
060
เพราะเป็นวัยรุ่น จึงเจ็บปวด
คิมรันโด อาจารย์ประจำภาควิชาการบริโภค คณะเคหะศาสตร์ มหาวิทยาลัยโซล ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ที่ในตอนนั้นอายุ 40กว่าแล้ว ได้เอาบทเรียนในชีวิตวัยรุ่น มาตีแผ่ให้ลูกศิษย์ และวัยรุ่นที่อยู่ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อก่อนที่จะเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวได้อ่าน เพื่อเป็นกำลังใจ เป็นแนวทางให้เดินต่อไปได้
เสมือนมีไม้มาพยุงเวลาจะล้ม หรือมีลมเย็นๆคอยปลอบประโลมตอนที่เดินเท้าขึ้นเขาอย่างช้าๆ
คิมรันโดบอกว่า วัยรุ่น เป็นวัยที่เจ็บปวด เพราะกำลังจะเติบโต ต้องค้นหาตัวเอง ต้องล้มเอง ลุกเอง แม้แต่พ่อแม่คนรอบข้างก็ช่วยไม่ได้ ต้องเจอแรงกดดันจากสังคม การอดเปรียบเทียบกับคนอื่นในวัยเดียวกันไม่ได้ และอีกสารพัดเรื่องราวที่วัยรุ่นต้องพบเจอก่อนที่จะเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว
อยากบอกว่าเสียดายที่หยิบเล่มนี้มาอ่านช้าไปหน่อย ถ้าได้อ่านตอนกำลังเรียนมหาวิทยาลัย เจ้คิดว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะเจอกับหนังสือเล่มนี้
หนึ่งในสิ่งที่ชอบที่สุดของเล่มนี้ คือการเปรียบเปรย อายุของมนุษย์เรากับเวลาของนาฬิกา
ถ้าสมมติว่าอายุขัยเฉลี่ยของคนอยู่ที่ 80 ปี เท่ากับเวลา 24 ชั่วโมง ดังนั้น 1 ปี ก็จะเทียบเท่า 18 นาที อายุ 10 ปี จะมีค่าเท่ากับ 3 ชั่วโมง
ถ้าอายุ 20 ปี นาฬิกาชีวิตคือ 6 โมงเช้าเริ่มทำงาน อายุสัก 24 ปี เมื่อเอามาคำณวนเวลาแล้วจะเท่ากับ 7:12 น.
อายุ 30 ปี ก็ยังอยู่ช่วงเช้า ที่เวลา 9:00 น. อายุ 40 ปี ก็จะเท่ากับช่วงเที่ยง
แต่พอช่วง 50 ปี นาฬิกาชีวิตของเราก็จะอยู่ประมาณบ่ายสาม ซึ่งก็เริ่มเย็นแล้ว
และพอเราอายุ 60 ปี เป็นช่วงเวลาเกษียณก็จะตรงกับ เวลา 18:00 น. พอดี ซึ่งก็เป็นเวลาที่เราจะกลับบ้านและใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวพอดี
——
คิมรันโดต้องการสื่อว่า ชีวิตที่ผ่านมาของเรา หลายคนอาจคิดว่า อายุขนาดนี้แล้ว ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย แต่จริงๆแล้ว แสงอาทิตย์ยังคงร้อนแรงอยู่ ยังเหลือเวลาอีกมากกว่าจะหมดวัน แปลว่า ชีวิตเราไม่ได้ดำเนินมายาวไกลจนเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เสียหน่อย
ดังนั้น ไม่ว่าจะเจออะไรยากๆมา เจ็บปวดอีกกี่ครั้ง ก็ขอให้ลุกขึ้นใหม่ หาทางใหม่ ไปต่อให้ได้ทุกครั้ง ตอนนี้ชีวิตพวกเรายังไม่ถึงช่วงเที่ยง ที่แดดแรงที่สุดของวันเลย เรายังมีแรงเหลือให้ทำอะไรอีกเยอะ
ว่าแต่ แล้วตอนนี้ ชีวิตพวกเอ็ง กี่โมงแล้วนะ ?
ด้วยรักจากเจ้
#FromYourSis
