017 อย่าทำอะไรแค่พอผ่าน

017 อย่าทำอะไรแค่พอผ่าน

ในช่วงวัยอย่างเราๆ คือวัยทำงาน จะเพิ่งเริ่มทำงาน ทำมาสักพักจนอยู่ตัว หรือทำมานานแล้วจนมองหาลู่ทางเกษียณ มันก็ถือว่าอยู่ในวัยเดียวกัน คือวัยทำงานนั่นแหละ

ตราบใดที่ยังได้ชื่อว่าอยู่ในวัยทำงาน อยากให้คิดว่างานทุกอย่างที่ผ่านมือเรา คือหน้าตา คือศักดิ์ศรี เป็นโลโก้ เป็นแบรนดิ้งของเราที่ออกสู่สายตาคนอื่น สมัยทำงานใหม่ๆ ไฟแรง อยากเรียนรู้มันทุกอย่าง ไม่กลัวความท้าทาย อะไรไม่เคยทำก็ลองทำใครให้ทำอะไร รับปากหมด ก็มีบ่นๆบ้างตอนงานเยอะ แต่ไม่เคยเกี่ยงงาน ถือว่าเราเป็นน้องน้อย มีคนให้โอกาสมาก็นับว่าดีมากแล้ว

พอทำงานมาหลายปีเข้า ความรู้สึกไฟแรง ความอยากรู้อยากเห็น ความกะตือรือร้น มันค่อยๆจางหายไป เพราะมีแต่งานที่อยู่ตัวแล้ว ทำมานานจนชิน ไม่ตื่นเต้นหวือหวา หรือรอคอยโอกาสใหม่ๆ เหมือนสมัยเป็นเด็กน้อยอีกแล้ว

เจ้คิดว่าถ้าเรายังคงเดินบนวงจรนี้ต่อไปโดยไม่ปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาตัวเองเลย เจ้ก็คงจะทำงานอย่างไม่มีความสุข ทำเพื่อให้มีรายได้เท่านั้น หรือทำเพื่อรอวันเกษียณ มันไม่มีความสนุก ความตื่นรู้แบบวัยเด็กหลงเหลือแล้ว

แต่ความคิดก็เปลี่ยนไปเมื่อได้พูดคุยกับรุ่นพี่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน ที่สังเกตได้คือแต่ละคนได้ดิบได้ดีมีการงานที่ดีกันหมด

สิ่งหนึ่งที่เจ้เห็นว่าเป็นเคล็ดลับของคนเหล่านี้คือ พวกเขา ไม่ทำอะไรแค่พอผ่าน ไม่ทำแบบชุ่ยๆ ทำแบบลวกๆ แต่พวกเขาตั้งใจ ใส่ใจและบางครั้งถึงกับสละเวลาส่วนตัวมาปิดจ็อบให้มันสวยงาม เพราะพวกเขารู้ว่าผลงานที่ออกไป มันคือชื่อเสียง มันคือเครดิตของตัวเค้าเอง

และอีกหนึ่งสิ่งที่เจ้คิดว่าสำคัญในวัยทำงาน คือการคอยเติมไฟให้ตัวเองอยู่ตลอด ไม่ว่างานไหน ทำๆไป สักพักจะเข้าสู่โหมด Routine คือโหมดทำได้แบบอัตโนมัติให้เราทำสำเร็จด้วยความเคยชิน แต่อาจไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆจากงานนั้นๆ

พี่ๆรอบตัวเจ้ที่พูดถึง เจ้สัมผัสได้ว่าพวกเขาใส่ใจพัฒนาตัวเอง ขวนขวายเอาเอง โดยที่ไม่ต้องรอให้องค์กรหรือใครมาป้อนให้พวกเขา บางคนอยากรู้เรื่องนี้ ก็ไปลงเรียนกับผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นๆเอง จ่ายเงินเอง นักเลงพอ

เมื่อก่อนเจ้ก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมเราต้องเสียเงินไปลงเรียนหาความรู้เองด้วย ในเมื่อบริษัทจ้างเรามา ก็มีหน้าที่ต้องพัฒนาหาหลักสูตร หา Trainer มาสอนสิ แต่อย่างที่บอก หลายๆความคิดมันเปลี่ยนไป

เมื่อเราโตขึ้น เจ้เริ่มทำแบบพี่ๆเค้า คือไปลงคอร์สเรียนเองเพราะรอให้บริษัทมาป้อนไม่ไหว เจ้คิดว่า มันเป็นหน้าที่ของเราที่จะพัฒนา เติมฟืน เพื่อจุดไฟในตัวไม่ให้มอดดับ

อนาคตเราจะเป็นยังไงให้ดูว่าวันนี้เราทำอะไรกับตัวเองไว้บ้าง

ถ้าคิดจะเติบโตในหน้าที่การงานอย่างมีคุณภาพ อะไรที่ทำแล้วเสียชื่อเสียง เสียเครดิต อย่าไปเสี่ยงทำ แต่อะไรที่เป็นงานของเราแล้ว ก็อย่าทำครึ่งๆกลางๆ หรือทำแค่พอผ่าน เพราะผลลัพธ์มันก็จะออกมาแบบดาษดื่น ไม่เป็นที่น่าจดจำ เพราะไม่ได้ทำด้วยความทุ่มเทเพื่อเรียนรู้

Only when we are no longer afraid do we begin to live. – Dorothy Thompson, Journalist

เมื่อความกลัวหมดไป เมื่อนั้นเราเริ่มต้นที่จะใช้ชีวิตลองเลิกกลัวที่จะทำอะไรให้สุดตัวดูสักครั้ง อาจจะพบสิ่งดีๆรออยู่ก็ได้นะ

ด้วยรักจากเจ้

#FromYourSis

เผยแพร่โดย Fromyoursis

A Gift from your sis - my personal output, hope some of them could inspire you to live a better life.

ใส่ความเห็น