133 – จอร์เจียจอใจกรุบ

133

จอร์เจียจอใจกรุบ

เป็นชื่อกลุ่มไลน์รวมคนที่เดินทางในทริปนี้ กำเนิดขึ้นแบบรวดเร็วมากแค่ประมาณ 1 อาทิตย์ก่อนเดินทาง

19-26 พฤษภาคม 2565 ไปเที่ยวจอร์เจียกับพี่พีท เจ้ปุ๊ก และเจ้จิน (พี่ที่สนิทของเจ้ปุ๊ก) เป็นทริปปุบปับรับโชค เพราะตอนแรกตั้งใจจะไปงานแต่งเพื่อนที่ฝรั่งเศส แต่ทำวีซ่าไม่ทัน แล้วเจ้ปุ๊กผู้ซึ่งเสียเงินทำพาสปอร์ตแบบด่วนสุดไปเกือบสี่พันบาท ทำใจไม่ได้จึงต้องหาที่เที่ยวปลอบใจ หวยเลยมาออกที่นี่เพราะไม่ต้องขอวีซ่า

ครั้งนี้คงไม่ได้รีวิวที่เที่ยว คิดว่าคนทำรีวิวเยอะแล้ว หาอ่านได้เลยตามกูเกิล แต่อยากจะแชร์ประสบการณ์เที่ยวทริปนี้มากกว่า

#เผื่อเวลาทำแพลน

เวลาทำแพลน ควรมีอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ขึ้นไป หรือถ้าจะให้ดีคือ 1 เดือน เพราะจะได้รีเสิช อ่านข้อมูล อ่านประวัติความเป็นมาของที่เที่ยวแต่ละที่ ถึงเวลาไปพาตัวเองไปอยู่ตรงนั้นจะได้ไม่ blank การรู้เรื่องราว Background ของสถานที่นั้นคร่าวๆทำให้เที่ยวสนุกขึ้นเยอะ และแน่นอนว่า จองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้านานหน่อย ย่อมมีตัวเลือกที่ดีกว่านี้ ไม่ต้องรอ Transit นานๆขนาดนี้ และราคาก็ถูกกว่าจองแบบกระทันหันด้วย

รอ Transit ที่นี่นานกว่า 8 ชั่วโมง

#ใช้เวปOTAจองที่พักดีกว่า

อันที่จริงจะจองตรงกับโรงแรมก็ได้ แต่เจ้เสิชข้อมูลผ่าน booking.com เปรียบเทียบรีวิวที่พักอยู่แล้ว มันก็สะดวกดีที่จองกับเค้าเลย แถมยังมีวิธีการจ่ายเงินให้เลือกตามใจเราได้ เจ้เลือกแบบไม่ต้องจ่ายเงินก่อน ไว้ไปจ่ายตอนเช็คอิน ลดความเสี่ยงเผื่อเปลี่ยนแพลนกระทันหัน และอีกข้อดีคือมันสามารถแชทกับโรงแรมโดยตรงได้เลย สะดวกมาก ถ้าจองตรงคงได้แต่อีเมล์หรือโทรเท่านั้น

#เช็ควันเที่ยวว่าไปตรงกับวันสำคัญหรือเปล่า

ไม่คิดว่าจะเจอแจ็คพอต เที่ยวนอกเมือง (หรือจะว่าบ้านนอกก็ได้) ได้ตามแพลนอย่างราบรื่นมาตลอด จนวันสุดท้ายที่ขับเข้าเมืองหลวง Tbilisi ก็มีเหตุให้ต้องจอดรถไกลจากโรงแรมที่จองไว้ แล้วแบกกระเป๋าเดินเท้าไปโรงแรม เพราะถนนปิดหลายเส้นเนื่องจากวันที่ 26 พฤษภาคมเป็นวันประกาศอิสรภาพของจอร์เจีย (Independence Day) ทางการเลยปิดถนนเพื่อเตรียมงานเฉลิมฉลอง ทำให้แพลนที่จะนั่ง รถไฟใต้ดิน รถบัสเพื่อชมเมือง ต้องล่ม เปลี่ยนเป็นเดินเท้าเที่ยวทั่วเมืองแทน (ก็ได้อีกประสบการณ์นึง ได้เดินบนถนนที่ปกติมีแต่รถวิ่ง)

โล่งไปเลยค่ะวงเวียน เดินในเมืองได้สบายไม่ต้องหลบรถ

#เช็คสิทธิพิเศษบัตรเครดิตและสมาชิกเวปต่างๆก่อนจองทุกอย่าง

ตอนเปลี่ยนเครื่องที่ Doha กาตาร์ มีเวลาว่าง 8 ชั่วโมง เลยคิดว่าจอง Lounge ดีกว่าไปหาเอาดาบหน้า เผื่อที่นั่งเต็มจะทรมานตั้งแต่ยังไม่เริ่มทริป เลยจอง Lounge ไป ตกคนละเกือบสองพันบาท เสียเวลายอมเช็คสักนิด เพราะเราจำทุกเรื่องไม่ได้หรอก แล้วเราจะไม่เจ็บใจภายหลังเมื่อพบว่า บัตรเครดิตเรามี Dragon Pass หรือ Priority Pass ที่ใช้เข้า Lounge สนามบินหลักๆทั่วโลกได้ (ถ้าเช็คก่อนก็เซฟเงินไปได้เกือบสี่พันบาท)

#เช่ารถแบบขับเคลื่อนสี่ล้อจะพาเราไปได้ทุกที่

เพราะภูมิประเทศจอร์เจียไม่ใช่ที่ราบลุ่มแบบบ้านเรา มันเป็นที่ราบสูงผสมเทือกเขา และที่เที่ยวส่วนใหญ่ที่ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง มักจะอยู่ตามเขา ใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อจะมั่นใจกว่า และที่สำคัญ มันจุสัมภาระได้เยอะกว่ารถแบบ City Car แน่นอน

#คิดจะขับรถที่นี่ต้องทำตัวแบบคนท้องที่

คำพูดประจำทริปนี้ คือ “Act like a Local” มันมาจากการที่คนจอร์เจียขับรถได้น่าหวาดเสียวมาก ทั้งปาดซ้ายขวาหน้าหลัง พร้อมเบียดแซงได้ทุกเมื่อ สังเกตง่ายๆจากรถที่นี่ราว 1 ใน 3 จะต้องมีร่องรอยของการปะทะกันบนถนน ไม่กันชนหน้าหลังหลุด ก็ประตูข้างบุบ ท้ายยุบ หรือกระจกข้างแตก การที่เราจะทำถูกกฎ เปิดไฟเลี้ยวขอทาง เราจะไม่ได้ทาง เราต้องทำตัวแบบคนจอร์เจีย เราถึงจะได้ไป แต่อย่างไรก็ตามกล้อง cctv เค้าไวมาก ถ้าฝ่าไฟแดงปุ๊บไม่นานเกินวันจะมีข้อความส่งเข้ามือถือให้จ่ายค่าปรับ 50 GEL (ประมาณ 500 บาทบ้านเรา)

#สังคมไร้เงินสดยังมาไม่ถึงจอร์เจีย

บ้านเรายุคนี้เริ่มใช้จ่ายผ่านมือถือ โอนจ่ายหรือสแกน QR Code จ่ายกันไปค่อนประเทศแล้ว แต่กับที่จอร์เจียยังคงใช้เงินสด และเหรียญอยู่ ต้องพกกระเป๋าใส่เงินเผื่อไว้ด้วย เวลาแลกเงิน ต้องอย่าลืมคิดเผื่อค่าเข้าสถานที่ต่างๆและค่าใช้จ่ายจุกจิก เช่นค่าเข้าห้องน้ำ ค่าปรับ ไว้ด้วย เพราะตอนพวกเจ้แลก คำณวนจากค่ากิน ค่าน้ำมันรถ ค่าช้อปปิ้งอย่างเดียว คิดเอาเองว่าค่าโรงแรมรูดบัตรเอาได้ แต่ลืมคิดไปว่าที่พักคืนหนึ่งที่เป็น Hostel นั้นเป็นแบบบ้านๆ เจ้าของบ้านทำเอง ไม่มีเครื่องรูดบัตร ต้องจ่ายเงินสดเท่านั้น ทำให้สุดท้ายเงินลารี (สกุลเงินจอร์เจีย) ที่แลกมาไม่พอ ต้องไปแลกรอบสอง

Cou Cou Hostel ที่พักริมทะเลสาป Local มากๆ

#ห้องน้ำหายากห้ามดื่มน้ำเยอะ

มาเที่ยวจอร์เจียแล้วจะรักกรุงเทพมากขึ้น เพราะบ้านเราหาห้องน้ำสาธารณะเข้าง่ายกว่ามาก ที่นี่จะเข้าห้องน้ำทีต้องเสียเงิน มีตั้งแต่ 1 -15 GEL ตามความกันดารของพื้นที่ บางปั๊ม ไม่มีห้องน้ำให้เข้า บางที่ห้องน้ำอยู่ในร้านสะดวกซื้อที่เข้าแล้วก็ต้องควรอุดหนุนเค้าด้วย และที่พีคสุดคือ ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ มี 4 ชั้น แต่มีห้องน้ำแค่ชั้นล่างชั้นเดียว แถมพอจะเข้า ตำรวจกันไม่ให้เข้า เพราะว่ามีคนสำคัญอยู่ที่นี่ด้วย เชิญออกให้ไปเข้าที่ห้างฝั่งตรงข้ามแทน ระหว่างที่เที่ยวที่นี่เลยจิบน้ำน้อยๆ เพราะไม่อยากลำบากเพื่อนร่วมทริปต้องแวะหาห้องน้ำบ่อยๆ (แต่เจ้ก็เข้าห้องน้ำบ่อยที่สุดอยู่ดี)

ปล. เบียร์และไวน์ที่นี่ถูกมาก น่าจะถูกใจสายดริ๊ง เพราะคนที่นี่ดื่มกันแต่หัววัน

เบียร์ที่นี่กระป๋องละประมาณ 30 บาท

#นกที่ตื่นเช้าไม่อยู่ที่จอร์เจีย

คนที่นี่เริ่มต้นวันสายมาก อาจเพราะพระอาทิตย์ตกหลัง 2 ทุ่ม ดังนั้นการโทรหาใครก่อน 10 โมงเช้าคือเรื่องเสียมารยาทมากๆ อาหารเช้าในโรงแรมที่มีนักเที่ยวต่างชาติเยอะๆ เช่น The Rooms at Kazbegi จะเริ่มที่ 8 โมง แต่ถ้าเป็นโรงแรมทั่วไป อาหารเช้าจะเริ่ม 9 โมง วันสุดท้ายที่เที่ยวอยู่ในเมืองหลวง Tbilisi พักที่โรงแรม Shota @ Rustaveli ใจกลางเมือง เลยไม่ได้ซื้ออาหารเช้ากับโรงแรม เพราะคิดว่าไปทานตามร้านอาหารข้างนอก จะได้เริ่มเที่ยวเร็วหน่อย แต่แจ็คพอตอีกแล้ว เพราะร้านอาหารยังไม่เปิด เดินๆดู ส่วนใหญ่เปิด 10 โมงหรือ 11 โมงกันหมด

#ไตจะพังถ้าอยู่จอร์เจียนานๆ

คำกล่าวนี้ ไม่เกินจริงเลยถ้าได้ชิมอาหารจอร์เจียจริงๆ ทุกอย่างเค็มสุดพรรณา ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าเป็นเพราะสภาพอากาศเมืองหนาวหรืออะไรที่ต้องยืดอายุอาหารโดยการทำให้เค็มไว้ก่อน แต่คิดไปคิดมาไม่น่าใช่ เพราะประเทศเมืองหนาวที่ไปมาก็อาหารเค้าก็ไม่ได้เค็มเท่านี้

เค็มทุกอย่าง

#เป็นคนยิ้มยากแต่จริงๆแล้วใจดีกับผู้หญิง

คนที่นี่มีความคล้ายคนรัสเซียตรงที่หน้าไม่ยิ้ม แต่พอได้ใช้บริการกันเสร็จ (หมายถึงเราจ่ายเงินให้เค้าเรียบร้อย) จะยิ้มให้เบาๆ 1 ที เค้าจะเอ็นดู เสนอความช่วยเหลือผู้หญิงมากกว่า ผู้ชายจะลำบากก็ช่างมัน แต่ทนเห็นผู้หญิงลำบากไม่ได้ เจ้ปุ๊กเป็นคนที่ชาวจอร์เจียยื่นมือช่วยถือกระเป๋า ยกกระเป๋าจากที่สูง หรือช่วยสะพายกระเป๋าอยู่ตลอด มาอยู่ที่นี่ไม่ได้เซนส์การวิ่งราวหรือมิจฉาชีพเท่าไหร่ คนที่นี่ค่อนข้างจะซื่อตรงพอสมควร มีน้อยมากที่จะโกงกันซึ่งๆหน้า

เจ้ปุ๊กผู้ได้รับความช่วยเหลือจากชาวจอร์เจียตลอดทั้งทริป

#คนชอบทักทักคนเก่งเหลือเกิน

คนจอร์เจียชอบทักทายนักท่องเที่ยวโดยการเดาว่าเป็นคนประเทศอะไร จะพูดชื่อประเทศ ไม่ก็พูดภาษาประเทศนั้นๆสั้นๆ อยู่ที่นี่ ถ้าเจ้เดินข้างหน้า จะโดนทักว่า China, Chinese ทุกเมืองที่ไป แต่ถ้าเป็นคนอื่นเดินนำหน้าก็จะโดนทักว่า Japanese, Korean หรือ Philippines บ้าง และนานๆจะมีทายถูกว่า Thailand ทีนึง สงสัยน่าตาพวกเราไม่บ่งบอกยี่ห้อไทยแลนด์เอาซะเลยมั้ง คนที่นี่ไม่ได้เป็นมิตรแบบยิ้มให้ตลอด แต่ก็มีน้ำใจ และไม่ขี้โกง เช่น บอกทาง หรือ เดินมาสะกิดว่าเห็นคุณทำของตกนะ เป็นต้น

ลมแรงมากและหนาวมากเช่นกัน มาเที่ยวที่หนาวๆไม่เคยได้สวย เป็นแต่มิชลิน

#เช็คสภาพของก่อนออกเดินทางหลังโควิด

เนื่องจากไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศเลยตั้งแต่มีโควิด ทำให้รองเท้าที่เอาไป 3 คู่ กาวเสื่อมสภาพ พื้นรองเท้าหลุดไป 2 คู่ (ดีนะที่เอามาเผื่อแล้ว ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าเยอะไปมั้ย) แต่ก็เอาตัวรอดมาได้เพราะการถือหลักเผื่อเหลือดีกว่าเผื่อขาด เช่นเดียวกันกับการเตรียมเสื้อผ้า ไม่มั่นใจจะหนาวแค่ไหน แม้ว่าเช็คสภาพอากาศแล้วก็ตาม แต่จากประสบการณ์ที่เคยไปทนหนาวที่ไอซ์แลนด์บอกว่า เอาไปเผื่อไว้ก่อนดีกว่า แล้วพกถุงสุญญากาศไปเพื่อรีดให้ประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าแทน สุดท้ายก็ได้ใช้ทุกตัวเลยเพราะบทมันจะหนาว มันก็หนาวมาก แต่ทริปนี้ไม่มีทรมานเพราะอุปกรณ์พร้อม

รองเท้ายี่ห้อเดียวกับพ่อเมืองกรุงเทพคนใหม่ก็ไม่ช่วยอะไร

โดยรวมแล้ว จอร์เจียนับเป็นประเทศวิวยุโรปที่น่าเที่ยวมากๆ วิวธรรมชาติคืออลังการตระการตาสุดๆ โดยเฉพาะเทือกเขาคอร์เคซัส ขับรถเที่ยวก็สะดวกสบาย ปั๊มน้ำมันมีตลอดทาง ผู้คนเป็นมิตรในใจแต่ไม่แสดงออก ค่าครองชีพพอๆกับบ้านเรา บางอย่างก็ถูกกว่า ถ้าไม่นับตั๋วเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายทริปนี้น่าจะพอๆกับเที่ยวภาคใต้บ้านเรา

ทริปนี้ต้องขอบคุณพี่พีท ที่วางแผนทำแพลนเที่ยวเป็นตัวหลัก (เจ้แค่จองตั๋วจองที่พักและเอาแพลนในกระดาษมาทำให้ดูเป็นผู้เป็นคน) เจ้ปุ๊กและเจ้จินผู้ร่วมทริปที่ช่วยกันทำให้การเที่ยวจอร์เจียครั้งนี้สนุกสนานและเป็นประสบการณ์ที่ดี

ไว้ไปเที่ยวกันเถอะ

ด้วยรักจากเจ้

#FromYourSis

#จอร์เจียจอใจกรุบ #จอร์เจีย

แพลนเที่ยวจอร์เจีย >> https://bit.ly/3wSkAcn

เผยแพร่โดย Fromyoursis

A Gift from your sis - my personal output, hope some of them could inspire you to live a better life.

ใส่ความเห็น