
036
เวลากินมังคุด เค้ากินส่วนไหนกัน เราน่าจะรู้คำตอบกันดี
ต่อยอดจากเมื่อวาน ถ้าเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาเพื่อเห็นผลลัพธ์ เราสามารถใช้หลัก เล็กน้อย X สม่ำเสมอ = มหาศาลได้
แต่ถ้าเป็นเรื่องการแข่งขัน การพรีเซนท์ หรือขายของล่ะ ใช้วิธีนั้นได้หรือไม่เราไม่จำเป็นต้องนำเสนอทุกอย่างที่ทำ แค่ดึงเอาแต่ส่วนที่คิดว่าดีที่สุดของผลงานเรามานำเสนอ แต่ต้องมั่นใจว่าเป็นทีเด็ดจริงๆ
แม้จะไม่ค่อยชอบทำอาหาร แต่เจ้ก็ชอบดูรายการ Master Chef ดูเกือบทุกซีซั่น และก็สังเกตว่า เวลาได้โจทย์เป็นวัตถุดิบหลัก พวกเค้าจะรีบวิ่งไปหยิบเครื่องปรุง วัตถุดิบเสริมใน Master Chef Supermarket หยิบมาซะเยอะเต็มตะกร้าสองมือ ยิ่งถ้าแข่งรอบไฟนอลแล้ว มาเต็มรถเข็นสองชั้นใหญ่ๆ
เจ้ก็สงสัยว่า หยิบของเยอะขนาดนี้ ทำให้คนทั้งสตูดิโอกินได้เลยมั้งนี่ แต่ก็ไม่เคยเห็นเป็นแบบนั้น ทุกครั้ง ไม่ว่าของจะเยอะขนาดไหน ผู้เข้าแข่งขันทุกคน ก็รังสรรค์ออกมาแค่จานเดียว หรือ อย่างมากก็ 3 จาน สำหรับกรรมการ 3 ท่าน แค่นั้น
ผู้เข้าแข่งขัน เตรียมทุกอย่างอย่างดี ใช้ทรัพยากรมากมายเพื่อทำอาหารออกมาเสิร์ฟกรรมการ แค่นิดเดียว เท่านั้นจริงๆ แต่มันเป็น “เสี้ยวเดียว” ที่ดีที่สุดจากทุกอย่างที่พวกเค้าเตรียมไว้ และแน่นอนมันก็มีจานที่ดีที่สุดจากกระบวนการ “เสี้ยวเดียว” นี้ทุกครั้งไป
และนี่น่าจะเป็นเคล็ดลับการนำเสนองาน หรือขายของ ไม่ต้องบรรยายทุกอย่าง แต่ลองเอาแค่เสี้ยวเดียวที่ดีที่สุด เนื้อเน้นๆ แต่กระแทกใจ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนฟังมักจะมีเวลาน้อย ต้องดึงความสนใจเค้าให้อยู่กับเราตลอด โอกาสที่จะพรีเซนท์ผ่าน หรือปิดดีลสำเร็จก็จะสูงขึ้น
เหมือนกับมังคุด ที่กว่าคนปลูกจะประคบประหงมดูแล ใส่ปุ๋ย รดน้ำให้ออกดอกออกผลได้ ใช้ทุกหยาดเหงื่อแรงกาย เวลา และอื่นๆอีกมาก เพื่อที่จะได้ผลมังคุดออกมา แต่เวลาคนกิน เค้าก็กินส่วนที่เป็นเนื้อขาวๆ นุ่มๆ เท่านั้น ไม่มีใครกินเปลือกกัน (แม้ว่าจะมีคนต่างชาติเคยกินทั้งลูกเพราะคิดว่าเหมือนแอปเปิ้ลก็ตาม)
การดูแลเอาใจใส่ของชาวสวนมังคุด ก็เพื่อส่วนที่เป็นเนื้อขาวๆนี่แหละ แต่ส่วนนี้มันจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าไม่ทุ่มเทจนต้นออกลูก มีเปลือกมาห่อหุ้ม ปกป้องเนื้อขาวๆไว้จนกว่าจะเสิร์ฟให้ใครสักคนการจะได้สิ่งที่ดีที่สุด บางทีมันต้องแลกกับทรัพยากรมากมาย แต่ก็อย่างที่รู้กัน รสชาดเนื้อมังคุดขาวๆมันอร่อยอยู่ใช่ไหมล่ะ
ปล. เจ้ชอบกินมังคุดนะ
ด้วยรักจากเจ้
