
076
สวมหมวกหลายใบ เข้าใจทุกคน
ยุคนี้แล้ว หลายๆคนก็มีหลากหลายบทบาท ไม่ได้ยึดอาชีพเดียวทำมาหากินอีกต่อไป ตามที่หลายคนบอกว่า พยายามอย่ามีรายได้ทางเดียว ให้หาทางเลือกอื่นไว้ด้วย เลยคิดว่า สมัยนี้ใครๆก็ทำงานเสริม หาช่องทางเพิ่มรายได้ นอกเหนือจากงานหลักกันทั้งนั้น
เจ้เองไม่ได้หางานอื่นเสริม ลำพัง การเป็นพนักงานประจำ ดูแลจัดการอสังหาของป๊า ดูแลพอร์ตหุ้น/กองทุน อ่านหนังสือ เขียนเพจ เรียนออนไลน์ นวดหน้าให้คนใกล้ตัว ดูหนังฟังเพลง ออกกำลังกาย เล่นกับหมาแมว ก็รู้สึกว่าตารางแน่นพอตัว
เจ้ก็ทึกทักเอาเองว่า การที่ได้ดูแลอสังหาของป๊า ก็เหมือนว่าเราสวมหมวกเจ้าของ ได้ทำอีกงานไปในตัว เพราะต้องรู้เรื่องบัญชี ดูตัวเลข P&L รายรับรายจ่ายแต่ละเดือน ต้องคิด ROI ดูผลตอบแทนว่าได้กี่ % ลงพื้นที่จริงเพื่อดูงาน คุยกับคน เพื่อเอาข้อมูลมาประเมินการตัดสินใจแต่ละเรื่องอีกที
หลายครั้งที่ต้องขัดใจกับพี่วิทพี่โสที่ดูแลบ้านดูบัว บ้านพักให้เช่าของป๊า เพราะความเห็นไม่ตรงกัน
พี่วิทและพี่โสมักจะมองในมุมพนักงานที่อยากบริการลูกค้า ผู้อยู่อาศัยอย่างเต็มที่ ไอนู่นเสีย ไอนี่พัง หรือใครร้องขออะไรก็จัดแจงทำให้เสร็จสรรพ ซึ่งพอมาดูตัวเลขแล้ว น่าปวดหัวเสียจริง
เพราะพี่เค้าไม่เข้าใจในมุมเจ้าของ ไม่เข้าใจว่ามันคุ้มหรือไม่คุ้มกับการลงทุนตอบสนองข้อเรียกร้องของผู้เช่า
ส่วนเจ้เองเข้าใจพี่ๆเค้าดี เพราะเราเป็นพนักงานอยู่แล้ว เราก็ย่อมอยากทำงานให้ดีที่สุด แต่เพราะเรามองในมุมของเรา มุมเดียว ก็มักจะคิดว่า แค่นี้เอง ยอดไม่เท่าไหร่ ทำไมไม่อนุมัติทำๆไป มันจะใช้ทรัพยากรเท่าไหร่กันเชียว
หรือตอนที่ไปฝึกงานที่ร้านเมื่อเริ่มงานใหม่ๆและได้ยินพนักงาน KFC ที่ร้านบ่นว่า บริษัทให้ทำยอดขายร้านวันนึงเป็นแสนๆ เดือนนึงก็หลายสิบล้าน ทำไมให้เงินเดือนพวกเค้าแค่หยิบมือ ขี้เหนียวจริง
นี่เป็นมุมมองของคนเป็นพนักงานที่มองแต่เรื่องของตัวเองเท่านั้น
เพราะพนักงานไม่ได้รู้เรื่องราวรายรับรายจ่ายทั้งหมดของบริษัท ไม่ได้ถืองบทั้งหมดของธุรกิจเหมือน CFO
สิ่งที่พนักงานมองเห็น มันเหมือนเห็นแค่ประตูรั้วของบ้านทั้งหลัง แต่ไม่ได้เห็นข้างในบ้าน ว่ามีอะไรอยู่บ้าง
พอวันที่เราสวมหมวกเจ้าของ ทำให้นึกย้อนไปถึงวันที่เราไม่เข้าใจว่าทำไมจะได้ยินบรรดา Chief Level ทั้งหลายคุยกันแต่เรื่อง Budget กันตลอดเวลา ถกกันเรื่องยอดขาย เรื่อง EBITDA (Earning Before Interest, Tax, Depreciation and Amortization – ตัวเลขที่วัดการทำกำไรของธุรกิจ คือยอดขายหัก กำไรขั้นต้น หักกำไรจากการดำเนินงาน มันคือ Operating Income นั่นเอง)
สมัยทำงานใหม่ๆไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้ ทำแต่งานในส่วนของเรา แต่พอยิ่งโต ก็รู้ว่าเรื่องพวกนี้คือหัวใจของการธุรกิจ ทำไมต้อง save cost ทุกทาง ต้องพยายาม up sale ให้ได้มากที่สุด ก็เพราะมันกระทบผลการดำเนินธุรกิจ ซึ่งส่งผลต่อการขึ้นเงินเดือนและโบนัสของพนักงานในท้ายที่สุดนั่นเอง
สำหรับการมาดูงานของป๊า เจ้สนใจ Net Profit มากกว่า EBITDA เพราะตัวหลังเป็นตัววัดความสามารถของผู้บริหารว่ามีเก่งแค่ไหน แต่สำหรับเจ้ ถ้ามองในมุมเจ้าของแล้ว EBITDA สามารถหลอกตาเราได้ว่าธุรกิจมีกำไร
แต่จริงๆแล้วถ้าหักดอกเบี้ย หักภาษี หักค่าเสื่อม ออกไปแล้ว นี่สิคือของจริงที่เจ้าของจะได้จับเต็มไม้เต็มมือ ไม่ใช่ตัวเลขบนกระดาษอย่างเดียว
เมื่อเราสวมหมวกทั้งเจ้าของและพนักงาน เราจะเข้าใจมุมมองทั้งสองฝ่าย เวลาทำงาน เราก็จะได้เปรียบตรงที่เรารู้ทันความคิดลูกน้อง และสามารถอธิบายหรือรับมือกับสิ่งที่เค้ากังวลได้
และเราก็รู้ทันความคิดผู้บริหาร และหาทางช่วยให้องค์กรเราถึงเป้าหมายยอดที่ตั้งไว้อย่างเต็มใจ (ไม่อิดออด)
ไม่ว่าจะสวมหมวกใบไหน ขอให้ทำหน้าที่นั้นให้ดี ผลลัพธ์ก็ย่อมออกมาดีตามความตั้งใจที่ให้ไป
ด้วยรักจากเจ้
#FromYourSis
