
070
ของบางอย่างก็มีค่าแค่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง
แม้ว่าเราจะจัดบ้านไปกี่ครั้ง เก็บของทิ้งใส่ถุงดำไปกี่สิบถุง แต่ของที่เจ้ยังไม่อยากทิ้ง ยังอยากจะเก็บไว้อยู่ คือบรรดาโทรศัพท์มือถือตกรุ่น และ Talking Dictionary ทั้งหลาย
ของเหล่านี้ ขายไปก็ได้ไม่กี่ตังค์ แต่ความทรงจำที่มีร่วมกันมันมากมายเหลือเกิน เลยขอแอบเก็บไว้ก่อน มันยังเป็นของที่ Spark Joy อยู่ เก็บได้ไม่เปลืองพื้นที่เหมือนพวกเครื่องออกกำลังกาย ทีวี เครื่องซักผ้า ตู้เย็นที่ใช้การไม่ได้แล้ว
จำได้ว่า ตอนอยู่ ป.6 ป๊าม้าส่งไปเรียนซัมเมอร์ที่เมืองเพิร์ธ ออสเตรเลีย ไม่ได้เป็นการไปเมืองนอกครั้งแรก แต่เป็นการจากบ้านไปอยู่กับครอบครัวชาวออสเตรเลียที่เป็น Host เป็นครั้งแรก ตลอดระยะเวลาเกือบ 1 เดือนที่ไปเรียนและใช้ชีวิตกับ Host กับเพื่อนๆที่นั่น มีความสุขมาก
และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชอบภาษาอังกฤษ พอกลับไทยมา ก็เริ่มหาเพลงสากลฟัง อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ เล่มบางๆ ของ Penguin Books พอสำนักพิพม์ออกเล่มใหม่มา ก็ต้องตามไปซื้อมาอ่านทุกครั้งไป ทุกวันนี้หนังสือเหล่านั้นก็ยังเก็บไว้อยู่ในห้องนอนที่บ้านอยู่เลย
ตอนนั้นภาษาอังกฤษไม่ได้ดีมาก ครั้นจะอ่านหนังสือนอก ก็เลยต้องอ่านไปเปิด Dictionary (ที่เราเรียกติดปากกันว่า “ดิก”) เล่มหนาะเตอะหนักเกิน 1 กิโลไป เพื่อจดศัพท์ที่แปลไม่ออกใส่กระดาษไว้ เพราะมีแนวโน้มว่าเล่มนั้นๆจะใช้ศัพท์เดิมๆวนไป พออ่านจบก็จะทำให้เราจำศัพท์นั้นได้ไปโดยปริยาย
แต่ปัญหาคือ จะได้อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ ก็ต่อเมื่ออยู่บ้าน เพราะไม่สามารถแบกดิกเล่มใหญ่ไปไหนมาไหนได้ แม้ว่าจะมีดิกเล่มเล็กออกมาขายแล้วก็ตาม มันก็ยังไม่สะดวกอยู่ดี เพราะความหนาก็ยังคงเดิม แม้ว่าไซส์จะเล็กลงก็ตาม
พอเวลาผ่านไปอีกหน่อย ก็มี Talking Dictionary ออกมา นี่คือสิ่งประดิษฐ์ที่รอคอยสมัยนั้น แก้ปัญหาการพกดิกติดตัวได้ดีมากๆ เพราะมันพกง่าย แถมยังมีเสียงให้ฟังว่าคำนี้อ่านอะไรอีกด้วย ราคาก็แพง หลายพันเลย แต่ก็อยากได้มากจะลงแดงเอา ป๊าม้าก็เลยยอมซื้อให้ เจ้ใช้งานมันบ่อยจนพังและต้องซื้อเครื่องที่สองตามมาในเวลาไม่กี่ปี

และผลของการเพียรพยายามจะเรียนรู้ภาษาอังกฤษในวัยเด็ก ก็ทำให้เจ้ใช้งานมันในมหาลัย ในที่ทำงาน พรีเซนท์งานได้ความทรงจำกับ Talking Dictionary มันมากมายเกินกว่าจะเอามันทิ้งใส่ถุงดำไป
เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือ จำได้ว่า เวลาจะได้มือถือเครื่องใหม่ เราจะตื่นเต้น ดีใจ ที่ได้ใช้ของใหม่ล่าสุด ทะนุถถนอมอย่างดี หาที่ห้อยมือถือมาใส่บ้าง หาเคสมาสวมบ้าง ฯลฯ แต่ความรู้สึกสดใหม่นี้ก็ค่อยๆจางหายไป ตามเวลา จนในที่สุด มันก็ถูกแทนที่ด้วยมือถือรุ่นใหม่กว่าทุกครั้งไป
เจ้ยังคงเก็บของเหล่านี้เพื่อเตือนใจถึงความไม่เที่ยงของมนุษย์เรา วันนี้อยากได้ วันหน้าก็ไม่อยากมีแล้ว วันนี้สวยงาม วันหน้าก็หย่อนยานได้ เป็นสัจธรรมของชีวิต เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป
แต่ความทรงจำที่เกิดขึ้นระหว่างที่ได้ใช้งานแต่ละเครื่องนั้น มันนานับคณาจริงๆ
บางเครื่อง เป็นมือถือเครื่องแรกของป๊า บางเครื่องเป็นมือถืออันสุดท้ายของม้า บางเครื่องเป็นเครื่องแรกที่ใช้เงินเดือนตัวเองซื้อ แต่ละเครื่องมันทำให้คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในความทรงจำ
มันก็เลยยังปลุกเร้าความสุขได้อยู่ (Spark Joy)
ไว้ถ้าจัดบ้านครั้งต่อไปแล้ว เจอของเหล่านี้ หากมันไม่สามารถ Spark Joy แล้ว เจ้ค่อยเอามันไปทิ้งก็แล้วกันนะ
ทุกคนน่าจะมีของที่เคยอยากได้มากๆ พอได้มาแล้วก็ค่อยๆลืมความรู้สึกนั้นไป ดังนั้น เวลาซื้ออะไรใหม่ๆ ก็ลองพิจารณาดูว่า ของนั้นเราอยากได้มันมากขนาดจะอยู่กับมันไปตลอดได้หรือเปล่า แล้วจะทำให้เรามีสติในการซื้อของเพิ่มมากขึ้น
ถึงมีคำพูดว่าให้ซื้อประสบการณ์มากกว่าสิ่งของ เจ้เพิ่งเข้าใจก็ตอนที่ได้เดินทางเที่ยว แม้เวลาผ่านไป แต่ความจำทรงตอนเที่ยวยังคงอยู่
และมันอิ่มเอมใจมากกว่าสิ่งของจริงๆ
ด้วยรักจากเจ้
#FromYourSis
