003
The Power of Output – ศิลปะของการปล่อยของ
เล่มนี้ต้องรีบเอามาโพสก่อนเลย แม้ว่าจะมีเล่มอื่นที่จบก่อนแล้ว แต่เพราะเล่มนี้แท้ๆ ที่จุดประกายให้ยอมออกมาขีดๆเขียนๆ จดบันทึกเพื่อจะเอาเนื้อหามาเล่าต่อ
หลังจากเป็นคนอ่าน คนดู คนฟัง คนรับข้อมูล มาตลอดชีวิต ก็สงสัยอยู่ว่า ทำไมเราอ่านหนังสือเยอะแยะ ฟัง podcast ก็เยอะ ดูหนังก็บ่อย แต่ก็ไม่ได้เก่งขึ้นเท่าไหร่
ทำไมรู้สึกว่าอ่านไป ดูไป ฟังไป ผ่านไปซักพักก็ลืม ลืมเนื้อหาเกือบหมดเลยชนิดที่ว่า จำเนื้อเรื่องไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น บอกตัวเอง กลับไปอ่าน ไปดูอีกรอบเถอะถ้าจะลืมขนาดนี้ เห็นได้ชัดจากการดูหนัง บางเรื่องที่ดูแล้วชอบ ถ้าได้เล่าต่อ ได้พูดคุยหรือถกเถียงกับคนที่ดูเหมือนกัน จะรู้สึกว่าจำเนื้อเรื่องได้แม่นยำกว่า
เรื่องที่ดูแล้วจบไปเฉยๆไม่ได้มีต่อยอดอะไรและก็มาค้นพบคำตอบในหนังสือเล่มนี้ อ๋อ เพราะเราไม่เคยมี Output ออกมาเท่าไหร่ เรื่องที่ผ่านเข้ามาก็เลยผ่านออกไป กลายเป็นเสียเวลาไปดื้อๆ ซะงั้น
ในหนังสือเล่มนี้บอกว่าInput คือการเอาข้อมูลเข้าสมอง เช่นการอ่าน การฟัง การดู Output คือการนำออกมาใช้ เช่น การพูด การเขียน การลงมือทำพออ่านได้แก่นตรงนี้
นึกย้อนไปสมัยเรียน ก็รู้สึกว่า มิน่าล่ะ ทำไมถึงต้องให้ฝึกทำแบบฝึกหัดบ่อยๆ ทำโจทย์เยอะๆ เพราะมันคือ output นี่เอง ถ้าเอาแต่อ่านหนังสืออย่างเดียว เวลาทำข้อสอบมักจะได้คะแนนน้อยกว่าตอนที่ได้ทำโจทย์เยอะๆ
คนเขียนเก่งมาก เป็นจิตแพทย์ ได้ให้เทคนิคการทำ output ไว้กว่า 80 เทคนิค ต้องอ่านอ่ะ ถึงจะอินบอกเลยอันนี้เอาแบบย่อๆ น้ำจิ้มๆ มาฝากก่อน เผื่อจะกระตุ้นให้อยากไปหามาอ่านบ้าง
วิธีฝึก 7 วิธีในการทำ Output ได้แก่
1) เขียนบันทึกประจำวัน
2) จดบันทึกเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น น้ำหนัก จำนวนนาทีที่ออกกำลังกาย จำนวนชั่วโมงนอน
3) เขียนรีวิวหนังสือ
4) เผยแพร่ข้อมูล
5) เขียนลง Social Media
6) เขียน Blog
7) เขียนเกี่ยวกับงานอดิเรก
และที่สำคัญที่สุดการจะผลิต Output ออกมาได้ ต้องเริ่มจากการนอนให้เพียงพอก่อน และการออกกำลังแบบคาร์ดิโอวีคละ 2 ครั้งจะช่วยให้สมองพัฒนาได้ดีกว่าไม่ออกเลย
ด้วยรักจากเจ้

