018 การเรียนรู้ไม่ได้จบแค่ในห้องเรียนในมหาวิทยาลัยอีกต่อไป
สมัยก่อนเราอาจจะคิดว่า เมื่ออดทนเรียนจนจบปริญญาแล้ว การเรียน ศึกษา หาความรู้ก็สิ้นสุดลง ต่อจากนั้นเป็นเรื่องของการทำงานแล้ว คิดแบบนั้นก็คงไม่ผิด
แต่อย่าลืมว่า การเปลี่ยนผ่านของการปฏิวัติในแต่ละยุคสมัยในอดีตนั้นใช้เวลานานไม่เท่ากับการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงโลกครั้งใหญ่
อย่างที่กล่าวได้ว่าโลกจะพลิกจากหลังมือไปหน้ามือ ทั้งในแง่ของขนาด ความเร็ว และขอบเขต การปฏิวัติครั้งนี้โลกจะก้าวเร็วขึ้นแบบทวีคูณ
* ความเร็ว – หากเราย้อนดูในอดีตการปฏิวัติที่ผ่านมา การปฏิวัติครั้งแรกห่างจากโลกที่เราอยู่ในปัจจุบัน 250 ปี การปฏิวัติครั้งที่สองห่างจากปัจจุบัน 150 ปี การปฏิวัติครั้งล่าสุดห่างจากจุดที่เราอยู่ ณ ตรงนี้ 50 ปี
* ความกว้าง – การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นส่งผลต่อประชากรโลกเพียง 17% เท่านั้น เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 ก็เช่นกัน ประชากร 4,000 ล้านคนยังเข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ต
แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาระบบอินเตอร์เน็ตได้แทรกซึมไปอย่างรวดเร็วทั่วโลก รายงานล่าสุดในปี 2017 ที่ผ่านมาพบว่าผู้คนเข้าถึงอินเตอร์เนตแล้วกว่า 3,700 ล้านคน คิดเป็น 50% ของประชากรทั้งโลก
สิ่งนี้ทำให้โลกเชื่อมถึงกันได้มากขึ้นหนังสือ The Fourth Industrial Revolution ได้กล่าวไว้ว่าสิ่งสำคัญในการแข่งขันทางธุรกิจจะไม่ใช่การลดต้นทุนอีกต่อไป
แต่คือนวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์อย่าลืมว่า เราไม่สามารถฝืนกระแสของโลกใบนี้ได้ลองดูในรูปว่าวิถีการทำงานของมนุษย์เปลี่ยนไปมากแค่ไหน จากยุค 1.0 จนถึงปัจจุบัน
ดังนั้น การปรับตัว มี Life Long Learning mindset เป็นทางรอดของมนุษย์ที่จะไปต่อ ถ้าไม่มีสกิลตรงนี้ ก็อาจจะเป็นผู้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ตามไม่ทันกระแสโลกอีกแล้ว
เจ้จึงอยากให้น้องเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ความรู้ไม่ได้จำกัดแค่ในตำรา หนังสือ อีกต่อไป ถ้าไม่ชอบอ่าน ก็ฟังเอา ถ้าไม่ชอบฟัง ก็ดูด้วยตา
จะทำยังไงก็ได้แต่ให้สมองเราไม่หยุดไว้ที่ความรู้จากมหาลัย พยายามเข้านะ
ด้วยรักจากเจ้

