
028
กำไรชีวิต ได้ใกล้ชิดธรรมชาติ
วันนี้ยังคงเที่ยวอยู่ อาจเพราะเราใช้ชีวิตอยู่แต่ในเมือง ที่เคยชินกับวิถีแห่งความเร่งรีบ อยู่แต่ในป่าคอนกรีต รายล้อมไปด้วยสิ่งก่อสร้างรอบตัว ที่นับวันจะหาพื้นที่สีเขียวได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่ออยู่ในสภาพนี้นานวันเข้าก็อาจจะทำให้เกิดภาวะ Burnout เบื่อหน่ายกับทุกสิ่งได้ง่ายๆ ทางแก้คือต้องแก้ที่ข้างใน ไปคุยกับตัวเอง อยู่เงียบๆคนเดียว หาเวลาสงบสติอารมณ์และปรนนิบัติตัวเอง พาตัวเองมาชาร์จแบตบ้าง
ดังนั้นการเที่ยวแค่วันสองวันเลยไม่ค่อยพอ ก็จะลากยาวหน่อยๆเอาให้เต็มอิ่ม
วันนี้ที่เจ้อยู่ทะเลที่ภาคใต้ก็คือตั้งใจพาตัวเองมาใกล้ชิดธรรมชาติ เพราะเวลาอยู่กับธรรมชาติเราจะรู้สึกตัวเล็กมากๆ เป็นแค่สิ่งมีชีวิตเล็กๆในโลก ยังมีอะไรอีกมากที่เราไม่รู้ ไม่เคยไป ไม่เคยสัมผัสว่ามีอยู่จริง มันทำให้เราวางอัตตา อีโก้ ความทุกข์ ความกังวลต่างๆลงได้ชั่วเวลาหนึ่ง ทบทวนตัวเองก่อนกลับไปที่ๆเป็นของเรา
สำหรับรอบนี้ ไปเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล เคยดูสารคดีผ่านๆ มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจเลยทีเดียว กลุ่มคนที่เข้ามาตั้งรกรากบนเกาะนี้เป็นชาวเลพเนจร ซึ่งในไทยมี 3 กลุ่มใหญ่ คือ ชาวมอแกน ชาวมอแกลน และชาวอูรักลาโว้ย แต่เป็นกลุ่มสุดท้ายคือ อูรักลาโว้ย ชาวเลที่มาตั้งถิ่นฐานที่หลีเป๊ะตั้งแต่เมื่อ 100 กว่าปีก่อน และวันนี้เผ่าพันธุ์ชาวเลดั้งเดิมของอูรักลาโว้ยก็ยังคงมีอยู่กว่า 800 ชีวิต ทำธุรกิจท้องถิ่น เช่น ประมง เดินเรือพานักท่องเที่ยวไปดำน้ำ หรือเปิดร้านอาหาร ร้านขายของชำ ร้านนวด ร้านขายของที่ระลึก ฯลฯก่อนจะมาเที่ยวก็มีดูรีวิวเกาะหลีเป๊ะตามยูทูปบ้าง
ทำให้รู้ว่าชาวบ้านท้องถิ่นที่นี่เค้ามีความอึดอัดหน่อยๆ ที่นายทุนกว้านซื้อที่ดินริมหาดไปเกือบหมด บ้างก็โดนไล่ที่ (บังคับย้ายออกเพราะจะซื้อที่ผืนใหญ่) ทำให้ลำบากในการหาทางออกมาทะเล จากเมื่อก่อนสามารถเดินมาทะเลง่ายๆ เดี๋ยวนี้ต้องเดินอ้อมไกลเพราะไปตรงไหนก็เป็นที่ส่วนบุคคลไปเสียหมด ตรงนี้คงต้องพึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องหาทางบาลานซ์เรื่องธุรกิจท่องเที่ยวโดยไม่รุกรานชาวบ้านท้องถิ่นให้ได้
โดยปกติที่ไม่ใช่ช่วง Covid-19 ชาวบ้านท้องถิ่นก็จะทำงานต้อนรับนักท่องเที่ยวหน้า High Season กันเต็มที่ 6 เดือน (พฤศจิกายน – เมษายน) ไม่มีวันหยุด แต่เมื่อเข้าสู่ ช่วง Low Season จริงๆแล้วคนท้องถิ่นเค้าก็อยากพักผ่อนบ้าง
ถ้าจะมาเที่ยวช่วง Low Season ชาวบ้านเขาก็บอกว่าจริงๆก็มาได้ แต่อาจเจอมรสุมและถ้าจะมาก็อยากให้มาเที่ยวแบบกลมกลืนไปกับชาวบ้าน เที่ยวแบบดูวิถีชีวิตคนท้องถิ่นมากกว่า เพราะคนท้องที่เขาจะพักกันไม่อยากต้องรับนักท่องเที่ยวตลอด 365 วันไม่มีช่วงหยุดพัก
แต่พอเกิดการระบาดของ Covid-19 นักท่องเที่ยวหายไปเกินครึ่ง ร้านรวงก็ปิดไปเยอะพอสมควร มาเดิน Walking Street ซึ่งนับว่าเป็นจุดที่เคยพลุกพล่านที่สุดก็ยังโหลงเหลง บรรยากาศเหงาหงอยพอสมควร
คราวนี้ ชาวบ้านเค้าคงอยากให้เราไปเที่ยวกัน สะดวกตอนไหนก็มาเถอะ เพราะเค้าก็ต้องการอยู่รอด ถ้าได้มีโอกาสไปเที่ยว ไม่ว่าจะที่ไหน อยากให้อุดหนุนคนท้องที่กันบ้าง เค้าจะได้อยู่ได้ช่วยดูแลสถานที่สวยๆให้เป็นมรดกให้คนรุ่นหลังจากเรา
หลีเป๊ะวันนี้ ยังคงความสวยงามของหาดทรายขาว น้ำทะเลใสกิ๊ง มองไกลๆคือสีเทอควอยซ์ตามรูปโฆษณา ไฮไลท์การมาเที่ยวสตูลคือการได้ดำน้ำดูปะการัง ดูสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล บริเวณเกาะต่างๆ เช่น เกาะไม้ไผ่ เกาะหินงาม เกาะรอกลอย เกาะยาง ร่องน้ำจาบัง ฯลฯ การอยู่ใต้น้ำคือตัดขาดจากโลกภายนอก ทุกอย่างเงียบสงบ ต้องมาดำน้ำให้เห็นกับตาเอง
บรรยายยังไงก็ไม่สวยเท่ามาดูเอง แต่คอนเฟิมได้เลยว่าธรรมชาติบ้านเรายังน่าทึ่งมาก ไม่แปลกใจทำไมต่างชาติถึงบินข้ามโลกมาเที่ยวทะเลบ้านเราทั้งนี้ทั้งนั้น จะไปเที่ยวที่ไหนก็ดีทั้งนั้นแหละ มันคือของขวัญให้ตัวเอง
แต่เวลาไปเที่ยวก็ลองแบ่งเวลา จากที่เคยเที่ยวตามสถานที่ Man made (สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น) มาเที่ยวสถานที่ๆเกิดขึ้นโดยธรรมชาติดูบ้าง ความรู้สึกมันต่างกันนะ พาตัวเองไปอยู่ใกล้ๆให้ต้นไม้ ท้องฟ้า ทะเล โอบกอดตัวเราบ้าง มันฟีลกู้ดมากๆเลยล่ะ
ถ้าคิดจะเที่ยวทะเล อย่าลืมนึกถึงสตูลบ้างนะ คิดว่าน่าจะติดใจแน่นอน
ด้วยรักจากเจ้

