068 ตัวหนังสือสร้างจินตนาการได้ไม่รู้จบ

Credit : Pinterest

068


เพราะตัวหนังสือสร้างจินตนาการได้ไม่รู้จบ


สมัยเด็กๆ ตอนอยู่ประถม หนังสือแฮรี่ พ็อตเตอร์กำลังโด่งดัง ป๊าก็ซื้อมาให้เจ้อ่านเล่มแรก ตอนนั้นเจ้ยังไม่ได้เสพติดการอ่านเหมือนทุกวันนี้ สิ่งที่อ่านสมัยนั้นจะเป็นพวกหนังสืออ่านนอกเวลาที่โรงเรียนแจก หรือหนังสือเล่มเล็กๆขนาดฝ่ามือ หรือหนังสือนิทานอีสบเล่มบางๆ


ป๊าม้าคงเห็นว่าสามารถปล่อยให้เจ้อยู่คนเดียวได้ ขอแค่ยื่นหนังสือให้เล่มหนึ่ง ก็จะนั่งนิ่งอยู่กับหนังสือตรงหน้าเป็นชั่วโมงๆ


และ แฮรี่ พ็อตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ติดใจการพลิกหน้ากระดาษและยังคงทำต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้


สำหรับ แฮรี่ พ็อตเตอร์ กับศิลาอาถรรพ์ เป็นนิยายแปลเล่มแรกๆที่ได้อ่าน มันสนุกมากสำหรับวัยเด็ก ตื่นตาตื่นใจกับโลกเวทมนตร์ มันเหมือนหลุดไปอีกโลกนึงเวลาอ่าน

มีโรงเรียนฮอกวอตส์ ที่แบ่งนักเรียนออกเป็น 4 บ้านตามลักษณะนิสัยของเด็กๆ มีศาสตราจารย์สอนวิชาแปลกๆ มีเรื่องเหนือจินตนาการเต็มไปหมด เพราะเล่มนี้เลยทำให้เจ้เปิดโลกไปอ่านนิยายแปลเรื่องอื่นๆในวัยเด็ก


ช่วงนั้นจำได้ว่า ที่โรงเรียนประกาศเรื่องแคมเปญอ่านหนังสือ เขียนสรุปใส่สมุด ทำครบสามเล่ม แล้วเอามาแลกพิซซ่าได้ 1 ถาด ในปีนั้น เจ้แลกพิซซ่าได้ 14 ถาด จำได้แม่นเพราะเป็นเลขวันเกิดตัวเอง แลกบ่อยจนบ้านเราเอียนการกินพิซซ่าไปพักนึง


ช่วงที่ยังเรียนมัธยมที่อัสสัมคอนฯ ก็อ่านหนังสือหลายแนวมากขึ้น เพราะว่าเจ้ต้องเดินไปรอป๊าม้าที่เซ็นทรัลสีลมหลังเลิกเรียนทุกวัน เพื่อรอรับน้องๆที่ต้องเรียนพิเศษต่อ จะได้กลับบ้านพร้อมกัน
ซึ่งการรอ 1-2 ชั่วโมงทุกวัน ไม่ใช่ปัญหาของเจ้ เพราะเจ้ได้ B2S เป็นที่พักพิง เจ้เข้าไปอ่านหนังสือตลอดระหว่างรอม้าไปซื้อของที่ Tops และรอน้องๆ ทำให้ติดนิสัยอ่านหนังสือไปโดยอัตโนมัติเมื่อต้องรออะไรนานๆ


โตมาหน่อยก็จะอ่านแนวจิตวิทยา พัฒนาตัวเองเยอะขึ้น ให้เหมาะกับสถานการณ์ตามวัย เห็นเจ้รีวิวแต่หนังสือแนวพัฒนาตัวเอง เรื่องการเงิน ก็ไม่ใช่ว่าเจ้อ่านแค่แนวเดียว


ก็ยังมีอ่านนิยายบ้าง สมัยเด็กๆจะชอบนิยายแฟนตาซี เช่น The Davinci Code, Angels & Demons ของแดน บราวน์ Shopaholic, Can you keep secret และเล่มอื่นๆ ของโซฟี คินเซลลา หนังสือตระกูล Twilight หนังสือตระกูล The Ring คำสาปมรณะ A series of unfortunate events อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย โดยแดเนียล แฮนเลอร์มหาภารตะ แต่งโดย ฤาษีวยาส Game of Thrones ของ จอร์จ อาร์ อาร์ มาร์ตินเป็นต้น


หนังสือนิยายที่ยกตัวอย่างมานี้ ล้วนแล้วแต่มีคนเอาทำออกมาเป็นหนัง ซีรีย์ แล้วทั้งสิ้น และมีโอกาสได้ดูเกือบหมดแล้ว ก็พบว่าเรื่องความลึกซึ้งของเนื้อหา มันสู้หนังสือไม่ได้เลย ที่เราเห็นในจอ มันเป็นแค่เสี้ยวเดียวจากหนังสือเท่านั้น


จินตนาการที่ได้จากการอ่านไม่รู้จบ ดิ้นได้ตามที่เราอยากให้เป็น แต่ถ้าดูหนังบางทีจะหงุดหงิดว่าไม่เห็นเหมือนในหนังสือเลย บางเรื่องเจ้ถึงขึ้นเลือกที่จะไม่ดูเลย เพราะไม่อยากให้ภาพในจอมาทำร้ายภาพในจินตนาการ ยกตัวอย่างเช่น นิยาย คิวบิก ของคนไทยที่แหละ อ่านสนุกมาก แต่พอทำออกมาเป็นละคร ดูไม่ได้เลยจริงๆ ต้องขอผ่านเพราะทำใจไม่ได้


คงมีแต่คนที่อ่านเท่านั้น ถึงจะเข้าใจความรู้สึกของภาพประกอบโพสนี้ได้ดี


ถ้าไม่ชอบอ่านหนังสือ ไม่รู้จะเริ่มยังไง แนะนำให้ลองอ่านพวกนิยายที่เราสนใจดูก่อน เพราะถ้าเลือกเล่มที่ตรงจริตเรา ก็จะรู้สึกสนุก อยากอ่านต่อไปเรื่อยๆ แล้วพอเราจดจ่อกับหนังสือได้นานๆแล้ว มันก็จะเหมือนการสะสมเลเวลความอึดให้เราได้ขยายขอบเขตสิ่งเนื้อหา แนวหนังสืออื่นๆ ที่ไม่ใช่นิยายต่อไปได้ไม่ยาก เพราะเรามีภูมิแล้ว อีกหน่อยจะอ่านอะไรก็ไม่ใช่เรื่องทรมาน


จะอ่านอะไรก็ได้ ขอให้ได้อ่าน อ่านติดต่อกันไปสักระยะ ก็จะชอบการอ่านไปเอง ลองดูแล้วกันนะ

ด้วยรักจากเจ้

#FromYourSis

เผยแพร่โดย Fromyoursis

A Gift from your sis - my personal output, hope some of them could inspire you to live a better life.

ใส่ความเห็น