
093
ศูนย์รับฝากความเสียใจ และ ปาฏิหารย์ร้านชำของคุณนามิยะ
เล่มแรกเป็นผลงานของนักเขียนหนังสือขายดีชาวไต้หวัน ซื่ออี ซึ่งพอเห็นหน้าปก และคำโปรย ก็ได้กลิ่นอายความคล้ายคลึงกับเล่ม ปาฏิหารย์ร้านชำของคุณนามิยะ เขียนโดย ฮิงาชิ เคโงะ เลยขอเขียนถึงพร้อมกันเลยก็แล้วกัน
ทั้งสองเล่มเป็นนิยายแฟนตาซี ที่มีเงื่อนไขของเวลาในอดีตและปัจจุบันเกี่ยวโยงกันอยู่ คอนเซปต์อาจจะคล้ายคลึงกัน แต่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่สิ่งที่ทั้งสองเล่มมีคือ ให้ของขวัญแก่คนอ่าน เป็นการเยียวยาจิตใจในช่วงที่บอบช้ำ เพื่อประกอบกู้ร่างให้กลับมาใหม่เพื่อไปต่อ
อย่าเพิ่งรีบเบือนหน้าหนี แค่เพราะว่ามันเป็นนิยายแฟนตาซี จริงอยู่ว่าเจ้ไม่ใช่สายอ่านนิยายเท่าไหร่ แต่กับสองเล่มนี้ มันต่างออกไป อ่านจบแล้วอบอุ่นหัวใจเหมือนว่ามีคนคอยตบบ่าอยู่ข้างๆเพื่อบอกว่า
“ไม่ว่าจะเจอเรื่องอะไรมา ไม่เป็นไรนะ ใช้ชีวิตอย่างดีต่อไปเถอะ”
หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ตะลุยอ่านหนังสือแนวจิตวิทยา แนวลงทุน เพื่อประสบความสำเร็จมามาก เพราะเป็นช่วงที่รู้สึกว่า กำลังมีไฟเรื่องเพิ่มพูนทรัพย์สิน เนื่องจากพ้นวันเกิดเมื่อเดือนมิถุนายนมา ปีนี้ก็เข้าปีที่ 32 แล้ว เป้าหมายที่เคยตั้งไว้เล่นๆตอนเด็กว่าจะต้องมีเงินล้านก่อนอายุเลขสามก็ทำได้แล้ว
แต่ก็ยังไม่ได้มีเป้าหมายต่อไปจริงๆจังๆ ก็เลยหาความรู้จากการอ่านหนังสือพวกนี้ ฟัง podcast ฟังวิเคราะห์เศรษฐกิจ หุ้น กองทุน ตามพวกนี้แทบทุกวัน หาแรงบันดาลใจ หาเป้าหมายต่อไปว่าอยากไปอยู่จุดไหน
เคี่ยวเข็ญตัวเองว่า ฉันอายุเริ่มเยอะแล้วนะ ฉันต้องนู่น นี่ นั่น ได้แล้วนะ เมื่อทำติดต่อกันเป็นเวลานาน ก็เหนื่อยล้าทางใจ เลยกลับมาพักใจที่หนังสืออีกนั่นแหละ คราวนี้เลยลองเปลี่ยนมาอ่านแนวอื่นๆบ้าง
ซึ่งสองเล่มนี้ ถือว่ามันทำหน้าที่ของมันได้ดีเลยทีเดียว
—
ปาฏิหารย์ร้านชำของคุณนามิยะ กลไกของเวลาในอดีตและปัจจุบันถูกเชื่อมโยงผ่านร้านขายของชำที่ถูกทิ้งร้างแห่งหนึ่ง เรื่องเกิดขึ้นเพราะโจรสามคนที่จับพลัดจับผลูหลงเข้ามาหลบตำรวจในร้านชำร้างแห่งนี้ โดยที่ไม่รู้ว่า ร้านชำสามารถเชื่อมต่อเวลาในอดีตได้ผ่านการตอบจดหมายที่สอดเข้ามาในร้าน
โจรสามคนไม่รู้ว่าในอดีตเจ้าของร้านคือคุณนามิยะผู้ซึ่งจากโลกนี้ไปนานแล้ว เป็นผู้ที่ช่วยเหลือผู้คน โดยการตอบปัญหากลุ้มใจต่างๆนานาผ่านการส่งจดหมายที่กล่องใส่นมหน้าร้าน ซึ่งพอโจรเห็นจดหมายที่ส่งเข้ามา ก็พบว่าเป็นจดหมายที่ส่งมาจากอดีตเมื่อ 40 ปีก่อน
ซึ่งโจรนึกสนุกเขียนตอบกลับไป แต่พบว่าพอหย่อนจดหมายลงกล่องนม จดหมายก็หายไป แทนที่ด้วยจดหมายใหม่เรื่อยๆ โจรทั้งสามคนได้เรียนรู้ และได้บทเรียนผ่านการอ่านและตอบจดหมายจนกลับใจ มาใช้ชีวิตอย่างดีได้ในท้ายที่สุด
อ่านจบก็เสิชหาข้อมูลเพิ่ม ไปเจอว่ามีทำเป็นหนังออกมาด้วย 4 ตอน เลยเข้าไปดู ได้อีกอรรถรสนึง แต่ก็ยังชอบหนังสือมากกว่าอยู่ดี
—
ศูนย์รับฝากความเสียใจ – ความเสียใจมีไว้ให้เรายิ่งทะนุถนอมปัจจุบัน
ศูนย์การค้าใต้ดินสถานีไทเป มีศูนย์รับฝากความเสียใจซ่อนอยู่ บ้างก็ว่าเป็นเรื่องเล่า ข่าวลือ สถานที่แบบนี้ไม่มีอยู่จริงหรอกแต่แท้จริงแล้ว ไม่ใช่ทุกคนจะเจอที่นี่ แต่คนที่จะมองเห็นศูนย์รับฝากความเสียใจได้ คือคนที่แบกความเศร้าไว้ในจิตใจอย่างเปี่ยมล้นเท่านั้น
เรื่องราวของแต่ละคนที่มาฝากของ ฝากจดหมายที่ศูนย์รับฝากความเสียใจนั้น เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้กับมนุษย์ปุถุชนทั่วไป คนที่มองเห็นที่นี่ จะสามารถส่งของกลับไปหายังคนในอดีตที่ไม่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้วได้
ภายใต้เงื่อนไขว่า ไม่อาจเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และห้ามบอกว่าส่งมาจากอนาคต โดยทั้งผู้ส่งและผู้รับจะต้องเคยพบหน้ากันมาก่อน
เป็นการเติมเต็มในสิ่งที่พลาดไปในอดีต ให้หัวใจได้ถูกปลดปล่อยพันธนาการจากความเศร้าหมอง ความคิดถึง ความรู้สึกผิด ความเสียดาย ฯลฯ และมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างมีความสุขเสียที
—
ถ้าในกรุงเทพมีสถานที่แบบศูนย์รับฝากความเสียใจ จริงๆ เจ้อยากจะส่งบรรดากล้วยทอด ครองแครงอบกรอบ มังคุด และของโปรดทั้งหลาย พร้อมจดหมายเล่าสารทุกข์สุขดิบให้ม้าได้รับรู้ ว่า 8 ปีที่ไม่ได้เจอกัน พวกเราสามคน ใช้ชีวิตอย่างดี ไม่เกเร ไม่เป็นภาระใคร ไม่สร้างปัญหาให้สังคม เป็นคนชนชั้นกลางที่อยู่ดีมีสุขตามอัตภาพ และกำลังอยู่ในวัยสร้างเนื้อสร้างตัว เพื่ออนาคตที่สุขสบายตามรอยป๊ากันอยู่
แม้ว่าเราจะได้เจอกันแค่ 24 ปี สำหรับเจ้ 22 ปีสำหรับโต้ และ 17 ปี สำหรับตุ่น แต่นี่เป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมมากของม้าที่เลี้ยงพวกเรามาได้อย่างดี ม้าเก่งมากๆ เลยนะ พวกหนูภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกของม้า
ถ้าอยากอ่านก็บอกจะเอาไปให้ที่บ้านสุดสัปดาห์นี้
ด้วยรักจากเจ้
#FromYourSis
