
021
บทเรียนจาก Walk The Talk
เช้าวันจันทร์ที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นวัน International Women’s Day เป็นโชคดีของเจ้ที่มี CEO เป็นชาวออสเตรเลียที่มี connection กว้างขวาง เจ้เลยได้มีโอกาสเข้าร่วมงาน Walk The Talk ที่จัดขึ้น ณ สถานทูตออสเตรเลีย
งาน Walk the Talk นี้จัดขึ้นเพื่อให้เหล่า Mentor ที่ประสบความสำเร็จ เป็นใหญ่เป็นโต อยู่ในระดับผู้บริหารระดับสูง หรือไม่ก็เจ้าของกิจการ และ Mentee ที่เป็นผู้หญิงวัยทำงาน ได้มีโอกาสพูดคุยกันถึงเรื่องการทำงาน เคล็ดลับการบาลานซ์ชีวิต จุดเปลี่ยนที่ทำให้ก้าวสู่อีกขั้นในการทำงาน ฯลฯ
สมชื่อกิจกรรมเลยคือเราจะเลือก Mentor ได้เองและเดินไปพูดคุยกันไปตลอดระยะทางจากสถานทูต ถึงสวนลุมและกลับมาทานอาหารเช้าที่สถานทูต เจ้เลือก Mentor ชื่อ Alexandra Richardson เป็นผู้หญิงสวยหุ่นดีมาก ที่มองยังไงก็ดูเหมือนนางแบบวิคตอเรียซีเคร็ท แต่จริงๆแล้ว เธอเป็นผู้บริหารระดับสูงที่บริษัทน้ำอัดลมชื่อดังระดับโลก
เราเดินและพูดคุยกันไปตลอดทาง แทบไม่มี Dead-air เลย อาจเพราะ Mentor เก่งมาก ค่อยๆ Ice Breaking (ละลายน้ำแข็ง ค่อยๆทำความรู้จัก ผลัดกันเล่าเรื่องตัวเอง) และค่อยๆตะล่อมถามจากสิ่งที่เราเล่าให้เข้าประเด็นสนทนาที่เป็นประโยชน์กับ Mentee โดยไม่ให้หลุดจาก Focus ของเราเอง เธอใช้เวลาได้คุ้มค่าจริงๆตลอดทางเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงที่ได้คุยกัน มีแต่เนื้อล้วนๆ เจ้จับประเด็นเด็ดๆที่อยากแชร์ต่อให้น้องรู้ ดังนี้
1. การเป็นผู้นำ ความน่าเชื่อถือ (Credibility) เป็นเรื่องสำคัญ เราต้องสร้างขึ้นมาเอง มันไม่ได้มาพร้อมตำแหน่งหรือเงินเดือน งานนี้นอกจากต้องทำ Routine Job ของตัวเองให้ดีแล้ว ยังต้องบริหารคน ดึงศักยภาพของคนออกมาให้ได้ด้วย
2. การเป็นผู้นำ ไม่ว่าจะอยู่สายงานไหน ต้องเข้าใจภาพรวมธุรกิจของบริษัทว่า Where to Play / How to Play / What makes money และหมั่นศึกษา Business Acumen (หาคำแปลเหมาะๆไม่ได้ ในกูเกิลบอกว่าคือเชาว์ปัญญาทางธุรกิจ แต่ถ้าเอาง่ายๆคือ สิ่งที่ทำให้ธุรกิจมีขีดความสามารถในการแข่งขัน คือ Cash / Profit / Assets / Growth / People ) ของบริษัทตัวเอง และของคู่แข่งอยู่เสมอ
3. ต้องรู้จักการคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking ) ซึ่งเปรียบเสมือน Roadmap ในการไปถึงเป้าหมาย
4. ทำงานเพื่ออนาคต มองข้ามช็อตไปเลยในอีก 10 ปีข้างหน้า อย่าทำงานเพื่ออดีต อย่ายึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ
5. ล้มได้ ลุกให้เร็ว เมื่อเจอปัญหา และ Growth Mindset เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการทำงานในยุคดิจิตัลนี้ ต้องไม่กลัวที่จะ Change หรือ Transform
6. Mentor แชร์ให้ฟังว่า เธออยู่จุดนี้ได้เพราะเธอกล้าเสี่ยง (Take Risk) ที่จะทำอะไรนอกเหนือจากงานตัวเอง เธอกล้ายกมือรับทำโปรเจกต์ยากๆที่ไม่มีใครอยากทำ เธอบอกว่าให้กล้าๆเลย ถ้ามองแล้วว่า Risk นั้นอยู่ใน Area of Development ของเรา ไม่ทำก็จะไม่มีทางรู้ ทำแล้วล้มเหลวก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำ เพราะเมื่อพลาดแล้ว เราก็จะหาทางทำให้มันดีขึ้นกว่าเก่า และเราก็จะกลายเป็นผู้มีประสบการณ์ไปเอง (คล้ายๆกับที่เราชอบพูดกันว่าคนที่ไม่เคยทำผิดคือคนที่ไม่เคยทำอะไรเลย)
7. ยุคนี้ ให้ศึกษาเรื่อง Agile เพราะจะกลายเป็น New Normal รูปแบบใหม่ของการทำงาน สำหรับเจ้ Agile มันเหมือนเรือเล็กที่แยกตัวออกจากเรือใหญ่ มันเล็ก แต่เร็ว และคล่องตัวมากกว่า
8. เคล็ดลับเวลาทำงาน คือใช้หลัก Sprint (ดูเพิ่มในรูป) คือ ให้แยกส่วนเป้าหมายใหญ่ให้เป็นเป้าหมายเล็ก เพราะจะช่วยลดความท้อใจหรืออ่อนล้าในการทำงานได้ เช่น หากเราทำ Excel ไม่เป็น ก็อย่าเพิ่งไปเริ่มที่ Pivot Table หรือ Power BI ฟังก์ชั่นยากๆ ให้เริ่มจากอันง่ายๆเบสิคๆก่อน คล่องแล้วก็ขยับไปทำอันที่ซับซ้อนขึ้น หรือในหนังสือ The Bullet Journal Method ก็มีพูดถึงเรื่องนี้เช่นกัน ยกตัวอย่างเป็นเรื่องการทำอาหารว่า ถ้าเราทำไม่เป็น อย่าเริ่มที่การทำซูเฟล่ยากๆ ถึงแม้เราจะทำตามสูตรจนสำเร็จ แต่ความกดดันอย่างหนักจะทำให้เรามีประสบการณ์ที่ไม่ดีซึ่งเสี่ยงต่อการสูญเสียความสงสัยใคร่รู้ในการทำอาหารโดยสิ้นเชิง คีย์ของเรื่องนี้คือ อย่าทำอะไรที่มันยากเกินไปจนสูญเสียความอยากรู้อยากเห็น ให้ทำแต่พอดี และค่อยๆดูพัฒนาการของตัวเอง

9. เมื่อเป็นผู้นำ สิ่งสำคัญที่ต้องทำให้ได้คือ ควบคุมอารมณ์ตัวเอง เพราะต้องทำใจยอมรับว่า จุดนี้เต็มไปด้วยความเครียด ความกดดัน ความคาดหวัง ถาโถมเข้ามา ต้องรู้จักคุมสติ คุมอารมณ์ ไม่ระเบิดใส่คนรอบข้าง
10. มันโอเคนะ ที่จะคุยกับนายเรื่อง Career Development ของตัวเองบ่อยๆ นอกเหนือจากเวลาทำประเมินผลการทำงานประจำปี
ยังมีอีกหลายเรื่องที่ Alexandra แชร์ให้ฟัง แต่เป็นเรื่องส่วนตัว ครอบครัว เลยไม่ได้เอามาแชร์ต่อ เจ้คิดว่ามันเป็นโอกาสดีทีเดียวนะถ้าเราได้คุยกับคนที่เหนือกว่าเรา มีประสบการณ์มากกว่าเรา อย่าไปกลัว เพราะยังไงเราก็เป็นมนุษย์ เป็นชาวโลก เหมือนกันนั่นแหละ
เจ้สังเกตอย่างหนึ่งจากการคลุกคลีกับบรรดาผู้ที่เป็นใหญ่เป็นโต เค้าจะมีรังสีความเฟรนด์ลี่แผ่อยู่รอบกาย จะไม่ได้รู้สึกว่าเข้าถึงยาก และบ่อยครั้งที่พวกเค้าเป็นฝ่ายเข้ามาทักเราก่อนด้วยซ้ำ มีแต่เราตัวเล็กตัวน้อยที่เกร็งเชียว เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นคุยกับคนระดับนั้นยังไง
ถ้ามีโอกาสแบบนี้ ขอให้เปิดหูเปิดตาตั้งใจรับฟังและคิดตาม จะได้อะไรดีๆกลับไปเยอะเลย
ด้วยรักจากเจ้

