
096
นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ – ฮาวัน
ป่านนี้เขานั่งกินไอติมสบายใจเฉิบไปแล้ว! – JAM
ในวันที่ทั้งโลกพร่ำบอกแต่ว่า ทุกคนต้องมี Passion ทุกคนต้องมีเป้าหมาย มีความกัดไม่ปล่อย โลกต้องการให้เราแกร่งอยู่ตลอดเพื่อเป็นผู้อยู่รอด เป็นผู้มีสิทธ์ที่จะมีอิสระในการใช้ชีวิต
แต่ถ้าเราอยู่ในช่วงอ่อนล้า เพลียๆจากเรื่องรอบตัว อยากหาอะไรเบาๆ ปลอบประโลมตัวเองที่ต้องไปฟาดฟันเรื่องข้างนอกมา สองเล่มนี้ก็พอจะทำหน้าที่นั้นได้อยู่บ้าง อ่านเพลินๆก็ไหวอยู่
แต่ถ้าถามถึงคุณค่า เนื้อหา ข้อคิด ที่ได้รับ หลายๆจุด ก็ยังไม่ค่อยแนะนำให้คล้อยตามสักเท่าไหร่
แม้ว่าทั้งสองเล่มยังไม่ค่อยถูกจริตเจ้มากนัก แต่ก็อยากเขียนถึง เพราะเห็นว่าเป็นเล่มที่ถูกพูดถึงเยอะ และบางส่วนของทั้งสองเล่ม ก็มีจุดที่ทำให้ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้อยู่เหมือนกัน ถ้าอยากรู้ก็ต้องลองอ่านเอาเอง ว่าคิดเห็นอย่างไร
เพราะหนังสือเล่มเดียวกัน เมื่อถูกอ่านคนละช่วงวัย คนละสถานการณ์ คนละจุดประสงค์ ย่อมให้คุณค่าที่ไม่เหมือนกัน
—
เล่มแรก นี่เราใช้ชีวิตยากเกินไปหรือเปล่านะ เขียนและวาดภาพประกอบโดย ฮาวัน ชาวเกาหลีใต้ ซึ่งเล่าชีวิตตัวเอง ว่าต้องการให้โอกาสตัวเองทดลองใช้ชีวิตแบบเรื่อยเปื่อย หลงทางไปเรื่อยๆ ไม่ต้องมีแบบแผนอะไร ไม่ต้องฝืนโดนบังคับให้ทำอะไร ไม่ต้องตั้งใจใช้ชีวิตดูบ้าง
เขาต้องการแหกกฎที่ได้รับการพร่ำสอนมาว่า ห้ามขี้เกียจ ถ้าไม่ไขว่คว้าก็ไม่ได้มา หรือแนวคิดที่ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น เพราะเขาคิดว่าชีวิตไม่มีความยุติธรรมหรอก ความเพียรไม่ได้ทำให้ได้ทุกอย่างเสมอไป
หมดยุคแห่งความพยายามแล้ว ดำเนินชีวิตแบบ Que Sera, Sera คืออะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด เราเป็นเพียงตัวตนไร้แรงต้านที่พร้อมจะถูกคลื่นลมให้พัดพาไป ไม่มีใครรู้อนาคต แล้วจะทรมานตัวเองทำไม
เหมือนกับที่ ลูเซียส แอนเนอุสกล่าวไว้ว่า “โชคชะตานำทางผู้โอนอ่อน และลากจูงผู้แข็งขืน” มีฝันได้นะ แต่อย่าทะเยอทะยาน อย่าหวังสูง ต้องกล้าที่จะยอมแพ้ โดยมีคติว่า การยอมแพ้ต้องใช้หัวใจที่กล้าหาญ
ถ้าหนังสือเล่มนี้จะบอกว่า ให้ผู้ใหญ่เล่นซนบ้าง ออกนอกลู่นอกทางบ้าง เพื่อพักร่าง พักใจ ก็คงจะไม่เป็นไร
แต่อ่านๆไป ดูเหมือนว่าผู้เขียนจะดำดิ่งกับวิถีชีวิตแบบ Nihilism – แนวคิดว่าชีวิตไร้ความหมาย มีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีคุณค่าอะไร มากเกินพอดีไปหน่อย ผู้เขียนไม่ได้เกลียดการทำงาน แต่เกลียดการหาเงิน จึงลาออกจากงานเพราะต้องการเสพอิสระให้ฉ่ำปอด
อิสระที่จะทำทุกสิ่ง อิสระที่ไม่ทำอะไรเลย ไร้แผนการ ไร้จุดหมาย และมองว่าความไม่สมหวังเป็นเรื่องปกติ
ด้วย Mindset แบบนี้ ก็ไม่ได้มองว่ามันผิดหรือห้ามทำตามนะ แต่จากหนังสือหลายๆเล่มที่อ่านมา พูดตรงกันว่า เราไม่มีวันเป็นหรือได้สิ่งนั้นมา ถ้าเราเกลียดมัน
สมมติว่า เราอยากใช้ชีวิตที่ดี สุขสบาย ไม่ขัดสน อยากซื้อ อยากกิน อยากเที่ยว ก็ทำได้สบายๆไม่เดือดร้อน แต่เราดันมีอคติกับการหาเงิน เพิ่มพูนทรัพย์สิน เราก็คงอยู่จุดเดิมหรือไม่ก็ถอยหลังลงคลอง เพราะใจเราไม่อยากพาตัวเองไปอยู่ในจุดนั้นเอง
ฮาวันบอกว่า ถ้าเราไม่รักชีวิตตัวเอง แล้วใครจะรัก ใช่แล้ว และขอเสริมว่า เราก็ต้องรู้จักเลือกสิ่งดีๆให้ชีวิตตัวเองด้วย แม้ว่าจะฝ่าฟันได้มันมา ดังที่ขงจื้อบอกไว้ว่า เพชรที่มีตำหนิย่อมดีกว่ากรวดที่สมบูรณ์แบบ
แต่สิ่งที่ชอบมากจากหนังสือเล่มนี้ ก็คือภาพประกอบ รูปเล่มของหนังสือ กระดาษ กลิ่น เป็นหนังสือที่หน้าปกสวยสะดุดตาเล่มหนึ่ง และในเมื่อเราต้องทำงาน ก็ให้ทำอย่างสนุก จะดีกว่า ทำอย่างตั้งใจ ดังคำกล่าวที่ว่า อัจฉริยะพ่ายแก่ผู้พากเพียร ผู้พากเพียรพ่ายให้แก่ผู้ทำด้วยความรื่นรมย์
ปล. ขอชื่นชมคนแปลเล่มนี้ คุณตรองสิริ ทองคำใส แปลได้ลื่นไหลและใช้สำนวนภาษาได้ดีมากๆ
—
เล่มที่สอง ป่านนี้เขานั่งกินไอติมสบายใจเฉิบไปแล้ว! เขียนโดย JAM นักวาดภาพประกอบการ์ตูน Parfait Cat ที่เกี่ยวกับความกลุ้มในในชีวิตประจำวันใน Twitter ผู้เขียนไม่ได้เป็นนักจิตวิทยา หรือผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ แต่ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้น่ารักและน่าติดตามดี
เล่มนี้พูดถึงวิธีการจัดการความรู้สึกขุ่นมัวจากการเล่นโซเชียล ความสัมพันธ์กับคนอื่น ที่ทำงาน และ ในใจตัวเอง จะว่าไปก็เหมือนแตะเรื่องธรรมะหน่อยๆ แต่เป็นธรรมะในรูปแบบที่เกลาให้ง่ายขึ้นในการเข้าใจ และหลายๆวิธี ก็ทำให้รู้สึกว่า จริงด้วย เรื่องแค่นี้เอง ทำไมเราคิดไม่ออกนะ
เพราะมนุษย์ เป็นสัตว์สังคม เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเจอะเจอ มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนรอบตัว หรือ ในยุคนี้ก็บนโลกออนไลน์บ้าง ถ้าปลีกวิเวกอยู่ตัวคนเดียวได้ ก็คงมีความทุกข์อีกแบบ แต่ถ้าอยู่ร่วมกันกับคนอื่นก็ทุกข์ไปอีกแบบ
ถ้าคิดเล่นๆ เล่มนี้เหมือนเป็นโดราเอมอนประจำตัวเรา ที่คอยดึงสติ ไม่ให้เราเอาวันแย่ๆ เรื่องร้ายๆ มาทำร้ายความรู้สึกเรา และ ถ้าทำอย่างไรก็ไม่รู้สึกดีขึ้นมาเสียที ให้คิดว่า ป่านนี้เขานั่งกินไอติมสบายใจเฉิบไปแล้ว!
ถ้าช่วงไหนเราต้องรับมือกับหลายสิ่ง สองเล่มนี้อาจจะช่วยเป็นเพื่อนที่คอยตบไหล่อยู่ข้างๆว่า ไม่เป็นไรนะ บางเรื่องก็ปล่อยมันไปบ้าง จะได้สบายใจขึ้น และชาร์จแบตให้มีแรงใช้ชีวิตในวันต่อไป
ด้วยรักจากเจ้
#FromYourSis
