079 Emily In Paris

Credit : IMDB

079


Emily In Paris


ซีรีส์ขนาด 10 EP ตอนละไม่เกินครึ่งชั่วโมงนี้ โด่งดังในหมู่คนที่มี Netflix ซึ่งมีทั้งกระแสบวกและลบ


ด้านบวกคือ ทุกคนเห็นพ้องตรงกันหมดว่า นางเอกของเรื่องน่ารัก สวย สดใส เสื้อผ้าหน้าผมสวยเป๊ะทุกตอน ผู้ชายในเรื่องงานดีมากแต่ละคน ถูกใจผู้ชมผู้หญิง แถมได้ดูวิวปารีสแบบเต็มอิ่ม เป็นซีรีย์ที่ดูเพลินจนจบเร็วไม่รู้ตัว


เพราะว่าซีรีย์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของเอมิลี่ คูเปอร์ (คนแสดงคือ Lilly Collins) หญิงสาววัย 20 กว่าๆ ชาวอเมริกัน ทำงานด้านการตลาดที่บริษัทในเมืองชิคาโก ซึ่งบริษัทที่เอมิลี่ทำงานอยู่ไปซื้อ (Take over) บริษัท Savior ในฝรั่งเศสมา ทำให้ทางบริษัทแม่ที่นางเอกทำงานอยู่ต้องส่งคนไปทำงานที่ฝรั่งเศส


และตามชื่อเรื่องเลย คือนางเอกก็จับพลัดจับผลูได้ไปทำงานที่ฝรั่งเศสแทนเจ้านายตัวเอง และคนดูก็ลุ้นว่านางเอกจะมีชีวิตอย่างไรในต่างแดน


พล็อตเรื่องก็ไม่มีอะไรหวือหวา หรือมีประเด็นอะไรที่ sensitive นี่นา แล้วทำไมถึงมีกระแสลบล่ะ
เพราะว่า Emily in Paris มีการนำเสนอเรื่อง Culture shock ของเอมิลี่ ผ่านทางวัฒนธรรมของชาวฝรั่งเศสซึ่งคนฝรั่งเศสเองรับไม่ได้ เช่น ความไม่เป็นมิตร พูดตรงเกินไป ไม่มีน้ำใจ ทำงานก็ชิลเกินจนดูเหมือนไม่มีความกะตือรือร้น ความทะเยอทะยาน

ทั้งเมืองมีดีแค่ครัวซองต์และ Sex และบ้างก็บอกว่าซีรีย์ดูเพ้อๆ ขายฝัน ไม่น่าจะเป็นจริง เพราะอะไรๆไม่ได้แก้ปัญหาได้ง่ายขนาดนั้น


แต่เจ้คิดว่าจุดสนใจของเรื่องนี้คือ ทัศนคติและการเอาตัวรอดในที่ทำงาน การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเอมิลี่ ที่แม้จะเจอ Culture Shock ตั้งแต่วันแรกที่ย้ายมาปารีส

ทั้งคุณป้าเจ้าของห้องพักดูเฉยชา

เพื่อนร่วมงานไม่เป็นมิตร

เจอเจ้านายที่เย็นชาไม่ชอบหน้า

เจอลูกค้าชาวฝรั่งเศสมาแอ๊วใส่


และเจออีกสารพัดปัญหา แต่นางเอกก็มีสติ มองโลกในแง่ดี ค่อยๆแก้ปัญหาไปทีละเปลาะได้อย่างดี
นางเอกมีเลือดความเป็นนักสู้อยู่พอตัว พยายามปรับตัวให้เข้ากับคนท้องถิ่น (แม้ว่าตอนที่รู้ว่าจะได้เดินทางมาทำงานที่ฝรังเศสจะไม่ได้ศึกษาภาษาหรือวัฒนธรรมของเค้ามาเลยก็ตาม)
พลันให้คิดถึงว่า


ถ้าในบริษัทมีคนทำงานแบบเอมิลี่ ก็คงดีไม่น้อย เพราะเธอดูทุ่มสุดตัวในการทำงาน มีไฟ ฉลาด และรู้จักใช้ social media + connection ส่วนตัวให้เป็นประโยชน์กับเรื่องงาน แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้คนฝรั่งเศส (ในเรื่อง) ขยาดไม่น้อย เพราะไม่ชอบวิถี American ที่บ้างาน และกระหายความสำเร็จ และพยายามแชร์ไอเดียการตลาดแบบอเมริกันให้ทุกคนคล้อยตาม


แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น ทุกคนเหวอกับสิ่งที่เอมิลี่คิด พูด และทำ ทำให้ช่วงแรกๆเอมิลี่ไม่ได้รับการยอมรับจากเพื่อนร่วมงานเลย เพราะเธอดูไม่กลมกลืนกับคนที่นี่ การไม่เรียนภาษาฝรั่งเศสแต่ต้องมาทำงานถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ว่าเธอไม่ให้เกียรติชาติพันธุ์เค้า

Credit : Zula.sg


คนฝรั่งเศสจึงคิดว่าเธอมองปารีสเหมือนสวนสนุก แค่แวะมาเที่ยว ถ่ายรูป และก็จากไป ไม่ได้มาเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตแบบคนฝรั่งเศสจริงๆ

Credit : Adweek.com


ลูค เพื่อนร่วมงานของเอมิลี่พูดไว้ตอนที่เจอเธอนั่งเหงาๆอยู่คนเดียวตอนช่วงแรกที่มาทำงาน ลูคบอกเอมิลี่ว่า คนที่ออฟฟิศไม่ได้เกลียดเธอหรอก แต่เค้ากลัวเธอต่างหาก

เพราะว่าเอมิลี่พยายามเอาความเป็นอเมริกันมา blend in ซึ่งเค้ารู้สึกว่าเธอไม่เคารพความเป็นฝรั่งเศส แทนที่จะมาเรียนรู้และปรับตัว แต่กลับมาโน้มน้าวให้คนฝรั่งเศสเปลี่ยนไปเห็นด้วยกับเธอ ก็เลยทำให้เธอเหมือนโดนทิ้งให้อยู่คนเดียวเพราะเข้ากับใครไม่ได้


ลูคตบท้ายการสนทนาครั้งนั้นว่า “You live to work BUT we work to live ”


แค่ประโยคเดียว สะกิดใจชาวอเมริกัน เอเชียที่บ้างานเสียเหลือเกิน ให้ต้องกลับมาคิดทบทวนใหม่ ว่าจริงๆแล้วเราทำงานทุกวันนี้เพื่ออะไรกันแน่


เราเลือกที่จะใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการได้ ถ้าเราตั้งใจมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราให้เป็นไปในแบบที่ต้องการจริงๆ


แต่เอมิลี่ก็ยืดหยัดในความคิดของเธอ ว่าการทำงานคือความสุข และตั้งใจทำงานที่ตัวเองถนัดต่อไป ก็ไม่ผิดที่เธอจะใช้ชีวิตตามความเชื่อมั่นในเจตนารมณ์มากกว่าจะเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมที่เธออาศัยอยู่



มี Netflix อยู่ถ้าเบื่อๆไม่มีอะไรดู หนังเพ้อฝันสไตล์ทุ่งลาเวนเดอร์เรื่องนี้ ก็เป็นตัวเลือกที่พอใช้ได้อยู่นะ

ด้วยรักจากเจ้

#FromYourSis

เผยแพร่โดย Fromyoursis

A Gift from your sis - my personal output, hope some of them could inspire you to live a better life.

ใส่ความเห็น