
034
อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป
วันก่อนพูดถึงหนังสือ The Life-changing magic of tidying up – ชีวิตดีขึ้นทุกๆด้านด้วยการจัดบ้านแค่ครั้งเดียว ของคนโด มาริเอะไปแล้ว
วันนี้เลยหยิบเอาหนังสือเล่มนี้ อะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไปของ ซะซะกิ ฟุมิโอะ มาพูดถึงบ้างแม้ชื่อหนังสือจะคล้ายๆกัน แต่เนื้อหาไม่เหมือนกันเสียทีเดียว
เล่มนี้จะออกแนว Minimalist สุดโต่งมากๆ ซึ่งต่างจากเล่มของมาริเอะ ที่เน้นการทิ้งของที่ไม่ปลุกเร้าความสุขและเก็บของตามหมวดหมู่
แต่สำหรับเล่มนี้ หลักการคือทิ้งของที่ไม่ “จำเป็น” ออกไปให้หมด เหลือไว้แต่ที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น ซึ่งฟุมิโอะเค้าก็ทำแบบนั้นจริงๆ ข้าวของที่มีอยู่ในห้องสามารถเก็บหมดได้ในชั่วโมงเดียว เพราะของน้อยมากจริงๆ
เล่มนี้จะพูดถึงทัศนคติ และแรงจูงใจในการมีของให้น้อยชิ้น เพราะเชื่อว่าการลดปริมาณสิ่งของจะทำให้ปลอดโปร่ง โล่งสบายและเข้าใจชีวิตมากขึ้น ซึ่งเจ้มองว่าเราเก็บเอาแต่ส่วนที่เป็นไปได้ในชีวิตจริงของเราก็พอ ไม่จำเป็นต้องทำตามที่หนังสือแนะนำทั้งหมดก็ได้ เพราะบริบทเราต่างกัน
คนญี่ปุ่นที่โสด เค้าก็มักจะอยู่ในห้องเล็กๆตามอพาร์ทเมนท์ ขนาดไม่กี่เสื่อ แต่สำหรับคนไทยอย่างเราๆ มันอาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่ถ้าจะต้องทิ้งของกว่า 95% ในบ้านเพื่อเป็น minimalist แบบฟุมิโอะ
แต่ข้อคิดที่ดีมากๆที่ได้จากหนังสือเล่มนี้คือ การไม่ซื้อของตามกระแสนิยม การไม่ซื้อของเพียงเพื่อต้องการการยอมรับ หรือไปเปรียบเทียบกับใคร
เจ้สารภาพว่าเคยเดินเข้าไป UNIQLO เพราะเห็นคนมุงกันแถวๆ เสื้อที่แบรนด์ Marimeko ออกแบบ เป็น collection ที่เพิ่งออกใหม่ ผู้คนต่างแย่งไซส์ แย่งสีกันบ้าคลั่ง เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่พอเสื้อที่พอจะใส่ได้อยู่ตรงหน้า เจ้ก็เลยหยิบไปจ่ายเงินโดยที่ยังไม่ได้ลองซะงั้น ทั้งๆที่ก็ไม่ได้ชอบลายเสื้ออะไรมากมาย ไม่ได้เป็นแฟนคลับ Marimeko เลยไม่ได้อิน แต่ก็ซื้อเพราะรู้สึกว่าบรรยากาศมันพาไป รู้สึกว่าไม่อยากพลาดของที่คนอื่นเค้าแย่งกัน แค่นั้น
พอกลับมาที่บ้าน พบว่า มันไม่ได้ว้าวขนาดนั้น คือทรงก็แปลก ใส่แล้วดูอ้วนๆยังไงพิกล เกิดความเสียดายเงินหลายพันขึ้นมาทันใด (ซื้อมาตั้งหลายตัว หยิบมันเกือบทุกลาย)
หนังสือเล่มนี้ทำให้เจ้ไม่บ้าคลั่งรอเก็บคูปองในแอพช็อปออนไลน์เพื่อไปซื้อของที่ไม่รู้ว่าอยากได้อะไร แต่ก็อยากซื้อเพื่อใช้คูปองเพื่อความคุ้มแค่นั้น
พักหลังๆเจ้จะเก็บคูปองก็ต่อเมื่อรู้ว่าจะซื้ออะไร เช่น ซื้อสำลี ผ้าอนามัย ที่ใช้ประจำ ฯลฯ แค่นั้น อีกอย่างที่เจ้ค้นพบเมื่อเวลาผ่านไปคือ การซื้อของที่คุณภาพดี แม้ราคาสูงกว่า ทำให้ปริมาณของลดน้อยลง เจ้ไม่ค่อยได้ซื้อเสื้อผ้าหรือกระเป๋าบ่อยๆเท่าเมื่อตอนอายุ 20 กว่า ตอนนี้ถ้ามาดูในห้อง จะเห็นว่ากระเป๋าที่ใช้ทำงาน เป็นกิจจะลักษณะมีแค่สองใบ ซื้อมาหลายหมื่นก็จริง แต่เจ็บแล้วจบ เจ้ไม่ได้ซื้อกระเป๋าใบใหม่มาหลายปีแล้ว เพราะของคุณภาพดี ใช้ได้นาน และแมชได้ทุกลุค
บางทีแต่งตัวบ้านๆ เสื้อยืดกางเกงยีนส์ แต่หิ้วกระเป๋าดีๆใบเดียว ไปมันก็พอดูได้ ให้เกียรติสถานที่ขึ้นมาซะงั้นอะไรไม่จำเป็นก็ทิ้งไป ออกจะโหดไปเสียหน่อยสำหรับเราๆ แต่มุมมองบางอย่างถือว่าน่าสนใจ
ถ้ากำลังมีความทุกข์มากๆ การจัดบ้าน การทิ้งของ อาจเป็นตัวช่วยเยียวยาจิตใจ ทิ้งสารพิษออกจากบ้าน ออกจากร่างกายก็ได้ ลองดูแล้วกันนะ
ด้วยรักจากเจ้

