122
How will you measure your life ปัญญาวิชาชีวิต

Clayton M. Christensen เป็นศาสตราจารย์ด้านบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เป็นที่ปรึกษาทางกลยุทธ์ และนวัตกรรม เป็นคนเขียนหนังสือขายดี เช่น The Innovators’ Dilemma, The Innovator Solution และ Disrupting Class และยังได้รับการยกย่องว่าเป็นนักคิดด้านธุรกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกในช่วงปี 2011
จากประวัติผู้เขียน คงคิดว่าเราจะได้เคล็ดลับประสบความสำเร็จในชีวิต เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานจากหนังสือเล่มนี้ แต่จริงๆแล้ว คุณค่าที่เล่มนี้มอบให้มันคือปรัชญาการใช้ชีวิตที่ไม่หลงทิศต่างหาก
ท่ามกลางความสำเร็จรอบด้านที่เกิดจากความมุ่งมั่น ทะเยอทะยาน เราทุกคนต้องการ เวลา (Time), พลังงาน (Energy) และ ปัญญา (Talent) ในการไปให้ถึงเป้าหมาย (Purpose) และการเลือกว่าจะใช้เวลา พลังงาน และปัญญาของเราไปกับสิ่งใด คือกลยุทธ์สูงสุดในการใช้ชีวิต
แต่มีคำถาม 3 ข้อที่ อาจใช้เวลาตอบทั้งชีวิต ถ้าเราโชคดีได้ครุ่นคิดถึงคำตอบตั้งแต่ตอนนี้ อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าเราจะไม่เดินหลงเดินทางผิดในชีวิตแน่นอน คำถามหรือปริศนานั้นคือ
- เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราจะมีความสุขกับหน้าที่การงาน
เพราะแรงผลักในชีวิตเรา แท้จริงแล้วไม่ได้มาจาก “เงินทอง” แต่มาจากโอกาสที่ได้เรียนรู้ ความรับผิดชอบที่ตามมา อุทิศตนเพื่อผู้อื่น และมีคนชื่นชมในผลงาน ซึ่งการเลือกงาน และความสำเร็จเป็นเพียงเครื่องมือที่จะพาตัวเองไปสู่เป้าหมาย ซึ่งหากไม่มีแล้ว ชีวิตเราก็ย่อมกลวงเปล่า
- เราจะมั่นใจได้อย่างไร ว่าความสัมพันธ์กับคู่ชีวิต ครอบครัว จะเป็นต้นธารแห่งความสุขมิขาดสาย
เพราะอำนาจ เงินทอง ชื่อเสียง ลาภยศ บารมี เหล่านี้ คือบททดสอบว่าเราจะเลือกบนทางนั้นอย่างโดดเดี่ยวหรือจะแบ่งปันการเดินทางร่วมกับครอบครัวหรือคนที่รักบนทางแห่งความสุขที่มีสมดุล คนส่วนใหญ่ ให้ทรัพยากรของตัวเองกับสิ่งที่พวกเขาบอกว่าสำคัญที่สุดในชีวิตน้อยเกินไป คนเป็นพ่อแม่ควรใช้เวลาอยู่กับลูกหลานตั้งแต่เขายังเด็ก การสร้างวัฒนธรรมในจิตใจเด็กทำได้ตอนที่เขายังเป็นเด็กเท่านั้น เมื่อเขาโตขึ้น เวลาเหล่านั้นจะไม่ย้อนกลับมาแล้ว
- เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราจะไม่จบชีวิตอย่างเดียวดายในคุก
เมื่อต้องตัดสินใจระหว่าง ถูก หรือ ผิด หากเรายอมโอนอ่อนผ่อนตามให้แม้เพียงครั้งเดียว มันอาจทำให้เราถลำลึกไปไกลจนเราไม่อาจรู้เลยว่ามันจะพาเราไปสู่จุดที่ขมขื่นแค่ไหน มันง่ายกว่าถ้าจะรักษาหลักการไว้ 100 ครั้ง แทนที่จะเป็น 98 ครั้ง
อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่คนเรามักจะสูญเสียไปเมื่อมีความสำเร็จ ฐานะ ทรัพย์สิน ตำแหน่ง อำนาจ นั่นคือ “ความอ่อนน้อมถ่อมตน” ซึ่งไม่ใช่เกิดจากการโฟกัสที่จุดด้อยของตัวเองเลยต้องถ่อมตัวเข้าไว้ แต่เกิดจากการเห็นศักดิ์ศรีและคุณค่าของผู้อื่น เราจะหาความอ่อนน้อมถ่อมตนได้จากคนที่เต็มเปี่ยมแล้วเท่านั้น
ถ้าเราคิดว่ามีแต่คนฉลาดเท่านั้นที่จะเป็นครู เป็นคนสอนเราได้ โอกาสการเรียนรู้ก็จะอยู่ในวงแคบ แต่ถ้าเราอ่อนน้อม เปิดรับความรู้ เราก็จะได้เรียนรู้จากผู้คนมากมาย ซึ่งการมีเจตาที่ดีต่อทั้งตัวเองและผู้อื่น ทำให้กิริยามารยาทที่ดีงาม จะแสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ จากคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน
—
ในตอนนี้ เราอยู่ในยุคสมัยของการทำลายล้างนวัตกรรมหรือเทคโนโลยี Disruptive Innovation หรือเรียกกันติดปากว่า “Disruption” เราต้องตอบให้ได้ว่าจุดที่จะถูกทำลายล้างของเราอยู่ตรงไหน การไม่ใส่ใจ ไม่ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง ประมาทผู้เล่นรายใหม่ หยุดตัวเองที่ความรู้เก่าๆไม่เปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ อาจทำให้เราอาจโดนทำลายล้างแทนในที่สุด
และเมื่อเกิดวิกฤติ อย่าพยายามถามหาคำตอบ แต่จงเรียนรู้วิธีคิดจากคนฉลาดๆ ว่าเขาคิดอย่างไร
ในเมื่อผู้เขียนเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจ จึงได้ให้ข้อคิดที่น่าสนใจไว้ว่า ปัจจัยที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ เติบโตต่อไปได้ อยู่ที่เราบริหารเวลา ความสามารถ และพลังงาน ของทีมงานไปในทิศทางใด
องค์กรไหนที่จัดการปัจจัยเหล่านี้ได้ดีย่อมชนะในระยะยาว แต่องค์กรใดที่ยังสาละวนกับปัญหาระยะสั้น ย่อมไม่สามารถก้าวข้ามการเปลี่ยนผ่านเพื่อเติบโตไปได้ ปัญหาในยุค Disruption ขององค์กรสมัยนี้คือ ส่วนใหญ่ยังใช้ทรัพยากรไปกับการรักษาความสำเร็จในอดีต และใช้ทรัพยากรที่มีน้อยเกินไปในการกรุยทางสร้างอนาคต ทำให้เวลาส่วนใหญ่หมดไปอดีตหรือกับสิ่งที่ไม่ได้จะพาเราไปสู่อนาคตที่ดีกว่า
สิ่งที่กระตุกต่อมให้ตื่นรู้ระหว่างอ่าน คือ “ผู้คนมากมายใช้เวลาไปกับการเรียกร้องความสนใจ ทำไมเราถึงไม่ใช้เวลาไปกับการกระหายใคร่รู้” – You spend too much time to be interesting, why don’t you spend more time being interested. กล่าวโดยจอห์น การ์ดเนอร์ ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาสแตนฟอร์ด
คงจะดีถ้าสังคมเรามีแต่คนที่พยายามที่จะทำตัวให้เป็นประโยชน์ มากกว่าคนที่พยายามจะประสบความสำเร็จ
เมื่อชีวิตดำเนินมาถึงปลายทาง สิ่งที่ตัดสินชีวิตเรา จึงไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทองชื่อเสียงที่เรามี แต่คือจำนวนผู้คนที่เรามีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ด้วย ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเราได้ช่วยให้ผู้คนเป็นคนที่ดีขึ้นได้มากเท่าไหร่ เพราะชีวิตเราจะมีความหมายเมื่อเราได้ใช้ชีวิตทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น
จริงหรือไม่คงต้องลองไปหาคำตอบด้วยตัวเอง
ด้วยรักจากเจ้
#FromYourSis
#Howwillyoumeasureyourlife #ปัญญาวิชาชีวิต
