111
The Richest Man in Babylon – เศรษฐีชี้ทางรวย

เล่มนี้เขียนโดย George S. Clason เป็นหนังสือที่ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1926 เมื่อเกือบร้อยปีก่อน แต่ยังคงขายได้เรื่อยๆ พิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แปลไปแล้วกว่า 25 ภาษา นับว่าเป็นอีกเล่มที่คลาสสิกขายดีตลอดกาล แสดงว่าต้องมีอะไรดี และเมื่ออ่านจบ มันก็ดีจริงจนไม่อยากให้พลาดเสียด้วยสิ
คนเขียนฉลาดมากที่เล่าเรื่องยากๆให้น่าติดตามในรูปแบบนิยายเปรียบเทียบ โดยให้เรื่องเกิดที่บาบิโลน ที่ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของประเทศอิรัก บาบิโลนเป็นอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ในยุคเมโสโปเตเมีย ที่เคยเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมโบราณของโลก อันเกิดจากประชาชนมีความใฝ่รู้ ชนชั้นปกครองก็อยากพัฒนาอาณาจักร จึงมีการสร้างตัวอักษร การคิดค้นระบบตัวเลข การตั้งกฏหมาย ทำให้พลเมืองของบาบิโลนนับว่ามีความมั่งคั่ง ร่ำรวยที่สุดในโลก

เพียงแต่นครบาบิโลนอันรุ่งเรืองนั้นต้องมาล่มสลายเพราะเรื่องการรบ ทำสงคราม เผาเมือง เหลือแต่ซาก ไม่มีการบูรณะใดๆ ทำให้ผู้คนละทิ้งเมืองไปตั้งรกรากที่อื่น จนในภายหลังนักโบราณคดีชาวเยอรมันได้ขุดค้นพบซากปรักหักพัง จึงได้ค้นพบถึงความรุ่งเรืองของบาบิโลนในอดีต

เรื่องเริ่มจาก บาร์ซีร์ ช่างต่อรถม้า และค็อบไบ นักดีดพิณ ชายสองคนผู้เป็นชนชั้นแรงงานในนครบาบิโลน ปรับทุกข์กันเรื่องความมั่งคั่ง ที่ปรารถนาอยากจะมีเหมือนลูกค้าของพวกเขาที่เป็นบรรดาเศรษฐี จึงตกลงกันว่าจะชวนเพื่อนๆไปปรึกษา “อาร์คัด” เพื่อนวัยเด็ก เรียนหนังสือกับครูคนเดียวกันมา ที่ปัจจุบันได้กลายเป็นคนที่มั่งคั่งที่สุดในบาบิโลนที่นิสัยดี ใจกว้าง ใจบุญ อีกทั้งยังแบ่งปันความรู้ที่เขาได้รับจากเศรษฐีคนหนึ่งเมื่อครั้งยังยากจนอยู่
อาร์คัดได้สอนเพื่อนๆที่มาขอความรู้ถึงวิธีในการหาเงิน ทำให้เงินงอกเงย และรักษาความมั่งคั่ง ซึ่งหนทางสู่ความมั่งคั่งคือ
- เมื่อมีรายได้ ให้เก็บให้ตัวเองไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบก่อนที่จะให้คนอื่น เงิน ทอง หรือทรัพย์สินที่หามาจะเป็นเหมือนทาสที่ทำงานให้เรา ยิ่งนานวันมันจะออกลูกออกหลานทวีคูณ
- ต้องรู้รักควบคุมค่าใช้จ่าย ความอยากได้อยากมีของมนุษย์ไม่มีวันสิ้นสุด ศึกษาวิถีการดำเนินชีวิตของตัวเองให้ดี จะพบค่าใช้จ่ายที่ตัดทิ้งไปได้เสมอ
- จงทำให้ทองคำทวีคูณขึ้น เพราะความมั่งคั่งไม่ได้อยู่ที่เรามีเงินมีทรัพย์สินเท่าไหร่ แต่อยู่ที่รายได้ที่สร้างขึ้นและกระแสของเงินหรือทองคำหรือทรัพย์สินที่ไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
- ปกป้องทรัพย์สมบัติจากการสูญเสีย อย่ามั่นใจในสติปัญญาของเรามากเกินไปในการเอาทรัพย์สินไปทุ่มสู่การลงทุนที่ล้มเหลว ปรึกษาผู้รอบรู้ผู้มากประสบการณ์จะดีกว่า
- จงทำให้เคหสถานเป็นการลงทุนที่ปลอดภัย ไม่มีใครจะมีความสุขได้เต็มที่ ถ้าพวกเขาไม่มีบริเวณสะอาดๆให้ลูกๆวิ่งเล่น ไม่มีที่ให้ภรรยาปลูกดอกไม้หรือพืชผักสวนครัวไว้ปรุงอาหาร การได้เป็นเจ้าของเคหสถานของตัวเอง เหมือนมีร่มไม้ชายคาให้ครอบครัวตัวเอง จะทำให้เกิดความภาคภูมิใจ ความมั่นใจ และความมานะในการทำงาน
- จงประกันรายได้สำหรับอนาคต จัดหาไว้ล่วงหน้าเมื่อยามแก่ชรา และเพื่อปกป้องครอบครัว
- จงเพิ่มพูนความสามารถในการหาเงิน เปลี่ยนแปลงและพัฒนาตัวเองเสมอ สร้างพลังอำนาจให้ตัวเอง จงศึกษาให้เป็นผู้รู้ ผู้ชำนาญมากขึ้น อย่าหยุดนิ่งกับที่ถ้าไม่อยากโดนทิ้งไว้ข้างหลัง
นอกจากนี้ อาร์คัดยังบอกกฏห้าข้อของทองคำ ที่พ่อของเขาเคยมอบให้ในวัยเด็ก แต่อาร์คัดไม่ได้สนใจ พอกลับมาอ่านอีกทีก็นึกเสียดายว่า ถ้าได้ตั้งใจอ่านภูมิปัญญาของอย่างละเอียดถี่ด้วนก่อน ทองคำคงไม่หลุดลอยไป เมื่อสมัยที่ยังไม่ร่ำรวย
กฏข้อแรก : ทองคำย่อมหลั่งไหลมาเรื่อยๆสู่คนที่เก็บออมไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของรายได้ทั้งหมด
กฏข้อที่สอง : ทองคำย่อมเต็มใจทำงานอย่างขยันขันแข็งให้เจ้าของที่รู้จักนำมันไปใช้ให้เกิดดอกออกผล มันจะทวีคูณเหมือนปศุสัตว์ในท้องทุ่ง
กฏข้อที่สาม : ทองคำย่อมภักดีต่อเจ้าของผู้รอบคอบ ที่นำมันไปลงทุนภายใต้คำแนะนำของคนที่ฉลาดในการจัดการ
กฏข้อที่สี่ : ทองคำย่อมหลุดลอยจากมือของคนที่นำมันไปลงทุนในธุรกิจหรือจุดประสงค์ที่ไม่คุ้นเคย
กฏข้อที่ห้า: ทองคำย่อมหลบหนีจากคนที่บังคับมันหารายได้แบบเป็นไปไม่ได้ ด้วยความปรารถนาอันเพ้อฝันของตน
อาร์คัดเข้าใจและปฏิบัติตามคำแนะนำของเศรษฐีผู้นั้นที่เมตตาบอกเคล็ดลับกับเขา ด้วยการใช้ความพยายาม ลงมือทำ อย่างอดทนและถูกทาง รอคอยวันที่ผลผลิตออกลูกหลานมาให้ใช้ เมื่อวันนั้นมาถึง คนภายนอกจึงมองว่าอาร์คัดโชคดี มีเทพธิดาแห่งโชคลาภเข้าข้างแน่ๆ
แต่อาร์คัดได้บอกเคล็ดลับว่า เทพธิดาแห่งโชคลาภ แท้จริงแล้วคือให้ลงมือทำ เรียนรู้ พัฒนาตนเอง สร้างผลงานไปเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้อาจจะดูน่าเบื่อ ไม่น่าตื่นเต้น ไม่สนุก แต่มันคือการเตรียมสภาพแวดล้อมให้พร้อมรับความโชคดีที่อาจจะเข้ามาทักทายวันใดก็วันหนึ่งโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว
—
อ่าน The Richest Man in Babylon แล้วทำให้มองย้อนมาที่ป๊าของเรา เจ้มั่นใจว่าป๊าไม่น่าจะเคยอ่านเล่มนี้แน่ๆ เพราะป๊าเราไม่ใช่คนชอบอ่านหนังสือ แต่หลักการใช้ชีวิตของป๊านับว่าเจริญรอยตามอาร์คัดมาเลย แม้จะได้เป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในกรุงเทพ แต่ก็นับว่ามาไกลมากสำหรับคนที่ไม่ได้เกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทอง แถมยังต้องออกมาทำงานตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ
ป๊ารู้วิธีหาเงิน รู้วิธีปลดหนี้ รู้วิธีให้เงินทำงาน เอาเงินไปลงทุน ต่อยอด รู้วิธีทำให้โชคดีเข้าข้างป๊าบ่อยๆ จนพวกเรายังชอบแซวกันว่าป๊าเอาโชคลาภพวกเราไปหมดเลย โชคไปอยู่ที่ป๊าหมด และที่สำคัญ ป๊าอุดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับครอบครัวไว้ทุกทาง ทั้งการทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ประกันรถยนต์ ประกันบ้าน (ไฟไหม้ / โจรขึ้นบ้าน)
สิ่งเหล่านี้ที่ป๊าทำ ทำให้พวกเรามีชีวิตที่ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ ไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้อง หรือใช้หนี้ใคร แค่ไปใช้ชีวิตให้ดีตามที่ตัวเองต้องการก็พอ
ป๊า ผู้ชายที่เรียนน้อยกว่าลูกๆทุกคน แต่ฉลาดเป็นกรด มีปัญญา มีอำนาจบารมี มีทรัพย์สิน มีสุขภาพที่แข็งแรงเกินคนในวัยเดียวกัน จนถึงวันนี้ในวัยเกษียณแล้ว นับว่าป๊าประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิต มีความสุขตามอัตภาพ ซึ่งเป็นประชากรส่วนน้อยในประเทศไทยที่สามารถเกษียณสำราญได้จริงๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาครอบครัวลูกหลานให้เลี้ยงดู
ถ้าเราไม่อ่านหนังสือ ไม่ขวนขวายหาความรู้ แต่เรามีมุมมองการใช้ชีวิตได้อย่างป๊า ก็ดีไป แต่ถ้าคิดว่ายังทำไม่ได้ อย่าละเลยการหาความรู้ใส่ตัว จะอ่านหนังสือ จะฟัง podcast จะเรียนออนไลน์ จะสัมมนา จะทำอะไรก็ได้ พัฒนาตัวเองต่อไป และหวังว่าสักวันพวกเราจะขึ้นแท่นเศรษฐีกับเค้าบ้างนะ
ด้วยรักจากเจ้
#FromYourSis
