113 – แปดสิ่งที่คนเก่งมากๆมีร่วมกัน

113 – แปดสิ่งที่คนเก่งมากๆมีร่วมกัน

เล่มนี้เป็นการรวบรวมบทความที่ได้รับความนิยมจนเกิดการแชร์มากกว่าหลักพัน เอามารวมเล่มเป็นหนังสือ เจ้าของผลงานคือ คุณอ๋อง ผรินทร์ สงฆ์ประชา ผู้เคยเป็นพนักงานออฟฟิศและลาออกมาก่อตั้งบริษัท Startup ชื่อ Nasket Retail

สิ่งที่ทำให้หยิบหนังสือเล่มนี้ คือชื่อหนังสือที่กระตุ้นต่อมอยากรู้ ว่าในบรรดาคนที่เรารู้จัก หลายๆคนเป็นคนเก่งทั้งนั้นเลย แต่ก็ไม่เคยมานั่งสรุปว่าเขาเหล่านี้มีอะไรที่เหมือนกันบ้าง พอได้อ่านก็พยักหน้าไป เห็นด้วยแทบทุกข้อ

ประตูเทพทั้งแปด – แปดสิ่งที่คนเก่งมากๆมีเหมือนกัน

สิ่งที่เขาเห็นภายในใจของเขาเอง

ประตูที่ 1 : Passion, Drive, Grit เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาและอดทน

Passion หมกมุ่น หลงใหลในสิ่งที่ทำ ปักหลักความมั่นใจให้คนรอบข้างได้ ถ้าพูดในสิ่งที่ถนัดแล้ว คนคล้อยตามได้ง่าย

Drive สร้างพลังบวกให้ตัวเองและคนอื่นได้ มีโฟกัสที่แน่วแน่ไม่ลองไปเรื่อย

Grit ไม่เลิกง่ายๆ ทรหดอดทน ถึงขนาดที่ว่าหากต้องแลกด้วยบางสิ่งก็ยอม (เช่นเวลาของครอบครัว เพื่อน แฟน เที่ยวเล่น)

ประตูที่ 2 : Self-Awareness รู้จักตัวตนอย่างลึกซึ้ง

รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ต้องทำสิ่งไหน สิ่งไหนต้องให้คนอื่นช่วย แน่วแน่มั่นคงไม่โลเลเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

สิ่งที่เขาเห็นภายในใจของผู้อื่น

ประตูที่ 3 : Great Listener ฟังได้ถึงเรื่องที่ไม่ได้เอ่ย

เข้าใจความหมายที่แท้จริงของการฟัง จนจับประเด็นใจความสำคัญได้ สังเกตเห็นจุดต่างหรือแพทเทิรน์ได้เร็วกว่าคนอื่น ฟังจนรู้ถึงวาระซ่อนเร้นแม้ไม่ได้ออกมาพูดตรงๆ

สิ่งที่เขาตอบสนองต่อสภาพภายนอก

ประตูที่ 4 : Time Machine Vision เห็นปัจจุบัน เลยยังอนาคต และอดีต

คือคนเก่งจะมองภาพได้กว้างกว่าคนทั่วไป จะมองเห็นภาพรวมวันนี้ สาเหตในอดีต สิ่งที่จะมาถึงในอนาคต มองเห็นความสัมพันธ์และผลกระทบของภาพย่อยๆ กับภาพรวมทั้งหมด ทำให้มองเห็นจุดเปราะบาง คาดการณ์อนาคตได้ และพวกเขาเหล่านี้มักจะขยับตัวได้เร็วก่อนคนอื่น

ประตูที่ 5 : Adapt to people, Adapt  to situation ปรับจิตใจไปสู่คน สู่สถานการณ์

คนเก่งไม่กลัวการมาถึงของสิ่งใหม่ๆ จึงปรับตัวเก่ง เข้ากับทุกสภาพแวดล้อม ทุกอุปสรรค เข้ากับทุกคนได้โดยยังคงความเป็นตัวเองและเป้าหมายที่ต้องทำ

ประตูที่ 6 : High Outcome Deliver ส่งมอบผลงานที่ยอดเยี่ยม

คนเก่งอาจมีทั้งคนขี้โม้ และคนถ่อมตัว แต่หลักๆคือโม้น้อยกว่าความสามารถจริง ส่วนมากเป็นคนที่กล้าตัดสินใจ ตัดสินใจโดยไม่รอให้ทุกอย่างพร้อม ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆตลอด ยกระดับผลงานเสมอๆ ไม่ย่ำอยู่กับที่

สิ่งที่เขาทำร่วมกับผู้อื่นต่อภายนอก

ประตูที่ 7 : Make it simple เปี่ยมด้วยความลึกซึ้งแต่เรียบง่าย

ทำเรื่องยากได้ง่ายๆ ลอกเปลือกออกแล้วทำแต่แก่น ละเอียดในเรื่องสำคัญแต่ไม่หยุมหยิมกับเรื่องเล็กน้อย สื่อสารได้เก่งทั้งภาษากาย ภาษาพูด ทั้ง ภาษาคน (มีจริงใจ โกหก) ภาษาสัตว์ (จริงใจแต่ตัดรอนมิตรภาพ) และ ภาษาเทพ (พูดจริงใจด้วยความเมตตา ทำให้ได้มิตรเพิ่มขึ้น)

ประตูที่ 8 : Give, Push and Lift People ยกจิตใจคนรอบข้างให้สูงขึ้น

คนเหล่านี้มักอ่านคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็น ทำให้เขาไม่หวงความรู้ จึงชอบสอน ชอบสร้างทีม สนุกที่ได้เห็นคนรอบข้างเก่งขึ้น เพราะถ้าเก่งคนเดียวก็จะอยู่แต่ในพื้นที่เล็กๆ แต่ถ้าเก่งกันยกทีม impact มันเยอะกว่า

เนื้อหาของหน้าปกอยู่ในบทแรก ซึ่งนับว่าเป็นแก่นของหนังสือเล่มนี้ ที่เหลือเป็นการแชร์ประสบการณ์และข้อคิดจากการทำงานของผู้เขียนเอง ซึ่งน่าสนใจและทำให้เราฉุกคิดอะไรได้หลายๆอย่างระหว่างทางที่อ่าน

มีอีกหลายหัวข้อที่มีประโยชน์กับคนทำงาน จนอดเขียนถึงไม่ได้ เช่น

  1. เวลาที่เรายังประสบการณ์น้อยอยู่ เราอาจมีไอเดียพลุ่งพล่าน แต่ปัญหาคือ จะรู้ได้อย่างไรว่าไอเดียอันไหนใช้ได้ ใช้ไม่ได้ ซึ่งปัญหานี้แก้ด้วยด้วยการมีวิจารณญาณ หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า “มีกึ๋น” ซึ่งจะเกิดได้จาก หนึ่ง การทำงานเยอะๆ ทำซ้ำๆ ไปหลายปี สอง ให้คนเก่งๆเสี้ยมสอนเรา สาม รับฟัง Feedback จากคนที่เกี่ยวข้องแล้วนำมาแก้ไข พัฒนาตัวเองเรื่อยๆ จนได้รับแต่คำชม นั่นแหละเราถึงจะเก่งขึ้นได้จริงๆ
  2. ซึ่ง Feedback เปรียบเสมือน Rare Item ในโลกของเกมเมอร์ ที่มีเอาไว้ upskill เราต้องเก็บมาให้หมดก่อน อย่าเพิ่งเสียเวลาเถียง ค่อยมาคัดเลือกทีหลังว่าจะใช้ไม่ใช้อันไหน หากแต่จะมัวแต่อธิบาย ปกป้องตัวเองด้วย Ego เราจะพลาดโอกาสในการขัดเกลาฝีมือ คนถ่อมตัวย่อมมีคนอยากยื่นมือช่วยเสมอ
  3. คนถ่อมตัว ไม่ใช่คนดูถูกตัวเอง แต่มันคือการเลี่ยงการสร้างความคาดหวัง Under Promise Under Deliver
  4. เลือกงานที่รัก มักได้เงินที่หวัง หาวินาทีแห่งความหลงใหล Moment of Joy และช่วงเวลาไร้เทียมทาน The Flow ให้เจอ อาจเป็นเหตุผลที่คนเก่งๆ ทำไมเขาถึงฝึกฝนตัวเองให้มีทักษะอะไรบางอย่างโดยไม่ล้มเลิกง่ายๆ เขาไปเอาแรงกายแรงใจมาจากไหน ความลับคือ พวกเขาสนุกในการทำสิ่งๆนั้นต่างหาก
  5. รูปแบบโครงสร้างองค์กรโดยทั่วไปแล้ว แก่นของมันคือ Officer (Junior Staff) ทำงานตามแบบแผนไม่ให้พลาด Supervisor (Senior Staff) แก้ปัญหาเรื่องงานให้พนักงานระดับปฏิบัตรการ Manager คุมทีมให้ทำตามหน้าที่ บริหารทั้งข้างบนและข้างล่างให้ได้ตามเป้าของบริษัท Director  ประสานงานข้ามหน่วยงาน และ บรรลุเป้าหมายด้วยวิธีใหม่ๆที่ดีกว่าเดิม C-Level / MD กำหนดทิศทางองค์กรหรือทีมงานในการดูแล CEO บริหารเงิน กับเจ้าของเงิน (ผู้ถือหุ้น กรรมการ บอร์ด)
  • ซึ่งการเลื่อนตำแหน่งจะเกิดขึ้น เมื่อมีสามสิ่งนี้ในจังหวะที่เหมาะสม

หนึ่ง – มีคนทำงานแทนงานเดิมของคุณได้

สอง – คุณทำงานในตำแหน่งที่จะขึ้นรับต่อไปได้

สาม – มีตำแหน่งว่าง

7. ถ้าเปรียบความดีเป็นเชอร์รี่ในตะกร้าหนึ่ง พอมีแมลงสาปตัวหนึ่งตกลงไป เชอร์รี่ทั้งตะกร้านั้นหมดคุณค่าคงทันที ต่อให้เอาเชอร์รี่อีกเป็นร้อยลูกเทลงไปก็ไม่ทำให้ตะกร้านั้นดูดีขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว จำไว้ว่าขอให้เลือกทางสุจริตไว้เสมอแม้เจอแรงกดดันก็ตาม ความเลวเพียงครั้งเดียวสามารถลบล้างความดีอื่นๆได้หมดจด

และยังมีเรื่องเกี่ยวกับการทำธุรกิจ ซึ่งก็ดีมากเช่นกันเพราะเป็นการถอดบทเรียนจากประสบการณ์จริง เช่น การจับสินค้าหลักให้ได้ก่อนค่อยขยาย ใช้หลัก 80/20 ในการบริหารสินค้า ดูเรื่องเครดิตเทอม สิ้นเดือนต้องรู้มูลค่าและจำนวนสต็อคในมือ ไม่งั้นเสี่ยงทุนจม ระวังสินค้าที่อายุสั้นกว่า 1 ปี รู้จักลูกค้าให้ดี เงินเข้าต้องบอก เงินออกต้องรู้ หูตาไว อยู่ใกล้เทคโนโลยีของวงการ เพิ่ม connection อดเปรี้ยวไว้กินหวาน ไม่คว้าเงินก้อนตรงหน้ามากกว่ากินไปยาวๆ

หรือจะเป็นเทคนิคการขายของแบบ B-A-F คือ Benefit – Advantage – Feature ร่ายมนตร์ด้วย ลูกค้าจะได้อะไร สิ่งนี้ดีกว่ายังไง ทำไมถึงเจ๋ง แล้วค่อยพูดถึงคุณสมบัติสินค้า

แม่ค้าทั่วไปจะรู้จักใส่จุดขายของสินค้าเวลาขายของ แต่แม่ค้าที่เก่งจะใส่จุดซื้อเข้าไปด้วย หลายร้านสินค้าน่าซื้อแต่ยอดไม่ดี เพราะไม่มีจุดซื้อ ที่ทำงานต่อจากจุดขาย เมื่อลูกค้าเกิดความอยากได้แล้ว ข้อมูลที่ตอบคำถามจุดซื้อควรต้องเตรียมให้พร้อมไม่ต้องรอให้ลูกค้าถาม เช่น ราคาเท่าไหร่ ผลิตที่ไหน รับประกันไหม กี่ปี ของแท้หรือเปล่า มีสีไซส์ให้เลือกมั้ย มีของแถมไหม ส่งฟรีหรือเปล่า มีโปรโมชั่นอะไรบ้าง ฯลฯ เพราะลูกค้าอาจไม่อยากเสียเวลารอคำตอบ

หนังสือที่คนเขียนบอกว่าใช้เวลาตกผลึกและเขียนนานถึง 7 ปี รวมบทสรุปการทำงาน การทำธุรกิจ การดูแลลูน้อง ลูกค้า และการพัฒนาตัวเองที่กลมกล่ม ครบเครื่องเล่มหนึ่ง เขียนด้วยภาษาที่ตรงไปตรงมา เหมือนเพื่อนเล่าเรื่องให้ฟัง แต่มันกระแทกใจ โดนน็อคไปหลายหมัด ทำให้ตื่นรู้ว่าเรานั้น ยังอ่อนด้อยประสบการณ์ชีวิตนัก

บางทีชีวิตมนุษย์เรามันสั้นเกินกว่าจะไปลองผิดลองถูกทุกอย่างด้วยตัวเอง การอ่านเรื่องราวอาบน้ำร้อนของคนอื่นก็ทำให้เราประหยัดเวลาชีวิตไปได้เหมือนกัน

ด้วยรักจากเจ้

#FromYourSis

เผยแพร่โดย Fromyoursis

A Gift from your sis - my personal output, hope some of them could inspire you to live a better life.

ใส่ความเห็น