124 – ความพยายามของเรา มีแค่เราเท่านั้นที่รู้

124

ความพยายามของเรา มีแค่เราเท่านั้นที่รู้

เจ้ทำมาหาเลี้ยงชีพจากการเป็นพนักงานธรรมดาที่ไม่มีเส้นสาย ไม่มีสิทธิพิเศษอะไร ทำงานตามปกติเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วไป แต่อยากรู้ไหมว่า อะไรทำให้พนักงานธรรมดาได้ผลการประเมินการทำงาน (Performance Appraisal) ในระดับสูงที่สุดติดต่อกันตลอดระยะเวลาการทำงานทุกปีในทุกบริษัทที่เคยร่วมงานด้วย (นั่นแปลว่า เวลาปรับเงินเดือนประจำปี ก็จะได้ % สูงสุด)

ที่ทำงานปัจจุบัน ทำงานมา 5 ปี ปรับตำแหน่ง (Promotion) 2 ครั้ง จนตอนนี้ ได้เข้าไปอยู่ในระดับที่มีคนอยู่ Level นี้เพียงหลักหน่วยคนจากทั้งองค์กรสี่พันกว่าคน

with direct boss & CEO

ไม่ได้จะอวด หรือยกย่องตัวเอง เพราะเจ้เองก็ยังเป็นคนธรรมดาเดินดินเหมือนเดิม ด้วยอายุที่มากขึ้น งานเยอะขึ้น แต่ดันมีความสุขขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนสมัยเป็นวัยรุ่น ทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้น (ที่หาด้วยตัวเองล้วนๆ ไม่นับมรดกหรือการให้โดยเสน่หา) เลยอยากแชร์ประสบการณ์ว่า “สิ่งที่ได้รับในวันนี้ มันคือผลของสิ่งที่เราเลือกใช้เวลาไปกับมันในอดีต”

ไม่มีทางลัดอะไรทั้งนั้น มันเกิดขึ้นจากการ เลือกใช้ทรัพยากรที่เรามี (เวลา เงิน ความตั้งใจ) ไปกับสิ่งที่พัฒนาตัวเอง

เจ้ไม่ได้ผลาญเวลาเล่นแบบสมัยวัยรุ่น ที่พอมีเวลาว่าง ก็เอาแต่นอน ไถมือถือ ดูหนัง ดูซีรีย์ ดูยูทูป ออกไปเที่ยวเล่นบ้าง แต่พออาขุขึ้นเลข 3 เจ้ก็ไม่อยากชีวิตเรื่อยๆไปวันๆ แบบไม่มีความหมาย อยากลุกขึ้นมาลองดูซักตั้งว่า ถ้าตั้งใจกับตัวเองจริงๆ จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงให้เราเป็นคนที่ดีกว่าเดิมหรือไม่

ประจวบเหมาะกับช่วงโควิด บริษัทมีนโยบาย Work From Home งานหลายอย่างเสร็จเร็วกว่าเดิม เพราะสิ่งรบกวนน้อย โฟกัสงานได้เต็มที่ และการไม่ต้องเดินทางไปออฟฟิศทุกวัน ทำให้มีเวลาเหลือ เจ้ชั่งใจอยู่พักนึง ต่อสู้กับตัวเองว่าจะเอาเวลาที่เหลือนี้ไปพักผ่อน ดูซีรีย์ฆ่าเวลาดี

ประมาณกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว 2021 เป็นจังหวะที่อ่านหนังสือ Atomic Habits และ The power of Output จบไล่ๆกัน ไฟของการเปลี่ยนแปลงตัวเองลุกโชน เลยเป็นที่มาของการตะลุย อ่านหนังสือทุกครั้งที่มีเวลาว่าง และเขียนรีวิวลง fromyoursis ไว้ให้น้องและเพื่อนๆ อ่านกัน ถือว่าเป็นการทำ output ไปในตัว

ยิ่งพอได้อ่านหนังสือ The Bullet Journal Method : Track the past, Order the present, Design the future ที่เพื่อนเจ้คนหนึ่งซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด จากนั้นเจ้ก็เขียน BUJO ทุกวัน

ซึ่งการเขียน BUJO มันคือ Planner + Diary + To Do List รวมกัน มีหน้า Future Log, Monthly Log, Collection และ Habits Tracker ให้เราได้เอาสิ่งที่อยู่ในหัวเขียนใส่กระดาษแทนที่จะเปลืองเนื้อที่สมองด้วยการจำเอา BUJO เป็นหนึ่งในตัวช่วยที่ทำให้เจ้ทำงานไม่พลาด เก็บครบทุกเม็ด ทำให้งานออกมาดี แทบไม่เคยเสียเครดิต

แต่ละวัน ค่อยๆผ่านไปโดยที่เจ้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองแบบหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ค่อยๆเปลี่ยนพฤติกรรม วันละเล็กวันละน้อยไปเรื่อยๆ จนมันอยู่ตัวและกลายเป็นเรื่องธรรมดาในชีวิตประจำวันไป

ช่วงเช้าเป็นช่วงได้อยู่กับตัวเอง หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ นั่งรออาหารย่อย วันที่ไม่มีประชุม 9 โมง ก็จะชงชาที่ริมระเบียง ดื่มด่ำกับอากาศเย็นๆยามเช้า พอได้เวลาก็ขึ้นห้องไปนั่งสมาธิสั้นๆ อาบน้ำ แล้วก็ทำงาน 10 โมงตลาดหุ้นเปิดก็เช็คหุ้น อ่านข่าว บ่ายๆก็ลงมากินข้าว กลับขึ้นไปทำงานจนเสร็จของวันนั้นๆ

เวลาว่างจากงาน ก็สลับกันไประหว่างอ่านหนังสือ เรียนออนไลน์ ฟัง Podcast หรือ youtube ภาษาอังกฤษ จะได้ไม่ลืม ขีดๆเขียนๆ วาดรูป ฯลฯ พอนั่งนานๆก็ปวดเมื่อยตัว แม้จะขี้เกียจเข้าฟิตเนสออกกำลังกาย แต่ก็เข็นตัวเองไปกึ่งเดินกึ่งวิ่ง สูดอากาศรอบหมู่บ้าน หรือไม่ก็โยคะตามคลิปในยูทูปเอา แล้วแต่ว่าวันไหนอยากทำอะไร

ตกดึกก็พักผ่อนตามปกติ บางวันงานค้าง หรือมีงานด่วนก็ทำให้เสร็จ บางวันศึกษาเรื่องหุ้น ทำการบ้านว่าจะซื้อตัวไหน บางวันปรนนิบัติตัวเอง หมักผม มาส์กหน้า นวดหน้า บางวันดูซีรีย์บ้าง บางวันอ่านหนังสือ บางวันนอนฟังเพลงจนหลับไป

กิจวัตรก็ธรรมดาเหมือนคนทั่วไป เพียงแค่เจ้แบ่งเวลามาให้กับงานอดิเรกที่ใช้สมองด้วยไม่ใช้ใช้แค่หัวใจเรียกร้องอย่างเดียว

เวลามีเงินก้อนเข้ามา ไม่ว่าจะจากโบนัส หรือขายหุ้นได้ หลังจากที่กันไว้จ่ายค่าประกันต่างๆ และ SSF แล้วก็จะแบ่งส่วนหนึ่งไว้ไปเข้าคอร์สที่สนใจเรียน ถือคติว่า อนาคตเราเรารับผิดชอบเอง ไม่ต้องรอให้ใครมาป้อน หรือบังคับให้เราเรียน คอร์สดีๆราคาหลายหมื่นก็จ่ายเองมาแล้วโดยไม่ได้เบิกบริษัท

และผลลัพธ์มันก็ชื่นใจ เมื่อเราลงทุนกับตัวเอง เราก็ได้เองเพราะไม่มีใครลงทุนให้เราฟรีๆโดยไม่หวังอะไรตอบแทนหรอก

แม้ว่าป๊าเราจะค่อนขอดบ่อยๆว่าอย่าเป็นเลยลูกจ้างเขา แต่เจ้รู้จักตัวเองดี ว่าเราไม่ใช่คนค้าขาย เล่ห์เหลี่ยมทันคนก็ไม่มีโดยกำเนิด ไม่ใช่คนที่พร้อมชนกับทุกอุปสรรค แบกรับทุกความเสี่ยงได้เหมือนบรรดาเจ้าของธุรกิจต้องเจอ และต้องอุทิศเวลาแทบทั้งหมดให้ธุรกิจ

ซึ่งเจ้ยังไม่พร้อมจะไปอยู่จุดนั้นในตอนนี้ ไม่มีใครรู้ว่าเราจะทำงานประจำอีกนานแค่ไหน แต่ตราบใดที่ยังอยู่ตรงนี้ เจ้ก็จะทำเต็มที่ ไม่ให้เสียชื่อเสียงป๊าม้าที่เลี้ยงดู เสียชื่อโรงเรียน หรือมหาลัยให้กระทบรุ่นน้องแน่นอน

ตลอดเวลาที่ทำงานมา เจ้พบว่าการเป็นพนักงานก็ภูมิใจได้ถ้าเราทำตัวเองให้บริษัทเห็นคุณค่าของเรา ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้คอนเนกชั่น ได้มีเวลาให้ตัวเองทำในสิ่งที่อยากทำ มีทรัพย์สินที่หาเองตามสมควร ก็ถือว่าพอใจในชีวิตตัวเองแล้วนะ

น้องคนหนึ่งทำธุรกิจอยู่แล้ว ส่วนอีกคนกำลังจะลาออกจากงานประจำมาต่อยอดธุรกิจเดิมของป๊า เจ้ดีใจที่ทุกคนเลือกทางเดินด้วยตัวเอง สิ่งที่เราทำอยู่ ถ้ามั่นใจว่าดี ทำต่อไปเถอะ เพราะความพยายามของเรา มีเราคนเดียวเท่านั้นที่รู้ เจ้จะรอดูความสำเร็จของน้องทุกคนนะ เอาใจช่วยเสมอจ้ะ

ด้วยรักจากเจ้

#FromYourSis

เผยแพร่โดย Fromyoursis

A Gift from your sis - my personal output, hope some of them could inspire you to live a better life.

ใส่ความเห็น