132 – Think Again คิดแล้วคิดอีก

132

Think Again คิดแล้วคิดอีก

หนังสือที่ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แนะนำให้อ่าน เขียนโดย Adam Grant อาจารย์จากโรงเรียนธุรกิจวอร์ตัน และยังเป็นนักเขียน Bestseller ติดอันดับของ The New York Times หลายเล่ม แถมยังเป็นหนังสือที่ Bill Gates แนะนำว่า A must-read อีก รีบๆหยิบมาอ่านก่อนวันเลือกตั้งผู้ว่าเลย

เล่มนี้ชวนให้เราปล่อยวางความรู้และความเห็นที่ไม่เป็นประโยชน์กับเราอีกต่อไป และให้เรายึดมั่นในความยืดหยุ่นแทนที่จะเป็นความเสมอต้นเสมอปลาย การคิดทบทวนจะช่วยให้เราสร้างทางออกแบบใหม่สำหรับปัญหาเดิมและย้อนกลับไปที่ปัญหาเดิมเมื่อเจอปัญหาใหม่ๆ

“ถ้าความรู้คืออำนาจ การที่รู้ว่าตัวเองไม่รู้สิ่งใดก็คือปัญญา”

ในโลกนี้ แบ่งความรู้ออกเป็น 4 ประเภท มี

สิ่งที่ฉันไม่รู้

สิ่งที่ฉันคิดว่าฉันรู้

สิ่งที่ฉันรู้

สิ่งที่ฉันรู้ว่าตัวเองรู้

สิ่งที่ทำให้ อดัม แกรนท์ ต้องลุกขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้จริงจังเพราะสงสัยว่าทำไมคนเราชอบแกล้งทำเป็นรู้ในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วความมั่นใจมากเกินไปจะเกิดขึ้นเมื่อเราก้าวหน้าจากมือใหม่เป็นมือสมัครเล่น คงเป็นเพราะประสบการณ์ทำให้ความมั่นใจมากขึ้นจนบางครั้งก็อาจนำหน้าความสามารถเราไป

“ถ่อมตัวแบบศรัทธาในความสามารถของตัวเอง”

เมื่อคนเรามีประสบการณ์มากขึ้นก็มักจะสูญเสียความถ่อมตัวไปบางส่วนและเชื่อแบบผิดๆว่าตัวเองมีความเชี่ยวชาญแล้ว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการมีความมั่นใจมากไปจนไม่นึกสงสัยใคร่รู้ และไม่อยากรู้ในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ จนอาจทำให้ติดกับอยู่กับความเชื่อแบบผิดๆ

ยิ่งหากเราสูญเสียความถ่อมตัวด้วยแล้ว อาจทำให้เราขาดความสามารถในการคิด การเคลือบแคลง สงสัยใคร่รู้ไป เพราะความถ่อมตัวเป็นเสมือนอาหารที่สำคัญทางความคิดที่จะช่วยให้หลุดพ้นจากความโง่เขลานั่นเอง

ความถ่อมตัวที่ว่า ไม่ใช่การมีความมั่นใจใจตัวเองต่ำ หรือดูถูกตัวเอง แต่เป็นการตระหนักได้ว่าคนเราต่างมีข้อบกพร่องและสามารถผิดพลาดกันได้ พร้อมเรียนรู้จากฝ่ายตรงข้าม พร้อมรับความช่วยเหลือ เราจึงควรมีความถ่อมตัวแบบที่ยังเคารพและศรัทธาในความสามารถของตัวเอง

ผู้นำที่มีประสิทธิภาพสูงสุดส่วนใหญ่แล้ว จะมีทั้งความมั่นใจและความถ่อมตัว คือเขาจะเชื่อมั่นในจุดแข็งแต่ก็คำนึงถึงจุดอ่อนเสมอ เพราะเชื่อว่าความมั่นใจทำให้เรานิ่งนอนใจ ในขณะที่ความถ่อมตัวจะทำให้มีทัศนคติแบบมือใหม่ มองอะไรด้วยมุมมองใหม่ๆ ตั้งคำถามในสิ่งที่คนอื่นมองข้ามไป และทำให้ตื่นตัวและเติบโตเสมอ

“หลุดพ้นจากความมั่นใจเกินเหตุ”

เราจะหลุดจากวงจรมั่นใจเกินเหตุได้ ด้วยการ Think again คิดแล้ว คิดอีก

การคิดทบทวนไม่ใช่เรื่องลำบากยากเย็น แต่ไม่รู้ทำไม ถ้าเป็นสิ่งของเช่น เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ หรือแม้แต่บ้าน เราพร้อมที่จะเปลี่ยนให้ทันสมัย แต่พอเป็นเรื่องความรู้ ความคิดของเรา ผู้คนมักจะเกาะยึดกับสิ่งเดิมๆ (Seizing) และบางครั้งก็ฝังใจ (Freezing) ซึ่งการยึดติดหรือฝังใจเป็นสิ่งที่ขัดขวางไม่ให้สังเกตเห็นเวลาที่ความคิดหรือความเห็นของเราไม่ถูกต้อง

คนเราคงจะชอบความสบายใจจากการปักใจเชื่อกับความเชื่อเดิมๆ มากกว่าความไม่สบายใจที่ได้จากการเคลือบแคลง สงสัย ยิ่งคนเราฉลาดเท่าไหร่ ก็มีแนวโน้มจะตกหลุมพรางของทัศนคติแบบเหมารวมและเปลี่ยนความเชื่อของตัวเองได้ยากยิ่งขึ้น นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราจึงควรคิดแล้ว คิดอีก

“วงจรของการคิดทบทวน และ วงจรของความมั่นใจ”

อคติ มี 2 ประเภท คือ

  1. อคติเพื่อการยืนยันความเชื่อ (Confirmation Bias) เพื่อบอกว่าตัวเองคิดถูก
  2. อคติตามความพอใจ (Desirability Bias) มองเห็นแต่สิ่งที่อยากเห็น .

ถ้าเป็นวงจรของการคิดทบทวน จะเริ่มด้วย ความถ่อมตัว -> การเคลือบแคลงสัย -> การอยากรู้อยากเห็น ->การค้นพบ และก็วนไปที่ความถ่อมตัวใหม่เพื่อค้นพบสิ่งใหม่ๆ

แต่หากเป็นวงจรของความมั่นใจ จะเริ่มด้วย ความภาคภูมิใจ -> ความเชื่อมั่น -> การมีอคติเพื่อยืนยันความเชื่อ -> การยืนยันความถูกต้อง และก็วนไปที่ความภาคภูมิใจใหม่ ความเชื่อมั่นมากเกินไปทำให้เราติดอยู่ในกรงขังที่เราสร้างขึ้นมาเอง

ความรู้จึงมีด้านที่ต้องคำสาป เพราะมันปิดกั้นความคิดเราต่อสิ่งที่เราไม่รู้ การคิดทบทวนจึงเป็นนิสัยที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆในการใช้ชีวิตในโลกยุคนี้ เพราะถ้าคิดผิด ก็แค่ กลับไปคิดทบทวนอีกครั้ง

“ถกเถียงอย่างมีอารยะ”

ความสับสน เป็นสัญญาณว่ามีดินแดนใหม่ให้เราสำรวจหรือรอปริศนาคลี่คลาย การที่เลี่ยงความขัดแย้งนับว่าเป็นมารยาทที่ไม่ดี เพราะการเงียบเป็นการดูหมิ่นคุณค่าความเห็นของตัวเองและความสามารถในการโต้แย้งกัน อย่าลืมว่าเราสามารถเห็นต่างโดยไม่ทำร้ายกันได้ เพราะการเถียงกันเป็นการยอมพิจารณาความเห็นที่แตกต่างกัน

ความสวยงามการของถกเถียงกันในเรื่องงานคือ ฝั่งที่อยู่ตรงข้ามเราไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นผู้สนับสนุน เมื่อมีใบพัดสองอันหมุนในทิศทางที่แตกต่างกัน ความคิดของเราก็จะไม่ถูกยึดไว้ที่พื้น แต่มันจะพุ่งทะยานสูงขึ้นไปอีก มันคงมีบ้างที่เรารู้สึกโมโหกับมุมมองของอีกฝ่าย แต่ถ้าเราคิดทบทวน คิดแล้ว คิดอีก เราอาจพบว่า เราอยากศึกษาเพิ่มเติม เริ่มวิตกกังวล ต่อด้วยตื่นเต้นที่จะได้พิจารณามุมมองใหม่ๆ จนบางครั้งเราอาจรู้สึกยินดีที่คิดผิดด้วยซ้ำ

หนังสือหนาเกือบ 400 หน้า เนื้อหาอุดมไปด้วยกรณีศึกษาต่างๆมากมาย แต่โดยสรุปแล้ว แก่นของเล่มนี้คือ สนับสนุนให้เราทุกคนเข้าสู่วงจรการคิดทบทวน ด้วยการปลูกฝังความถ่อมตัวทางปัญญา ปล่อยให้ความเคลือบแคลงสงสัยทำงาน บ่มเพาะอยากรู้อยากเห็น ค้นคว้าข้อมูลแทนที่จะบริโภคมันอย่างเดียว และอย่าตกเป็นเหยื่อของวงจรความมั่นใจมากเกินไปจนทำให้พลาดโอกาสในการคิดทบทวน

ถ้าเราไม่เคยย้อนดูตัวเองและคิดว่า ตัวฉันเมื่อปีที่แล้วนี่โง่ชะมัดเลย ก็แสดงว่าเราไม่ได้เรียนรู้อะไรมากนักในปีที่ผ่านมา นั่นอาจหมายถึงสัญญาณว่าเราคงต้อง Think Again คิดแล้ว คิดอีก กับอนาคตของเราต่อจากนี้

ด้วยรักจากเจ้

#FromYourSis

เผยแพร่โดย Fromyoursis

A Gift from your sis - my personal output, hope some of them could inspire you to live a better life.

ใส่ความเห็น