005
Who moved my cheese? ใครเอาเนยแข็งของฉันไป
เล่มนี้ต้องบอกว่าซื้อมาเมื่อปี 2002 ตอนพิมพ์ครั้งแรกเลย ซื้อเพราะหน้าปกน่ารัก คิดว่าเป็นหนังสือเด็ก อ่านจนจบนะ แต่น่าเสียดาย ที่ตอนนั้นอายุ 13 ขวบ เจ้อ่านแล้วไม่เข้าใจ สรุปว่า แล้วใครมันเอาเนยแข็งไปกันแน่ งงอยู่ดี ก็เก็บหนังสือเข้าชั้นไว้และมันก็อยู่อย่างนั้นเป็นต้นมา
จนวันที่เราสังคยานาชั้นหนังสือที่บ้านเมื่อปลายปีที่แล้ว 2020 นี่เอง ที่เจ้เจอเล่มนี้ และเอามาอ่านใหม่อีกครั้ง เพราะตลอดระยะเวลาที่เจ้โตมา หนังสือเล่มนี้มันผ่านตามาตลอด เหมือนกับว่ากาลเวลาไม่สามารถทำให้เนื้อหาในเล่มตกยุคไปได้เลย มันยังคงเป็นหนังสือที่ขายได้อยู่ตลอดพอครั้งนี้อ่านจบ หน้าชาอีกรอบ เหมือนโดนสาดน้ำใส่
ทำไมนะทำไม ถึงไม่หยิบเล่มนี้กลับมาอ่านให้เร็วกว่านี้ เป็นหนังสือที่ดีมากๆ และติดอันดับเล่มโปรดต้นๆของเจ้เลยWho moved my cheese? เป็นหนังสือให้ข้อคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิต ซึ่งสามารถปรับใช้ได้กับทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องความสัมพันธ์ เรื่องทั่วไปที่มนุษย์จะประสบพบเจอ คนเขียนเล่มนี้เป็นหมอที่เล่าเรื่องเป็นนิทานออกมาได้แยบยลมาก
มีตัวละครหลัก 4 ตัว ที่มีลักษณะนิสัยแตกต่างกัน ทุกตัวจะใช้ชีวิตอยู่กับการตามหาเนยแข็งในเขาวงกต เพื่อประทังชีวิตให้อยู่รอด บางตัวมีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันไป
เปรียบเสมือนคน 4 ประเภทใหญ่ๆ
หนูชื่อ “สนิฟฟ์” เป็นตัวแทน ผู้ที่ช่างสังเกต รอบคอบ รู้รอบและรู้ทันการเปลี่ยนแปลง
หนูชื่อ “สเคอร์รี่” เป็นตัวแทน ผู้ที่มีใจเปิดรับ Growth Mindset มีความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
คนแคระชื่อ “เฮม” เป็นตัวแทน ผู้ที่มี Fixed Mindset ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง ยึดติดกับอะไรเดิมๆคนแคระชื่อ “ฮอว์” เป็นตัวแทน คนส่วนใหญ่ ที่เป็นผู้ที่มีใจใฝ่เรียนรู้ และยอมปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลง
โดยเนยแข็งก็เป็นเหมือนกับจุดมุ่งหมายต่างๆ ในชีวิต ที่เราตั้งเป้า มองหา ไขว่คว้าให้ได้มา
เล่มนี้ที่ตอนเด็กเจ้คิดว่าเป็นนิทาน ซึ่งมันก็เป็นนิทานจริงๆ แต่เป็นนิทานที่คนอ่านต้องผ่านการใช้ชีวิตมาสักระยะจนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร พอถึงวันนี้ก็พอสรุปได้ว่า แก่นของเล่มนี้คือเรื่องการปรับตัวให้ทันการเปลี่ยนแปลง”เนยแข็ง” คือ เป้าหมายของคนเรา
ซึ่งเป้าหมายนี้มันอาจจะละลายหายไปได้ นั่นก็หมายความว่าเราก็ต้องรู้จักปรับตัว ถ้าเราไม่เปลี่ยน เราก็อาจไม่เป็นผู้อยู่รอด
ดังนั้น ต้องคอยดมเนยอยู่เรื่อยๆจะได้รู้ว่าเนยมันเก่าไปหรือยัง และถ้าเนยเก่าไป หรือหายไป เราก็ต้องออกตามหาเนยอันใหม่ การออกไปตามหาเนยในเขาวงกตย่อมดีกว่าการรอเนยแข็งอยู่ที่เดิมๆและตอนนี้ เจ้คิดว่า ถ้าพวกเอ็งได้อ่าน ก็น่าจะเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในนิทานเรื่องนี้
ด้วยรักจากเจ้

