127 – Winning with ideas จากหนึ่งถึงพันล้าน

127

Winning with ideas จากหนึ่งถึงพันล้าน

ไอเดียดีๆ หาไม่ยากหรอก แต่การจะทำให้มันเกิดขึ้นจริงแบบจับต้องได้นี่สิเป็นงานหินเลยแหละ

งานเขียนของคุณมาโนช พฤฒิสถาพร ที่อดีตนักเรียนMBA Kellogg School of Management เคยฝึกงานและสร้าง Start Up มาแล้ว โดยเล่มนี้รวบรวมประสบการณ์จริงของคุณมาโนชเอง ที่ถือว่าเป็นผู้ใช้งานตัวจริงที่คร่ำหวอดในสาย Start Up ฝั่งอเมริกา เน้นไปที่ San Francisco  ที่ตั้งของ Silicon Valley แหล่งกำเนิด Start Up มาตีแผ่ วิเคราะห์อย่างละเอียด ถึงปัจจัยที่ทำให้สำเร็จจนได้รับการระดมทุนให้เติบโตต่อหรือล้มเหลวจนต้องพับโครงการไปต่อไม่ได้

โลกยุคหลังนี้ เราจะได้ยินธุรกิจที่เป็น Start Up บ่อยขึ้น ซึ่งการจะได้ชื่อว่าเป็น Start Up นั้น หมายถึงธุรกิจจะต้องมีการนำเอาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจ สินค้าหรือบริการจะต้องช่วยแก้ปัญหาหรือเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้า ผู้บริโภคได้โดยมีอินเตอร์เน็ตเป็นตัวเชื่อม ได้รับเงินลงทุนจากการระดมทุนหรือการลงทุนจากนักลงทุนไม่ว่าจะเป็น Venture Capital (รูปแบบบริษัท) หรือ Angel Investor (รายบุคคล) มีการเติบโตอย่างรวดเร็วเป็น 1000% ในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งหากปราศจากสิ่งเหล่านี้ ก็คงจะเป็นเพียง SME (Small – Medium Enterprise) เท่านั้น

หลายๆ สินค้าหรือบริการ ของ Start Up ได้ไอเดียจาก Pain Point ของผู้ใช้งานจริงที่ประสบ และก็มีใครบางคนอยากจะปิดจุดอ่อนนั้น ซึ่งถ้าทำได้ ก็มีแนวโน้มที่ธุรกิจนั้นจะไปต่อได้ แต่จะยั่งยืนหรือไม่ ต้องประกอบไปด้วยหลายๆปัจจัย เช่นไอเดียตั้งต้น Vision ของผู้บริหาร โมเดลธุรกิจ Target ผู้ใช้งาน และที่สำคัญที่สุด ต้องดูว่าโมเดลธุรกิจจะสร้างรายได้เข้าบริษัทได้อย่างไร ถ้าแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันให้ผู้คนได้ แต่หาเงินไม่ได้ ส่วนใหญ่ก็ต้องเก็บเสื่อกลับบ้านไป

เมื่อได้อ่านเล่มนี้ ก็พาเราไปรู้จัก Start Up 20 บริษัท ขุดลึกไปถึงไอเดียการเริ่มธุรกิจ ใครที่อยากได้ไอเดียดีๆไว้จุดประกายเป็นเจ้าของกิจการหรือธุรกิจที่แปลกใหม่ น่าจะชอบใจไม่น้อย เจ้ขอยกตัวอย่าง Start Up ที่ชอบมาดังนี้ แม้ว่าบางตัวจะล้มเหลว แต่ก็ได้บทเรียนเป็นข้อคิดที่ดีเลยทีเดียว

Sprig – Start Up ที่ซื้อร้านอาหารเก่า ทำเป็นครัวกระจายตามบริเวณต่างๆใน San Francisco ทำเองทุกอย่างตั้งแต่คิดเมนูจนถึงขนส่งตามความต้องการของลูกค้าทันที โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยเพื่อลดต้นทุน แต่ไปไม่รอดแม้จะได้เงินระดมทุนเป็นพันล้าน เพราะ Operation-heavy เกินไป ทำให้ขยายตัวลำบาก

Luxe – เนื่องจากในอเมริกา โดยเฉพาะ San Francisco มีระบบขนส่งสาธารณะที่ดีอยู่แล้ว บวกกับที่จอดรถในเมืองหายาก และค่าจอดรถแพงมาก ทำให้ luxe ถือกำเนิดขึ้นด้วยต้องการปิดจุดอ่อนของคนใช้รถ ที่ต้องเสียเวลาวนรถหาที่จอด โดยเราสามารถเลือกให้พนักงานของ luxe ไปรอตามสถานที่และเวลาที่เราสะดวก แล้วพนักงานจะเอารถเราไปจอดตามที่จอดรถที่ Luxe ดีลไว้ ด้วยค่าใช้จ่ายเมื่อมีคนใช้บริการสูงกว่ารายรับ ทั้งค่าจ้างพนักงาน ค่าที่จอด และค่าประกัน ฯลฯ ทำให้โมเดลธุรกิจนี้ไม่สามารถทำเงินได้

Rinse – Start Up ซักรีดเสื้อผ้าแบบไม่มีขั้นต่ำ น้อยชิ้นก็รับ ธุรกิจนี้ไม่ใช่ on demand แต่เป็นแบบกำหนดเวลารับส่งเสื้อผ้าแค่ช่วง 2-4 ทุ่มเท่านั้นเพื่อเลี่ยงช่วงเวลารถติดและคุมเวลาพนักงานรับงาน คุมค่าขนส่งให้วิ่งน้อยรอบแต่ได้ปริมาณมากกว่า ธุรกิจนี้ไม่ต้องสร้างแอพเพื่อให้คนใช้ติดตั้งลงมือถือให้เปลืองเมม แต่ใช้การสื่อสารผ่านมือถือ อีเมล์ และ SMS แทน ซึ่งเรียบง่ายกว่าที่คิด ปัจจุบันกำลังขยายไปสู่เมืองอื่น

TaskRabbit เป็น Start Up ที่หาคนที่อยู่ละแวกเดียวกันกับเรามาช่วยงานอะไรก็ได้ โดยไอเดียธุรกิจเริ่มจาก Leah Busque ผู้ก่อตั้งเคยลืมให้อาหารสุนัข แต่ออกจากบ้านมานานแล้ว จึงคุยกับสามีที่ทำงานด้านเทคโนโลยีว่าโมเดลนี้น่าจะเป็นไปได้ เพราะมั่นใจว่าน่าจะมีคนแถวบ้านที่ยินดีช่วยเหลือ เพียงแค่เราต้องหาวิธีเชื่อมต่อให้ได้ ซึ่งต่อมาได้ปรับให้ผู้จ้างงานประกาศรายละเอียดงาน พร้อมราคาที่พร้อมจ่าย และให้ผู้ให้บริการเข้ามา Bidding กัน เป็นการเปิดตลาด Sharing Economy เป็นการใช้ทรัพยากรที่คุ้มที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

Uber- Pool ต่างจาก Uber ธรรมดา หรือ Grab ตรงที่สามารถรับผู้โดยสารหลายคนได้ถ้าไปทางเดียวกัน อาจเสียเวลาแวะรับ –ส่ง บ้าง แต่โดยรวมถือว่าเร็วกว่านั่งรถเมล์ และประหยัดกว่าแท็กซี่ ความสำเร็จของ Uber เริ่มจากการยอมขาดทุนก่อนเพื่อสร้างฐานผู้ใช้งาน เมื่อถึงจุดหนึ่งที่มีผู้ใช้งานมากพอ จะทำให้ผู้เล่นรายใหม่เข้ามาแข่งด้วยยากนั่นเอง

Venmo – Start Up โอนเงินที่ไม่ต้องใช้เลขบัญชีและไม่มีค่าธรรมเนียมด้วยการลงทะเบียนผ่าน facebook และกรอกข้อมูลเพื่อรับลิงค์ทำธุรกรรมโอนเงิน แค่พิมพ์ชื่อเพื่อนที่ต้องการโอนเงิน ใส่จำนวนและกด Pay ง่ายมาก มีความเป็น Social Network Effect เพราะสามารถใส่ status ว่าเราใช้ Venmo เพื่ออะไร (what’s it for) จน Go Viral ปากต่อปากในหมู่ผู้ใช้งาน

Splitwise – Start Up การค่าใช้จ่ายในหมู่เพื่อน ซึ่งสะดวกมากในการสรุปยอดว่า ใครออกค่าอะไร ไปเท่าไหร่ และเมื่อหักลบกับยอดรวมแล้ว เราต้องได้คืนหรือจ่ายเพิ่มเท่าไหร่ โดยที่ไม่ต้องมานั่งกรอก excel ให้วุ่นวาย สิ่งที่ต้องทำมีเพียงแค่เข้าไปใส่จำนวนเงินที่เราออกไป หารกี่คน (หมดปัญหาเวลาที่ไปใช้บริการไม่เท่าเทียมกัน เช่นไปทานข้าวที่ร้านเหล้า แต่เราไม่กินเหล้า ก็หารเฉพาะค่าอาหาร ค่าน้ำไป) นับว่าแก้ปัญหา Pain Point ของการรวมกลุ่มได้ดี

Transferwise – Start Up โอนเงินข้ามประเทศที่ให้อัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมดีกว่าธนาคารมาก เพราะใช้หลักการ Peer-to-Peer คือ matching ผู้ที่ต้องการโอนเงินสกุลตรงข้ามกันนั่นเอง เช่น A ทำงานที่ลอนดอน และต้องโอนเงินกลับมาที่ประเทศบ้านเกิดที่ฟิลิปปินส์ทุกเดือน ในขณะที่ B อยู่ฟิลิปปินส์แต่ต้องการโอนเงินให้ลูกที่อยู่ลอนดอน ก็มาใช้บริการ Transferwise ทำให้ไม่เสียเงินโอนเงินข้ามประเทศ และเสียค่าธรรมเนียมต่ำกว่า 1% ซึ่งถูกมาก นับว่าเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝั่ง

TripAdvisor – เป็นธุรกิจที่มีโมเดล Win-Win-Win ถ้าคนอยากจะจองที่พักต่างประเทศ คงต้องนึกถึงรีวิวใน Tripadvisor ซึ่งสิ่งนี้คือจุดแข็งที่ยังไม่มีใครทำตามได้ แถมยังเป็นแอพที่ทำ SEO (Search Engine Optimization) ได้ยอดเยี่ยมมากๆ เมื่อมีคนเสิชชื่อโรงแรม เวปของTripadvisor จะโผล่มาแรกๆ และยังมีโมเดลธุรกิจที่ทำเงินจาก OTA (Online Travel Agency) จากพาร์ทเนอร์โดยตรง สรุปคือ Tripadvisor สามารถสร้างสิ่งที่ผู้คนต้องการและทำเงินได้

ยังมีอีกหลาย Start Up ที่ไม่ได้เขียนถึง เช่น Credit Karma, Tilt, Digit, Glassdoor, Quora, Slack, Angellist, Dollar Shave Club, Allbirds, etc. ที่น่าสนใจเช่นกัน ถ้าอ่านถึงตรงนี้แล้วอยากรู้เรื่องราวต่อ แปลว่าคงต้องไปหามาอ่านแล้วแหละ เชื่อได้ว่าจะได้ประโยชน์ และแนวคิดดีๆจากเล่มนี้อีกมาก

คุณมาโนชได้สรุปไว้ว่า โมเดลธุรกิจ Start Up ที่จะอยู่รอดได้นั้น ต้องเป็นที่ต้องการของตลาดสูง ผู้ใช้จำเป็นต้องใช้งานสม่ำเสมอ มีผู้ให้บริการเดิมจำนวนน้อยราย ต้องทำให้ผู้ใช้ยึดติดกับบริการหรือโปรดักส์มากกว่าตัวบุคคลที่ให้บริการที่อาจสับเปลี่ยนกันไป (เพื่อป้องกันลูกค้าไปติดต่อจ้างงานกับผู้ให้บริการกันเองโดยไม่ผ่านแพล็ตฟอร์มของ Start Up) และต้องควบคุมคุณภาพของบริการหรือโปรดักส์อย่างสม่ำเสมอได้

เกิดมาชีวิตนี้ ถ้าอยากทำอะไร มีฝันแล้วก็ลุยไปเลย ดีกว่ามานั่งเสียดายตอนแก่ว่ารู้งี้น่าจะได้ลองทำ

เจ้ว่าเสน่ห์ของ Start Up คือการได้ออกจากกรอบไปสู่ความท้าทายที่มองไม่เห็น มันมีพลังของความเป็นนักสู้ที่จะท้าชนยักษ์ใหญ่แม้ว่าจะตัวจ้อยมากในตอนแรกก็ตาม ถ้าเราอยากทำอะไรบางอย่าง อาจไม่ต้องถึงขึ้นเป็น Start Up แต่ลองสวมวิญญาณแบบคนทำ Start Up คงจะสนุกไม่น้อย

ด้วยรักจากเจ้

#FromYourSis

#Winningwithideas #จากหนึ่งถึงพันล้าน

เผยแพร่โดย Fromyoursis

A Gift from your sis - my personal output, hope some of them could inspire you to live a better life.

ใส่ความเห็น