
080
อย่ารีบตัดสินใจ ตอนที่ไม่มีเวลา
พอเข้าเดือนพฤษภาแล้ว ก็ระลึกอยู่ตลอดว่า อาจจะมีปรากฏการณ์ Sell in May กับตลาดหุ้น เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ซึ่ง Sell in May เป็นสถิติที่นักวิเคราะห์บอกว่าในช่วงเดือนพฤษภาคมมักจะเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นร่วงหนัก อาจเป็นผลมาจากการประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 รวมไปถึงการประกาศจ่ายปันผล และการประกาศคาดการณ์ผลการดำเนินงานในปีนั้น ๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มากพอที่จะชี้ทิศทางของผลการดำเนินงานทั้งปีได้ ทำให้นักลงทุนปรับลดความคาดหวังลงและเกิดแรงเทขายหุ้นอย่างหนัก
เจ้ถือหุ้นธนาคารสองตัว มาจนถึงตอนนี้เพราะรอปันผล ซึ่งเป็นธรรมชาติว่าพอขึ้น XD (ถ้าซื้อหุ้นเมื่อมีเครื่องหมายนี้กำกับ จะไม่ได้รับเงินปันผลในรอบนั้น) เมื่อไหร่ ราคาหุ้นจะตกลงเพราะคนเทขายออก
แต่เนื่องจากว่า หุ้นตัวนี้เจ้ซื้อมาในราคาที่ค่อนข้างต่ำ พอขึ้น XD แล้วก็ยังเขียวอยู่ เลยถือต่อมาเรื่อยๆ จริงๆก็ตั้งใจว่าจะเก็บไปยาวๆ เพราะตัวนึงปันผลดี อีกตัวก็เป็นเจ้าใหญ่ในตลาด
แต่วันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นร่วงหนัก จนหุ้นธนาคารตัวนี้ จากที่เคยเขียว กำไร +สองหลัก% กลายเป็นติดลบ ก็ได้แต่เจ็บใจว่าน่าจะขายตั้งแต่ได้ปันผล แล้วมาช้อนซื้อตอนนี้ก็ยังได้ ตอนที่มันวิ่งไปแตะจุดสูงสุดที่ทำได้ในรอบนั้น (New High) ก็ยังไม่ขาย
จนวันที่ตลาดลงมากกว่า 30 จุด ในที่สุดหุ้นที่ถือก็ติดลบ เลยต้องจำใจ ผิดสัญญาความตั้งใจในตอนแรกที่ซื้อหุ้นว่าจะถือยาว ราคาหุ้นลงจะไม่หวั่น ก็ทำไม่ได้ กด Cut Loss ไป แล้วได้แต่หวังว่าจะค่อยเข้าไปช้อนรับที่หุ้นเดิมที่ราคาต่ำกว่าเดิม
เท่านั้นยังไม่พอ เจ้กดขายหุ้นลังกระดาษ และหุ้นน้ำมันไปเกลี้ยง ขายทั้งที่ยังมีกำไร +สองหลัก% เพื่อเอากำไรขึ้นมาก่อน
ด้วยความที่ไม่มีเวลาหาข้อมูลให้รอบคอบ เพราะวันนั้นทำงานอื่นอยู่ ประกอบกับเห็นไลน์จาก Marketing (Broker) ส่งมาว่าช่วงบ่ายตลาดหุ้นน่าจะกลับตัว อ้าว เจ้เลยรีบช้อนซื้อหุ้นแบงค์กลับมา ส่วนที่ขายหมูไปแล้วก็แล้วกันถือว่าขาดทุนกำไร ไม่ได้เข้าเนื้อ และก็ปิดจอทำงานต่อไป
—
นั่นแหละ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปกติเวลาซื้อขายหุ้นมาดูอีกทีช่วงบ่ายที่ตลาดหุ้นเปิด ผลปรากฏว่า คือ หุ้นแบงค์ที่ขายขาดทุน เพื่อมาซื้อใหม่ในราคาที่ลงกว่าเดิม ก็ยังติดลบอยู่ดี เพราะตลาดหุ้นลงหนักในช่วงบ่าย
เจ้เจ็บใจมาก จนต้องเตือนตัวเองดังๆว่า
“น้ำเชี่ยว อย่าเพิ่งเอาเรือขวาง”
“อย่าเอามือรับมีดที่กำลังตกลงมา”
และที่สำคัญที่สุด อย่าซื้อขาย ตอนที่ไม่มีเวลาสนใจจดจ่อกับมัน (เช่นวันยุ่งๆ) พูดง่ายๆคือให้ทำตอนที่มีสติดี มีเวลานั่งนิ่งๆ และได้ศึกษาข่าว ข้อมูลมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว อย่าหูเบา
ถ้าซื้อขายแบบที่เจ้ทำวันนี้ ไม่ต่างอะไรกับการพนัน ไม่ได้ซื้อขายเพราะตั้งใจลงทุน
วันรุ่งขึ้น หุ้นก็เด้งกลับขึ้นมา 20+ จุด เท่ากับเจ้ได้ขายหมู หุ้นลังกระดาษ และ หุ้นน้ำมันไปอย่างน่าเสียดาย
แถมยังซื้อคืนหุ้นแบงค์ที่ตอนนี้ยังดูซบเซาจากพิษโควิดในราคาใหม่ที่ยังสูงอยู่ ทำให้ติดดอย
พอได้นอนตื่นหนึ่ง สติกลับคืน ก็ระลึกได้ว่า ลงทุนในหุ้นมาหลายปี แต่ตัวเองไม่ได้เดินไกลกว่าเดิมเลย พ่ายแพ้ให้กับอารมณ์ที่ไม่นิ่งพอของตัวเอง
คอยสอนน้องว่าอย่าทำอย่างนู้น อย่าทำอย่างนี้เวลาเล่นหุ้น แต่ตัวเองก็ทำเสียเอง เพราะความขาดสติ และความขี้เกียจหาข้อมูลให้ถี่ถ้วนล้วนๆ
อ่านแล้วอย่าได้กลัวการลงทุนในหุ้นล่ะ เจ้ก็ยังยืนยันว่านี่เป็นวิธีนึงในการทำให้ทรัพย์สินเรางอกเงยได้ดีดว่าฝากเงินในธนาคารเฉยๆ เจ้ไม่เคยหมดศรัทธากับตลาดหุ้น ล้มเอง เจ็บเอง ไปเรื่อยๆ แต่ทุกๆการล้มก็มีบทเรียนสอนใจเสมอ
ดูไว้เป็นบทเรียนก็แล้วกันนะ ถ้าไม่พร้อม ไม่มีเวลากับมัน อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจทำอะไร
ด้วยรักจากเจ้
#FromYourSis

