109
จะข้ามมหาสมุทร อย่าหันกลับไปมองชายฝั่ง

ชอบคอนเซปต์ของการออกแบบหนังสือเล่มนี้ ที่เขียนโดย สรกล อดุลยานนท์ หรือนามปากกา หนุ่ม เมืองจันท์ เพราะว่าเหมือนเป็นของขวัญปลอบใจให้ผู้คนที่เผชิญการเปลี่ยนแปลงจากผลกระทบของโควิด-19 ที่ลากยาวนานกว่าสองปี ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของชีวิตด้านใดก็ตาม
บางคนอกหักจากความสัมพันธ์ทางไกล
บางคนจำใจเปลี่ยนงาน บางคนต้องทำอาชีพเสริม หารายได้เพิ่ม
บางคนย้ายถิ่นที่อยู่ บางคนต้องสูญเสียช่วงชีวิตวัยเยาว์ การมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ การได้ออกไปเรียนรู้โลกกว้าง กลายเป็นต้องบังคับตัวเองให้เรียนออนไลน์ผ่านหน้าจอคอม
บางคนต้องทนกับความเหงา ความโดดเดี่ยว เพราะคนรู้จักไปมาหาสู่กันไม่ได้ดังเดิม
บางคนต้องสู้กับโรคภัยต่างๆ ตามลำพัง และอีกหลายประสบการณ์ที่หลายๆคนได้เจอในช่วงวิกฤตินี้
เนื้อหาในหนังสือ “จะข้ามมหาสมุทร อย่าหันกลับไปมองชายฝั่ง” มาเป็นบทๆ บทละ 3-4 หน้า ใช้สำนวนอ่านง่าย ย่อยง่าย ได้ข้อคิดดีๆตบท้าย ซึ่งเป็นงานเขียน Signature สไตล์ “หนุ่ม เมืองจันท์” อยู่แล้ว
เล่มนี้เป็นการเรียบเรียงใหม่จากหนังสือหลายๆเล่มในชุดฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ โดยคัดเฉพาะเรื่องที่มีคอนเซปต์เข้ากับชื่อหนังสือ อ่านแล้วเหมือนได้ดื่มน้ำเกลือแร่สปอนเซอร์ สดชื่นขึ้นทันที มันจึงเป็นเหมือนกำลังใจที่พยุงตัวเราให้ลุกขึ้นและไปต่อได้

ข้อคิดดีๆที่อ่านแล้ว อยากให้ได้เอาไปใช้กันรับมือกับปีที่กำลังจะถึงนี้
- ภูเขามีหลายลูก ขึ้นลูกหนึ่งได้แล้วก็ต้องมีเดินลง ชีวิตจึงไม่ใช่การไต่หน้าผา ที่มีแต่จะขึ้นอย่างเดียว มันก็อาจมีทั้งวันที่ดีและวันที่มีอุปสรรค เป็นสัจธรรม
- การยอมรับความพ่ายแพ้ เป็นเรื่องยาก แต่มันก็ช่วยสลายความอึมครึมที่ทำให้เราลังเลใจ และคนที่ทำได้ นับว่ามีความกล้าหาญอย่างยิ่ง เพราะกล้ายอมรับความจริงที่เจ็บปวด
- การที่ไม่ยอมรับความจริง เราจะเหมือนลอยอยู่ในอากาศ ไม่มีอะไรเป็นฐานให้ดันตัวลุกขึ้นได้ แต่ถ้ายอมรับความจริง เราอาจจะตกสู่ก้นเหว แต่มันคือรากฐานที่แข็งแกร่ง ให้เรากระโดดจากหุบเหวแห่งความล้มเหลวที่ได้ในที่สุด
- เวลาที่เจอวิกฤต เวลา สำคัญ กว่าราคา ตัดเรื่องให้จบเร็วเท่าไหร่ ก็มีเวลาไปคิดทำอย่างอื่น
- ในวันที่มีทุกข์ ให้คิดถึงคนสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือคนที่ลำบากกว่าเรา และกลุ่มที่สองคือคนที่รักและเป็นห่วงเรา
- ความสำเร็จทำให้คนไม่กล้าก้าวเดินในทางที่แปลกใหม่
- ความล้มเหลวจะมอบปีกแห่งความคิดสร้างสรรค์ไว้โบยบินสู่ความสำเร็จในท้ายที่สุด
- ใช้ประโยชน์จากความว่างเปล่า ดังเช่น ชาม มีประโยชน์ เพราะมัมมีที่ว่างตรงกลางนั่นเอง
- จุดอ่อนของบรรดามือใหม่อาจเป็น การไม่มีอะไรเลย และความว่างเปล่านี่แหละ เลยเป็นจุดแข็งให้เรามีอิสระไร้กรอบในการคิดแทน
- บางครั้งเมื่อถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลง เราต้องยอมทำตัวเป็นจิ้งจกที่กัดหางตัวเอง เปลี่ยนใหม่ให้หมดแม้จะเจ็บปวดมากก็ตาม
- แทนที่จะพูดถึงเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ ลองเริ่มต้นด้วยคำถามเล็กๆแทนก็ได้
- หลักการแก้ปัญหาของคุณแต๋ม ศุภจี (ปัจจุบันเป็น CEO ที่กลุ่มดุสิต ก่อนหน้านี้เป็นผู้บริหารหญิงในองค์กรระดับโลกมากมาย) คือ อย่าเพิ่งสรุปว่าปัญหานี้แก้ไม่ได้ และถ้าปัญหาใหญ่มากๆ ให้แบ่งออกเป็นส่วนๆ ทำไปทีละขั้น ให้เวลาและอย่ายอมแพ้เร็วเกินไป
- อานันท์ ปันยารชุน บอกไว้ว่า ผู้นำที่ดีคือคนที่ลูกน้องอยากเดินตาม ขอเสริมให้อีกนิดว่า แม้ในวันที่ไม่มีหัวโขน ยศฐาบรรดาศักดิ์แล้วก็ตาม ศรัทธาจึงเป็นสิ่งที่ผู้นำต้องสร้างขึ้นมาเอง
- คนส่วนใหญ่มักทำทุกอย่างดีเยี่ยม 95% และก็พอ จนลืม 5% สุดท้าย ถ้าอยากแตกต่าง ต้องเก็บให้หมด
- แสงสว่างในชีวิตมีอยู่ 2 อย่าง คือแสงสว่างจากภายนอก คนอื่นจุดหรือเปิดไฟส่องมาให้เรา แต่แสงสว่างภายใน ไม่มีใครจุดให้ได้นอกจากตัวเราเอง
แม้ว่าบางบท เจ้เคยได้อ่านจากเล่มก่อนๆมาแล้ว แต่เมื่ออ่านอีกครั้ง ก็ยังชอบในเนื้อหาเหมือนเดิม ปกติหนังสือของหนุ่มเมืองจันท์ เจ้ไม่ได้ชอบหน้าปกซักเท่าไหร่ ดูเชยๆหน่อยๆ และไม่ค่อยเห็นภาพประกอบบ่อยนักในเล่มก่อนๆ
แต่กับเล่มนี้ ถูกชะตาตั้งแต่หน้าปก เมื่ออ่านจนจบ ได้รู้ที่มาที่ไปของงานภาพประกอบในเล่มยิ่งทำให้ชอบเข้าไปใหญ่

บทสุดท้ายเป็นการเตือนตัวเองว่า ไม่มีอะไรสายเกินเรียนรู้ ถ้าชอบอะไร อยากทำอะไร อย่าติดกับดักอายุ ว่าอายุเยอะแล้ว สู้คนอื่นเค้าไม่ได้หรอก กลัวโดนล้อว่ามาเริ่มทำอะไรเอาป่านนี้ ฯลฯ
ทำไปเถอะ ปล่อยให้ความชอบเราได้ทำงานเต็มที่อย่างอิสระ ไม่ต้องไปคิดมาก เพราะไม่มีใครเค้าสนใจเรื่องของเราเท่าตัวเราเอง
เหมาะมากๆถ้าจะได้อ่านช่วงสิ้นปี ก่อนจะขึ้นปีใหม่ จะได้มีกำลังใจทำสิ่งใหม่ๆ หรือสิ่งที่ติดอยู่ในใจ ในปีหน้าให้สำเร็จ
ไม่ว่าน้องมีโปรเจกต์อะไร หรืออยากทำอะไร ล่องมหาสมุทรไปเลยน้องรัก ไม่ต้องมองกลับมา และรู้ไว้แค่ว่าเจ้คอยเชียร์อยู่ที่ชายฝั่งเสมอนะ
ด้วยรักจากเจ้
#FromYourSis
