกทัน คนรุ่นใหม่ก็ต้องมีเรื่องต้องเรียนรู้จากคนรุ่นเก่าเช่นกัน ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกันถึงจะอยู่ร่วมกันได้

#ว่าด้วยเรื่องการปกครองคน

ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องงาน เราก็จะไม่เข้าไปก้าวก่าย ถ้าเค้าไม่ถามก็จะไม่บอก ไม่เข้าไปยุ่ง เหมือนกับถ้าไม่อาราธนาธรรม พระก็จะไม่สอน แต่ถ้ามันเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับงาน แล้วส่งผลกระทบต่อส่วนรวม เราต้องใช้อำนาจปกครอง ถ้าเค้าปกครองตัวเองไม่ได้ ก็ต้องถูกปกครองจนกว่าเค้าจะปกครองหรือจัดการตัวเองได้ เราก็ค่อยถอนการปกครองนั้นออกมา

#ไม่มีใครเป็นเจ้าของข้อเท็จจริง

อะไรที่เป็นเรื่องจริง ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เพราะไม่มีใครเป็นเจ้าของข้อเท็จจริงได้ เช่น พระอาทิตย์ขึ้นทางตะวันออก นี่คือเรื่องจริงที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ อย่าเถียงอย่าทะเลาะกันเพียงเพื่อจะหาผู้แพ้ผู้ชนะ เพราะยังไงข้อเท็จก็เป็นเรื่องจริงอยู่วันยันค่ำ

#Starต้องเสียสละบางสิ่งเพื่อให้ได้บางอย่างกลับมา

คนที่เป็น Star เค้าไม่ได้เป็นคนที่เลอเลิศกว่าคนอื่นเค้าแค่ถนัดเรื่องนั้น เวลาเลือก Star ต้องดูด้วยว่าเค้าแข็งแรง และแข็งแกร่งทั้งสภาพร่างกายและจิตใจพอจะยืนหยัดได้จริงๆมั้ย พร้อมที่จะเสียสละอะไรบางอย่างเพื่อแลกบางสิ่งหรือเปล่า ในวงการเพลง แค่ทำเพลงเพราะอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เป็น Star ได้ แต่มันต้องมีอย่างอื่นด้วย เป็นความจริงที่ อยู่ในแสงสว่างก็ย่อมต้องเสียสละอะไรบางอย่าง There’s a lot of things to sacrifice เช่น ความเป็นส่วนตัว แต่มันก็แลกมากับชื่อเสียง ความสนใจ การเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ฯลฯ

#อย่าทำหลายอย่างในเวลาเดียวกัน

ความกังวลเกิดขึ้นจากการคาดเดาว่าอนาคตจะเป็นยังไง ให้อยู่กับปัจจุบัน ไม่เคยมีใครทำได้มากกว่า 1 อย่าง ในห้วงปัจจุบัน โฟกัสแค่เรื่องตรงหน้า รู้ว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้างแล้วทำให้ดีที่สุดก็พอ อย่าละห้อยหาอดีต อย่าละเมอหาอนาคต

#ถ้าแพ้ก็แค่ยอมรับเพื่อให้ความพ่ายแพ้สิ้นสุด

ถ้าทำอะไรผิด ก็รับผิด ไม่ต้องหนี เรื่องก็จบ อย่าไปทำให้มันยืดยาวด้วยการหลอกตัวเอง ในชีวิตเรา มันจะมีทั้งได้รับคำชม และคำด่า แต่คนเรามักจะใส่ใจแต่กับคอมเมนท์ลบ ดังนั้นอย่าทำให้ตัวเองจมดิ่งไปกับคอมเมนท์ลบแต่ให้ใช้เรื่องนี้เป็นบทเรียนและพัฒนาตัวเองให้ดีกว่าเดิม ความแข็งแกร่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อยอมรับว่าตัวเองอ่อนแอ

#ดูแลใจลูกน้อง

การจะเห็นใจเขา ต้องไม่มี “เรา” เป็นตัวตั้ง ไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่เห็นอะไร เพราะเรากำลังคิดแทนเค้าอยู่ ผู้นำที่ดี ต่อให้ลูกน้องไม่เก่ง หรือ แย่แค่ไหน ก็ต้องใช้คนให้เป็น วางคนให้ถูก

ผู้นำที่ดีจะนำได้ทุกอย่างแม้แต่คนที่ไม่มีประสิทธิภาพให้เค้าทำงานได้ สร้างงานได้ สร้างเครดิตได้ เพราะ “เครดิต” สำคัญมากโดยเฉพาะสำหรับคนไม่มีเครดิต

อย่าใช้เค้าเหมือนเป็น “มือ”แต่ให้เค้าเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของ “สมอง” ให้ลูกน้องรู้สึกถึงพื้นที่ของเค้าและให้เค้าได้สัมผัสกับความภูมิใจ

#ทบทวนตัวเองอยู่เสมอ

ไม่ใช่ผู้นำที่ดีทุกคนจะเป็นผู้นำที่ดีเสมอไป ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เราจึงควรอยู่กับปัจจุบันและทบทวนตัวเอง ตื่นมาทุกคนต้องคิดใหม่ทุกวัน ให้ลืมไปว่าที่ผ่านมามันดียังไงบ้าง เราต้องยอมรับว่าเรามีจุดอ่อน เพราะความแข็งแกร่งเริ่มต้นขึ้นเมื่อเรายอมรับว่าตัวเองอ่อนแอ

#มุ่งที่ผลลัพธ์

เราอาจจะมีอิทธิพลกับคนแต่ละแบบแตกต่างกัน เราจึงควรเลือกวิธีสื่อสารกับคนแต่ละกลุ่มให้ไม่เหมือนกัน โดยมุ่งไปที่ผลลัพธ์ ว่าอยากได้ผลลัพธ์แบบนี้ วิธีการจะเป็นอย่างไรก็ได้ และคิดเสมอว่าเราไม่ได้สำคัญขนาดนั้น เรามาเพื่อทำให้งานเสร็จ เรามาเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่มาเพื่อแสดงอำนาจแล้วถือว่าสำเร็จ อย่าพูดว่า “ก็ฉันเป็นคนแบบนี้ ฉันทำไม่ได้หรอก” แต่ให้โฟกัสว่า “เราต้องการผลลัพธ์แบบนี้ เราจะทำอย่างไรได้บ้าง”

การบรรยายที่ดูสบายๆ พูดอย่างเป็นธรรมชาติ ไหวพริบดีกับการตอบคำถามสด นับว่าคุณโอมเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้าน จบวันงาน ก็เข้าไปฟังเพลงของเก่าๆ ของวง Cocktail เพื่อทำความรู้จักให้มากยิ่งขึ้น และรู้สึกว่าฟังรอบนี้แล้วเพลงเพราะขึ้นเป็นกอง เมื่อได้รู้ว่า คุณโอมแต่งเนื้อร้องและทำนองเองเกือบทุกเพลง รวมถึงเพลงล่าสุดที่ทำให้ บุพเพสันนิวาส 2 ที่จะเข้าโรงหนังเร็วๆนี้ ที่ชื่อเพลงว่า “ถ้าเธอรักใครคนหนึ่ง” ไปลองฟังดูแล้วจะรู้ว่าไม่ได้อวยเกินจริง

ด้วยรักจากเจ้

#Fromyoursis

เผยแพร่โดย Fromyoursis

A Gift from your sis - my personal output, hope some of them could inspire you to live a better life.

ใส่ความเห็น