
105
The Midnight Library มหัศจรรย์ห้องสมุดเที่ยงคืน
ถ้าเราไม่ชอบชีวิตตัวเองในตอนนี้ เรามีสิทธ์จะมีชีวิตใหม่ได้ไหม
แล้วถ้าได้ลองหลายๆชีวิต เราจะเจอชีวิตที่เราอยากเป็นจริงๆหรือไม่
—
เล่มนี้ เป็นหนังสือเล่มแรกของสำนักพิมพ์ Beat ทำออกมาได้ดี หนังสือสวยมาก เมื่อดูเผินๆ และอ่านจากหลังปก อาจคิดว่านี่คือนวนิยายเล่มหนึ่ง แต่พออ่านจนจบ มันเกินความคาดหวังไปมาก เรียกได้ว่าอาจจะเป็นหนังสือแนว How to ที่เอามาแต่งตัวในธีมนิยาย ที่ชวนเราตั้งคำถามถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่
The Midnight Library เขียนโดย Matt Haig แมตต์ เฮก ผู้ที่เคยเป็นโรคซึมเศร้าและเคยคิดฆ่าตัวตายมาก่อน เลยไม่แปลกใจว่าทำไมถึงสามารถเขียนหนังสือที่อุ้มชูจิตวิญญาณของมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดาที่ประสบปัญหาได้ดีขนาดนี้ และเนื่องจากความเป็นนวนิยาย รีวิวนี้อาจมีสปอยล์อยู่บ้าง แต่ไม่ถึงกับเสียอรรถรสมากเกินไปหากได้อ่านเล่มจริง
—
มันเป็นเรื่องของ นอรา ซีด ผู้หญิงวัยกลางคนธรรมดาเดินดินทั่วไปที่เป็นโรคซึมเศร้า กำลังโดนพายุปัญหาและความผิดหวังถาโถมเข้ามา จนตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง แต่นอราก็ตื่นขึ้นมาในห้องสมุดที่เวลาหยุดไว้ที่ 0.00 น. เป็นสถานที่ๆอยู่ระหว่างความเป็นและความตาย ซึ่งเต็มไปด้วยหนังสือตลอดแนวสายตา ซึ่งหนังสือเหล่านี้จะเปิดโอกาสให้นอราได้ใช้ชีวิตที่แตกต่างออกไป
ที่นี่ นอราก็ได้พบกับมิสซิส เอล์ม บรรณารักษ์ห้องสมุดที่โรงเรียนของเธอสมัยมัธยม โดยมิสซิส เอล์มให้นอราดูหนังสือแห่งความเศร้าเสียใจที่บันทึกทุกเรื่องเศร้าของเธอไว้ เธอรู้ว่านอราไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว จึงเสนอให้นอราใช้ชีวิตที่เธอไม่เคยเป็น เพื่อที่จะได้ดูว่า ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปอย่างไร หากนอราเลือกชีวิตแบบอื่น
ถ้าค้นพบชีวิตที่ต้องการแล้ว นอราก็สามารถใช้ชีวิตนั้นจริงๆได้เลย แต่มีเงื่อนไขว่า หากชีวิตนั้นๆทำให้เธอผิดหวัง นอราจะต้องกลับมายังห้องสมุดเที่ยงคืนทุกครั้ง
นอราได้ใช้ชีวิตเป็นนักว่ายน้ำโอลิมปิค นักธรณีวิทยาที่ขั้วโลก เป็นศิลปินร็อคสตาร์ และอีกหลายชีวิตเพื่อค้นหาว่าชีวิตไหนที่เธอจะมีความสุขที่สุดและไม่มีความทุกข์
ปรากฎว่าในทุกๆชีวิตที่เธอได้เป็น ประกอบด้วยความเสียใจ สุขใจ ปนๆกันไปทั้งนั้น
จากการใช้ชีวิตหลายๆแบบ นอราตระหนักได้แล้วว่าความเสียใจที่เกิดขึ้น บางครั้งมันก็ไม่ใช่ความเสียใจที่เป็นของเราจริงๆ บางครั้งมันเป็นของคนอื่น คนรอบข้าง ที่เราไปแบกรับไว้เอง
ชีวิตที่ดี ที่ไม่ต้องเสียใจ มันไม่มีอยู่จริงหรอก เพราะสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง ย่อมมีปัญหาของตัวเองทั้งนั้น
หลังจากการใช้ชีวิตทุกแบบที่เธออยากเป็น นอรากลับมาที่ห้องสมุดเที่ยงคืนอีกครั้ง เพราะพบว่าไม่มีชีวิตไหนที่จะดีเท่ากับชีวิตที่เป็นตัวเราจริงๆในแบบที่เราเป็น และนอราก็ได้เรียนรู้ว่า เธอไม่ได้พยายามจบชีวิตในโลกนี้เพราะความทุกข์ แต่เป็นเพราะเธอเฝ้าบอกตัวเองให้เชื่อว่ามันไม่มีทางพ้นทุกข์แล้วต่างหาก
ในที่สุดเธอก็กลับมาสู่จุดเดิม
ถ้าลองคิดเล่นๆว่า ชีวิตจริงๆของนอราคือลำต้นของต้นไม้ การที่นอราเลือกไปใช้ชีวิตในแบบต่างๆคือกิ่งก้านที่แตกแขนงออกไป ไม่ว่าปลายทางของกิ่งก้านเหล่านั้นจะไปจบที่ตรงไหน มันก็มีจุดเริ่มต้นมาจากจุดเดียวกัน และมันก็เป็นสัจธรรมของชีวิตที่เมื่อเราเลือกทางหนึ่งแล้ว เราก็อาจจะไม่ได้เดินไปในอีกทางหนึ่ง
และนั่นคือความงดงามที่ไม่รู้ว่าชีวิตจะจบลงยังไง
ชีวิตเป็นเรื่องแปลก มันไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เราได้ทำเท่านั้น แต่เกิดจากสิ่งที่เราไม่มีโอกาสได้ทำเช่นกัน และทุกๆช่วงของชีวิตมันคือการพลิกผัน วิธีเดียวที่จะรู้คือการใช้ชีวิต ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องเข้าใจชีวิตหรอก เราแค่ใช้ชีวิตก็พอ
You don’t have to understand life, you just have to live it.
เจ้พบว่านี่เป็นอีกเล่มที่ดีมากๆที่ได้อ่านในปีนี้ ท่ามกลางโลกที่ทุกคนดูเหมือนจะอยากออกจากที่ของตัวเอง จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม เจ้คิดว่าถ้าได้อ่านหนังสือเล่มนี้ มันจะช่วยเยียวยาจิตใจ และช่วยเราให้คิดได้ว่าจริงๆแล้ว การที่ยังมีชีวิตอยู่ มันดีแค่ไหนแล้ว
ด้วยรักจากเจ้
#FromYourSis
