136
เรื่องนี้พี่บอกเธอคนเดียว (Everything of Women’s Life Can Be Changed in Their Twenties)

เล่มนี้เจ้เคยเห็นผ่านๆในแวดวงคนอ่านหนังสือ แนะนำกันมาว่าดีมากเหมาะสำหรับวัยรุ่นที่กำลังเริ่มต้นใช้ชีวิต แต่หาอ่านได้ยากเพราะว่าเป็นหนังสือที่ออกสู่สายตาคนอ่านครั้งแรกในยุค 2000 พอขายหมดก็ยังไม่มีใครตีพิมพ์ใหม่
จนล่าสุด เล่มนี้กลับมาวางตามแผงหนังสืออีกครั้งในเดือนพฤษภาคม 2022 แถมยังเป็นหนังสือที่สำนักพิมพ์ Springbook บอกไว้ว่าเป็นหนึ่งในหนังสือที่ดีที่สุดเท่าที่เคยตีพิมพ์มา การันตีด้วยยอดขายไปกว่า 4 ล้านเล่มในเกาหลีใต้และจีน ทำให้เกิดความอยากรู้ขึ้นมาจนต้องไปหามาอ่านจนได้
เป็นหนังสือที่เขียนโดย นัม อิน ซุก ชาวเกาหลี ผู้เป็นพี่สาวที่ผ่านการใช้ชีวิตมาก่อนน้องสาว และอยากจะส่งต่อความรู้ วิธีคิด วิธีใช้ชีวิตในช่วงเวลาทองของชีวิต ให้น้องได้เติบโตเจริญวัยอย่างงดงาม เพราะวัย 20 เป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยทางเลือก หากเราเตรียมพร้อมชีวิตอย่างดีตั้งแต่วัย 20 จะส่งผลให้เราใช้เวลาวัยรุ่นอย่างมีคุณภาพ และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีชีวิตที่ดี นับว่าเป็นของขวัญที่น่ารักมากๆเลย
—
#การมีชีวิตที่ดีต้องฉลาดเลือก
การที่จะมีชีวิตดีหรือไม่ดี มันมีบางอย่างที่ลึกซึ้งมากกว่าความเก่งหรือโชคชะตา มันเป็นเรื่องของความฉลาดในการเลือก เพราะชีวิตคือวัฏจักรการเลือกที่หมุนเวียนไปไม่จบสิ้นจนกว่าเราจะจากโลกนี้ไป การเลือกของเราหล่อหลอมให้เราเป็นเราทุกวันนี้ มันกำหนดนิสัยและแนวทางในการใช้ชีวิต ที่โชคชะตาเราเป็นแบบนี้ไม่ใช่ฟ้าลิขิต แต่มันเกิดจากการเลือกของเราทั้งนั้น ดังนั้น คิดดีๆก่อนเลือกอะไรก็ตาม
#ไม่ทำให้ตัวเองดูแย่
เราต้องทำตัวให้คู่ควรกับโชคดี ปฏิบัติต่อตัวเองอย่างดี อย่าทำให้ตัวเองรู้สึกด้อยหรือเป็นทุกข์ คนที่ทำตัวเป็นผู้ดี ทำอาหารดีๆกิน ตั้งใจทำงานและให้รางวัลตัวเอง ไม่เอาตัวเองไปพัวพันกับคนไม่ดี อันธพาล คนที่มาดูถูก และจำไว้ว่าเราปฏิบัติกับคนอื่นอย่างไร ก็จะเป็นภาพสะท้อนมาที่สิ่งที่เราปฏิบัติต่อตัวเอง ถ้าอยากเป็นคนที่คนอื่นเกรงใจเราก็ต้องเกรงใจคนอื่นเช่นกัน
#จงมีมือของเจ้าหญิงและเท้าของคนรับใช้
อย่าเอาแต่ทำงานจุกจิกสารพัดสิ่งเพื่อให้ได้รับคำชมว่าเก่ง เพราะก็จะมีแต่คนมาใช้ให้ทำงานที่แลกมาด้วยสุขภาพเหล่านั้นอยู่ร่ำไปแลกกับคำขอบคุณเท่านั้น งานที่เหนื่อยยากและจุกจิกนี้มันไม่มีวันจบสิ้น มันเป็นขั้นตอนที่ต้องผ่านไปเพื่อให้ไปสู่งานที่ต้องการจริงๆเท่านั้น และถ้าเราทำแหวนตกลงไปในน้ำสกปรก เราต้องรีบควานหาแหวนให้เจอเร็วที่สุด ไม่ใช่เอามือไปแช่อยู่ในน้ำสกปรกนั้นนานๆ เราต้องไม่จำนนต่อความยากลำบาก แต่ต้องรีบพาตัวเองออกจากตรงนั้นให้เร็วที่สุดและใช้มันเป็นบทเรียน
#สายตาที่ใช้เลือกสิ่งของคือสายตาที่ใช้มองชีวิต
พยายามอย่าเลือกของแบบลวกๆ ทำงานลวกๆ ใช้ชีวิตลวกๆ คนที่ทำทุกอย่างแบบผ่านๆก็จะมีชีวิตแบบผ่านๆเช่นกัน อย่าคิดว่าต้องเป็นคนมีเงินเท่านั้นถึงจะมีรสนิยมดี ของแบบนี้ต้องฝึกฝนกัน การสร้างรสนิยมที่ดี เกิดจากการรู้ว่าอะไรเหมาะกับตัวเราที่สุด ถ้าอยากมีชีวิตที่ดี ก็ต้องสร้างรสนิมยมที่ดีให้ตัวเอง อย่าซื้อของแค่เพียงเพราะว่ามันถูกหรือมันมีจำกัด แต่ให้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าเหมาะกับเราจริงๆใช่มั้ย คนที่มีรสนิยม ซื้อของราคาถูกยังดูแพงได้เลย ดังนั้นมันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องราคาหรอก
#การเผชิญหน้าเป้าหมายในวัย20นั้นงดงามยิ่งนัก
เพราะน้อยคนที่อายุแค่นี้จะมีเป้าหมายที่ชัดเจน ถ้ามีแล้วกล้าลุยไปหามันในวันที่ยังมีแรงและมีพละกำลังกายกำลังใจเต็มเปี่ยมย่อมทำให้เข้าใกล้ความสำเร็จเร็วกว่า เราจะทำอย่างไรก็ได้ ขอแค่อย่างใช้ชีวิตแบบเฉื่อยชาเหมือนปลาที่ว่ายอยู่ในบ่อน้ำขัง คนฉลาดจะตั้งเป้าหมายและทบทวนมันเสมอ นี่คือสัญญาณว่าเราไม่ได้ใช้ชีวิตไปวันๆ คนที่มีฝันมีเป้าหมาย แม้สุดท้ายแล้วจะทำให้เป็นจริงไม่ได้ ก็ยังได้ครอบครองคุณค่าของการมีฝันมีเป้าหมาย ประสบการณ์ระหว่างทางที่อาจพาเราไปสู่เป้าหมายถัดไปที่ดีกว่าเดิม และที่สำคัญ ความเป็นคนที่มีชีวิตที่ดี ก็จะยังคงมั่นคงไม่สั่นคลอน เหมือนตุ๊กตาล้มลุกที่มีฐานแข็งแรงนั่นเอง
#ลงเล่นน้ำให้ถูกสระ
อย่าเอาตัวเองไปอยู่ในกลุ่มคนที่ไม่ได้เรื่อง เพราะยิ่งเราพบปะใคร ก็มีแนวโน้มที่เราจะมีส่วนคล้ายคนๆนั้น และเป็นความจริงที่ว่าการเป็นเพื่อนกัน รู้จักกัน ย่อมมีบางส่วนที่ทำให้รู้สึกว่าเราอยากเป็นคนแบบนี้อยู่บ้าง และคบกันอย่างจริงใจไม่มีผลประโยชน์อะไรแอบแฝงถึงจะรักษาความสัมพันธ์ไว้ได้ แต่ถ้าคบกันแล้วพากันไปทำเรื่องแย่ๆ คงไม่อาจเรียกว่ามิตรภาพได้ และให้ระวังการอยู่ใกล้ชิดคนที่ไม่เคยพอใจอะไรบนโลกใบนี้ โทษทุกอย่างยกเว้นตัวเอง เพราะโลกของเราจะค่อยๆเต็มไปด้วยความทุกข์ตามไปด้วย แน่นอนว่าคนมองโลกแง่บวกย่อมมีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าและส่งต่อพลังงานดีๆให้คนรอบข้างได้อีกด้วย
#ชีวิตที่ให้มากและรับบ้างสมบูรณ์กว่าชีวิตที่ไม่เคยทั้งให้และรับ
อย่าคิดว่าทำดีไปไม่มีใครรู้หรอก ถ้าเราไม่เป็นมิตรกับโลกและไม่เคยแม้แต่คิดจะแบ่งปัน โลกก็คงไม่มีทางอ้าแขนต้อนรับเราอย่างเป็นมิตร อย่าเป็นคนปากไว พูดจาทำร้ายความรู้สึกคนอื่น หรือระบายทุกสิ่งตามอำเภอใจให้คนรอบข้าง เพราะนอกจากจะไม่ใช่การให้แล้วยังเป็นการยัดเยียดสิ่งไม่ดีให้คนอื่นไม่สบายใจตามเราไปด้วย
#ลงทุนเพื่อเปลี่ยนโชคชะตา
คนเราเห็นเท่าที่ตัวเองรู้ คิดเท่าที่ตัวเองเห็น ลงมือทำเท่าที่ตัวเองคิด วัย 20 เราอาจไม่มีอิสระและตัวเลือกมากนัก ดังนั้นการลงทุนเวลาในการอ่านหนังสือจะช่วยให้เรามองโลกได้กว้างขึ้น รู้จักโลกอีกด้านที่ไม่เคยรู้ รวมทั้งรู้จักอีกด้านของสิ่งที่เคยรู้แล้ว เปิดตามองโลกให้กว้างแล้วชีวิตข้างหน้าจะสดใส คนที่อ่านหนังสือมากมักจะมีปรัชญาการใช้ชีวิตเฉพาะตัวและมีความภูมิใจในคุณธรรมของตัวเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการเป็น “ผู้ดี” นอกจากนี้ยังต้องลงทุนกับการดูแลร่างกายตัวเอง ทั้งเรื่องรูปร่าง รูปลักษณ์ภายนอก การกิน ออกกำลังกาย คนที่เสียเหงื่อเพราะออกกำลังกายจะมีพลังเหลือเฟือ ไม่เครียดเพราะเค้าได้ผ่อนคลายมันออกมา ทำตั้งแต่วัยนี้แล้วจะไม่เสียใจเมื่อเราอายุมากขึ้น
#คิดบวกเข้าไว้และเอาชีวิตรอดในวันที่เรื่องร้ายวิ่งเข้าใส่ให้ได้
จงพูด อ่าน และเขียนในแง่ดีเสมอ เพราะมันเป็นกฏของแรงดึงดูด ให้รับและแลกเปลี่ยนพลังงานกับคนที่พยายามทำอะไรด้วยความคิดที่ว่ามันเป็นไปได้อยู่เสมอ และเมื่อเจอเรื่องยากๆ วิธีรับมือที่เร็วที่สุดคือให้กระโดดเข้าไปอยู่ใจกลางความเจ็บปวดนั้น เจ็บปวด ร้องไห้ให้เต็มที่ พอผ่านมาแล้วเราก็จะหลุดพ้นภาวะนี้ไร้ความสามารถนี้เอง และอย่าเพิ่งรีบไปพึ่งใคร ให้พึ่งตัวเองก่อนเพราะไม่มีใครสามารถแบกรับชีวิตของอีกคนไว้ได้ตลอดเวลาหรอก
#จัดระเบีบบการใช้เงินเพื่อชีวิตมั่งคั่ง
การหาเงินเก่งไม่สำคัญเท่าการใช้เงินเป็น ถ้าเอาแต่หาอย่างเดียว ต้องเริ่มหันมาสนใจเรื่องเงินบ้าง ตั้งเสาจับสัญญาณเศรษฐกิจเอาไว้ แล้วเราจะไม่ใช่คนที่ลำบากเรื่องเงิน เพราะเงินจะไม่มาหาคนที่ต้องอยู่แบบพึ่งพิงที่เอาแต่ทำงานหาเงินมาอย่างลำบากแต่ไม่รู้จักดูแลและใช้เงินไม่เป็น ผลลัพธ์มันต่างกันมากสำหรับคนที่รู้จักจัดการเงิน กับคนที่ใช้เงินไปอย่างนั้น
—
อ่านจบพบว่าเป็นหนังสือแนะแนวการใช้ชีวิตที่ดีมากจริงๆสมกับยอดขายหลายล้านเล่ม คงจะดีไม่น้อยถ้าได้อ่านตั้งแต่ยังเด็ก แต่มาอ่านในวัย 30+ แล้วก็ถือว่ายังไม่สายไป เพราะชีวิตเริ่มใหม่ได้ทุกวัน เจ้เองก็ต้องต่อสู้กับความรู้สึกหลายๆอย่างเพื่อที่จะเติบโตอย่างดี เป็นตัวอย่างที่ดีให้น้องๆ (แม้ว่าจะล้มลุกคลุกคลานพอสมควร) แต่นัมอินซุกถ่ายทอดประสบการณ์ได้น่าประทับใจ อ่านไปก็รับรู้ได้ถึงความหวังดีที่อยากให้น้องได้ดีกว่าตัวเอง นับว่าเป็นเล่มที่เจ้อยากให้อ่านกันมากๆเล่มนึงเลยแหละ
ด้วยรักจากเจ้
#FromYourSis
