
058
อย่าปล่อยให้วิกฤติผ่านไปอย่างสูญเปล่า (1/2)
ราห์ม เอมมานูเอล (Rahm Emanuel) อดีตนายกเทศมนตรีชิคาโก และอดีตเสนาธิการทำเนียบขาวสมัยของประธานาธิบดี บารัค โอบามา (Barack Obama) มีคำพูดหนึ่งที่ถูก Retweet เป็นจำนวนมาก นั่นก็คือ
“Never allow a good crisis to go to waste” อย่าปล่อยให้วิกฤติผ่านไปอย่างสูญเปล่า
ปฏิเสธไม่ได้ว่า โลกเราหลังจากที่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เราได้เห็นอุปกรณ์ไร้สัมผัส (contact-free services) เพิ่มมากขึ้น
มีการให้คำปรึกษาหรือรักษาโรคผ่านโทรศัพท์ (Telemedicine)
มีการตรวจโควิดแบบไม่ต้องลงจากรถ (Drive Thru)
การเติบโตของช้อปปิ้งออนไลน์ (E-commerce)
ตามร้านอาหารก็มีตู้กดเมนูจ่ายเงินเสร็จสรรพ (Self-order Kiosk)
ธนาคารก็ถูกย่อมาไว้ในแอพบนมือถือ (E-Banking)
เดี๋ยวนี้จะสั่งอาหารออนไลน์ก็ไม่ต้องใช้บริการเชนร้านอาหาร Fast Food อย่างเดียวอีกต่อไป ในเมื่อมีตัวเลือกหลากหลายบนแอพให้เลือก เช่น Grab, Lineman, Food Panda, Gojek (Food Aggregator)
สิ่งเหล่านี้ เป็นตัวเร่งให้เราต้องเข้าสู่ Digital System อย่างเลือกไม่ได้
ถ้าไม่เข้าร่วม ก็ไม่ต่างจากคนหลงยุคที่ยังใช้ตู้โทรศัพท์ ในวันที่ทุกคนใช้โทรศัพท์มือถือส่วนตัวกันแล้ว
จะสังเกตได้ว่าในมหภาค (ภาพใหญ่) ระดับประเทศ และระดับโลก ก็มีการปรับตัวกันหมดแล้ว พอหันมามองที่ จุลภาค (ภาพย่อยๆ) คือที่ตัวบุคคล หรือตัวเราเอง ก็ต้องคิดว่าแล้วเราจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่ฉับไวนี้ยังไง
เราคงไม่สามารถขับเคลื่อนประเทศเต็มสูบแบบเวียตนามเพื่อจะไม่ปล่อยให้วิกฤตินี้สูญเปล่า
เวียดนามมีประชากรในวัยทำงานจำนวนมาก
สังเกตจากเพื่อนชาวเวียตนามหลายคนใน facebook และจากการดูข่าว คิดว่าเป็นเพราะคนเวียตนามเค้าแต่งงานมีลูกกันเร็ว เรียนจบก็ช่วยกันสร้างครอบครัวกันเลย ทำให้มีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่ำ ตลาดเวียดนามมีกำลังซื้อสูง การส่งออกสินค้ามีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีนโยบายการเมืองมีเสถียรภาพและเศรษฐกิจดึงดูดนักลงทุน มีการทำความตกลงด้านการค้ากับประเทศต่างๆ ทั่วโลกรวม 17 ฉบับ ขณะเดียวกันเวียดนามให้สิทธิพิเศษในด้านภาษีและสิทธิประโยชน์อื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจการค้าและการลงทุน (Ease of doing business)
ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการลงทุน การก่อสร้างสาธารณูปโภค และอื่นๆ นับเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่ส่งผลให้เกิดการลงทุนในประเทศและทำให้เศรษฐกิจเวียดนามโตสวนกระแสยุคโควิด
นี่คือตัวอย่างของ Never allow a good crisis to go to waste ที่แท้ทรู อีกหน่อยเวียตนามจะตีตื้นไทยมาแบบเนียนๆเลยแหละ
ตัดภาพมาที่ประเทศไทย ก็ให้มันเป็นเรื่องของรัฐบาล ของคนที่ต้องบริหารไปแล้วกัน
กลับมาที่ตัวเรา สิ่งที่เราพอทำได้ ก็คือ Relearn Reskill Upskill ติดอาวุธให้ตัวเองใหม่ เพราะความรู้ ใบปริญญาที่ได้จากมหาวิทยาลัย อาจไม่เพียงพอที่จะอยู่ในโลกการทำงานยุคใหม่แล้ว
ถ้าไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ก็ต้องปรับตัวตามโลกด้วย และรู้จักขวนขวายใช้ประโยชน์จากเศษเวลาในแต่ละวันให้เกิดประโยชน์กับตัวเอง
เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาเล่าต่อ ว่าเศษเวลาจากการที่ไม่ต้องเดินทางไปทำงาน เจ้ใช้ทำอะไรได้บ้าง
ด้วยรักจากเจ้
#FromYourSis
